Loading

บ้านประชารัฐ ดันทาวน์เฮาส์ตจว.พุ่ง

วันที่ : 9 พฤษภาคม 2559
บ้านประชารัฐ ดันทาวน์เฮาส์ตจว.พุ่ง

        ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ เชื่อบ้านประชารัฐหนุนยอดโอนทาวน์เฮาส์ ราคา 1.5 ล้านต่างจังหวัดพุ่ง เหตุคนนิยมที่อยู่อาศัยพร้อมที่ดินมากกว่าคอนโดฯ ส่วน กทม.-ปริมณฑล คอนโดฯ ไม่เกิน 1.5 ล้านรับอานิสงส์เต็มๆ คาดพฤกษาฯครองแชมป์อันดับ 1 ยอดขายที่อยู่อาศัยในโครงการบ้านประชารัฐ เหตุมีสต๊อกสินค้าทั้งคอนโดฯ และทาวน์เฮาส์ ส่วน แอล.พี.เอ็น. ตามติดๆ เพราะมีห้องชุดเข้าโครงการมากสุด

          นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวถึงโครงการบ้านประชารัฐว่า นับตั้งแต่เริ่มต้นโครงการ ดังกล่าวมามีบริษัทอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ประกาศนำโครงการที่อยู่อาศัยในพอร์ต ที่มีราคาขายเริ่มต้น 0.7-1.5 ล้านบาท เข้าร่วมโครงการจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดในเรื่องของราคาขายซึ่งต้อง ไม่เกิน 1.5 ล้านบาท ทำให้ที่อยู่อาศัยที่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการในพื้นที่ กทม.โดยมากเป็นกลุ่มที่อยู่อาศัยประเภทคอนโด มิเนียม ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้พัฒนาโครงการคอนโดที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯที่มีห้องชุดราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาท เพียงไม่กี่รายที่สามารถนำเข้าร่วมโครงการได้

          ขณะที่ความต้องการที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคนั้นโดยมากยังคงมีความนิยมที่อยู่อาศัยพร้อมที่ดิน ทำให้โครงการบ้านประชารัฐประสบความสำเร็จมากในพื้นที่ต่างจังหวัด ซึ่งมีการพัฒนาโครงการประเภททาวน์เฮาส์ราคา 0.7-1.5 ล้านบาท เนื่องจากในต่างจังหวัดนั้นที่ดินยังมีราคาถูกทำให้ผู้ประกอบการในพื้นที่มีต้นทุนที่ดินต่ำและสามารถพัฒาโครงการที่มีราคาขายไม่เกิน 1.5 ล้านบาทได้ไม่ยาก ส่วนใน กทม.นั้น เนื่องจากที่ดินมีการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมาทำให้ ยากต่อการพัฒนาโครงการทาวน์เฮาส์ราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาท

          "แม้ว่าทาวน์เฮาส์ราคา 1.5 ล้านบาท ใน กทม.และปริมณฑลจะทำได้ยาก แต่หาก เป็นผู้ประกอบการที่สามารถบริหารจัดการต้นทุนก่อสร้างและที่ดินได้ดีก็สามารถพัฒนา โครงการทาวน์เฮาส์เข้าร่วมโครงการได้"

          ทั้งนี้ ภายหลังจากที่มีการเปิดตัวโครงการบ้านประชารัฐไป ตลาดที่ได้รับอานิสงส์มากที่สุดคือกลุ่มบ้านทาวน์เฮาส์ราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาท ในต่างจังหวัด ขณะที่ในพื้นที่ กทม.นั้นกลุ่มที่อยู่อาศัยที่ได้รับประโยชน์จากโครงการดังกล่าวคือ กลุ่มคอนโดมิเนียมราคา 0.7-1.5 ล้านบาท ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและสามารถโอนได้ในปี 2559 นี้ หรือผู้ประกอบการที่มีสต๊อกห้องชุดพร้อมโอนในมือ

          นายสัมมา กล่าวว่า โครงการบ้านประชารัฐคาดว่าจะสามารถช่วยระบายสต๊อก ห้องชุดและที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาท ในตลาดรวมได้ส่วนหนึ่ง โดยคาดว่าโครงการของผู้ประกอบการอสังหาฯ รายใหญ่ในตลาดจะแชร์ยอดโอนบ้านในโครงการดังกล่าวอยู่ที่ 30% ส่วนอีก 70% จะเป็นโครงการของในมือของผู้ประกอบการรายย่อยในพื้นที่ต่างจังหวัด เนื่องจากในต่างจังหวัดมีทาวน์เฮาส์ราคาขายไม่เกิน 1.5 ล้านบาทซึ่งตรงกับความนิยมของ ผู้บริโภคที่ต้องการที่อยู่อาศัยพร้อมที่ดิน

          สำหรับผู้ประกอบการที่คาดว่าจะมียอดขายจากโครงการบ้านประชารัฐมากที่สุดคาดว่าจะเป็น บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ PS เนื่องจาก มีพอร์ตคอนโดฯ และทาวน์เฮาส์ราคา ไม่เกิน 1.5 ล้านบาทในมือรองรับความต้อง การผู้บริโภคมากที่สุด โดยเฉพาะพอร์ต ทาวน์เฮาส์จะทำให้พฤกษาฯ กลายเป็นบริษัท ที่มียอดขายสูงที่สุดจากโครการดังกล่าว ส่วนบริษัทที่คาดว่าจะมียอดขายรองลงมา คือ บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ LPN เนื่องจากมีพอร์ตห้องชุดราคาไม่เกิน1.5ล้านบาทเข้าร่วมโครงการมากที่สุด ถัดมา คือบริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีพอร์ตคอนโดญ ใน กทม.และทาวน์เฮาส์ในต่างจังหวัด ที่เข้าร่วมโครงการ และบริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ANAN ซึ่งนำโครงการห้องชุดเข้าร่วมโครงการ 4 โครงการมูลค่า 3,000-4,000 ล้านบาท.

ที่มา : ผู้จัดการรายวัน 360 องศา

ข่าว reic จากสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ