Loading

ธุรกิจรับสร้างบ้านภูธรบูมสวนกระแส พีดีเฮ้าส์โกยยอดขาย'อีสาน-ใต้'สนั่น

วันที่ : 26 พฤษภาคม 2559
ธุรกิจรับสร้างบ้านภูธรบูมสวนกระแส พีดีเฮ้าส์โกยยอดขาย'อีสาน-ใต้'สนั่น

นายสิทธิพร สุวรรณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีดี เฮ้าส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาสแรกของปีนี้มีรายได้ 400 ล้านบาท เนื่องจากตลาดรับสร้างบ้านต่างจังหวัดเริ่มกลับมาคึกคัก โดยเฉพาะภาคใต้ที่ชะลอการใช้จ่ายไป 2 ปีจากราคายางตกต่ำ และเศรษฐกิจที่ทรงตัว แต่ขณะนี้ราคายางเริ่มขยับขึ้น บวกกับเป็นช่วงเวลาที่ลูกค้าอั้นการก่อสร้างบ้านมานาน ซึ่งปัจจุบันตลาดต่างจังหวัดกำลังซื้อลูกค้ารับสร้างบ้านจะกระจายไปตามอำเภอรอบนอก ไม่ได้กระจุกตัวในเขตเมืองเหมือนบ้านจัดสรร

สำหรับสัดส่วนรายได้บริษัทแบ่งเป็นภาคอีสาน 30% ภาคใต้ 27% กรุงเทพฯและปริมณฑล 15% ภาคกลาง 15% และภาคเหนือ 13% โดยครึ่งปีแรกตั้งเป้ารายได้ 700 ล้านบาท ทั้งนี้ การที่ตลาดในกรุงเทพฯโตไม่เท่ากับต่างจังหวัดจะเป็นเพราะสู้ผู้ประกอบการ บ้านจัดสรรไม่ได้ และพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอาศัยในคอนโดมิเนียมมากขึ้น รวมถึงที่ดินเริ่มหายากมากขึ้น

ส่วนแผนธุรกิจปีนี้ได้รีแบรนด์ เพื่อยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เป็นการป้องกันด้านการละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งได้ยื่นขอจดทะเบียนแล้วเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา คาดว่าจะเสร็จเดือน มิ.ย.นี้ หลังยื่นจดทะเบียนที่ไทยสมบูรณ์แล้ว จะไปจดทะเบียนใน 10 ประเทศอาเซียน เพื่อเตรียมความพร้อมในการรุกตลาดอาเซียนในอนาคต

"เป็นการเตรียมพร้อมรุกตลาดในไทยและอาเซียนตามแผน 5 ปี นับจากปี'59-63 ได้เข้าไปศึกษาตลาดในกลุ่มประเทศอาเซียน ด้านพฤติกรรมผู้บริโภค ตลอดจนนักลงทุนเมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว โดยการเจรจาการลงทุนในต่างประเทศจะใช้เวลา 2 ปี คาดว่าปี'61 จะเข้าไปทำธุรกิจได้ ซึ่งประเทศแรกที่ไป คือ เมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา"

ขณะที่ตลาดในประเทศจะกลับมาเปิดสาขาอีกครั้ง หลังจากไม่ได้ขยายสาขามา 2 ปี ภายในครึ่งปีแรกจะเปิดก่อน 1 สาขา แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเป็นจังหวัดใด ได้แก่ เพชรบูรณ์ กระบี่ สุราษฎร์ธานี และจังหวัดในภาคอีสาน เพราะต้องดูสถานการณ์เศรษฐกิจประกอบการพิจารณา

"ภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศเริ่มเห็นทิศทางที่ชัดเจนขึ้น หลังมีกรอบเวลาเลือกตั้ง ที่ชัด ทำให้เกิดความมั่นใจ ส่วนตลาดรับสร้าง บ้านเรามั่นใจว่าปีนี้จะไปได้ดี"

ทั้งนี้ ปัจจัยที่มีผลต่อธุรกิจรับสร้างบ้านปี'59 คือ เรื่องแรงงานที่มีการปรับค่าแรงเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากแรงงานขาดแคลน โดยเฉพาะแรงงานมีฝีมือที่ค่าแรงประมาณ 700-900 บาทต่อวัน ต้องปรับตัวเองใช้เทคโนโลยีสร้างบ้านที่ลดการใช้แรงงาน เช่น บ้านโครงสร้างเหล็กที่สร้างได้เร็วและใช้แรงงานน้อยลง

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

 

 

 

ข่าววัสดุก่อสร้าง-เฟอร์นิเจอร์ อื่นๆ