Loading

อสังหาฯภาคใต้กระเตื้องรับท่องเที่ยว-เขตศก.พิเศษ

วันที่ : 2 พฤษภาคม 2559
อสังหาฯภาคใต้กระเตื้องรับท่องเที่ยว-เขตศก.พิเศษ

อสังหาฯภาคใต้กระเตื้องภูเก็ต สงขลาได้อานิสงส์ท่องเที่ยว-เขตเศรษฐกิจพิเศษ ขณะที่หัวหินชะอำแนวราบ-รับสร้างบ้านยังโต ส่วนคอนโดฯสต๊อกเหลืออื้อ คาดโครงการเปิดใหม่ชะลอตัว

นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยถึงผลสำรวจตลาดที่อยู่อาศัย เมืองชายทะเลภาคใต้ พบว่า อสังหาริมทรัพย์ที่ จ.ภูเก็ต และจ.สงขลา ยังเติบโตได้ดีอยู่ แม้ว่าจะยังมีสต๊อกสินค้าคงเหลืออยู่บ้าง โดยภูเก็ตถือเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญ ขณะที่สงขลาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่ทำให้มีนักลงทุนเข้ามาต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มผู้ที่อยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มานิยมซื้ออสังหาฯ ในสงขลาไว้ให้ลูกหลาน หลังจากที่ราคายางพาราเริ่มปรับตัวดีขึ้น โดยพื้นที่ที่ยังน่าจับตามองของภูเก็ตคือ เส้นทางจากสนามบินเข้าสู่ตัวเมือง อย่างไรก็ดีการที่เส้นทางคมนาคมในภาคใต้ยังมีข้อจำกัดอยู่ จึงทำให้ตลาดอสังหาฯ ไม่เติบโตสูงมากเช่น จ.เชียงใหม่

สำหรับภูเก็ต มีหน่วยที่อยู่อาศัยในผังของโครงการของผู้ประกอบการ ที่อยู่ระหว่างการขายทั้งสิ้น 37,900 หน่วย แบ่งเป็นบ้านจัดสรร 91 โครงการ รวม 15,500 หน่วย มูลค่า 61,800 ล้านบาท เหลือขาย 3,400 หน่วย มูลค่าหน่วยเหลือขายรวม 14,600 ล้านบาท เป็นคอนโดฯ 99 โครงการ รวม 21,300 หน่วย มูลค่า 73,300 ล้านบาท เหลือขาย 4,300 หน่วย มูลค่าหน่วยเหลือขายรวม 16,600 ล้านบาท และบ้านพักตากอากาศ ที่มีราคา 15 ล้านบาทขึ้นไปมากถึง 56 โครงการ 1,100 หน่วย

ส่วนบ้านพักตากอากาศหรือวิลล่านั้น นับเฉพาะโครงการแนวราบริมทะเลหรือเชิงเขาที่มีราคา 15 ล้านบาทขึ้นไปเกินกว่าร้อยละ 50 ของหน่วยในผัง และโครงการมีหน่วยเหลือขายอย่างน้อย 1 หน่วย พบว่าภูเก็ตเป็นจังหวัดที่มีโครงการ บ้านพักตากอากาศมากที่สุด 1,100 หน่วย ปัจจุบันเหลือขายเพียง 80 หน่วย

สงขลา มีโครงการที่อยู่อาศัย 15,400 หน่วย แบ่งเป็นบ้านจัดสรร 174 โครงการ รวม 9,800 หน่วย มูลค่า 39,200 ล้านบาท เหลือขาย 3,200 หน่วย มูลค่า 13,300 ล้านบาท, เป็นคอนโดฯ 21 โครงการ รวม 5,600 หน่วย มูลค่า 13,200 ล้านบาท เหลือขาย 1,100 หน่วย มูลค่า 3,000 ล้านบาท

"ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ตลาดอสังหาฯ ในภูมิภาคยังสวนทางกับตลาด กทม.ปริมณฑลโดยในภาคใต้นั้น ยังชะลอตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะคอนโดฯ ซึ่งบางรายขายได้แต่ลูกค้าไม่ไปโอน หรือลูกค้าขอคืนเงิน เป็นต้น  ขณะที่ตลาดหัวหิน กับชะอำนั้นตลาดยังไปได้ โดยเฉพาะตลาดรับสร้างบ้าน แต่ตลาดบ้านจัดสรรยังชะลอตัว ขณะที่คอนโดฯ นั้นมีสต๊อกเหลือค้างจำนวนมาก แม้ว่าช่วงที่ผ่านมา จะมีมาตรการรัฐออกมา แต่ก็ระบายสต๊อกไปได้ไม่มากนัก ทำให้ตลาดเปิดใหม่น่าจะชะลอตัวลง จนกว่าจะระบายสต๊อกได้มากกว่านี้" นายสัมมากล่าว

นายสัมมากล่าวว่า สำหรับอสังหาฯ ที่จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีหน่วยที่อยู่อาศัยระหว่างการขายทั้งสิ้น 12,400 หน่วย เป็นบ้านจัดสรร 91 โครงการ รวม 5,300 หน่วย มูลค่า 22,300 ล้านบาท เหลือขาย 1,800 หน่วย มูลค่า 8,800 ล้านบาท เป็นอาคารชุด 30 โครงการ รวม 6,800 หน่วย มูลค่า 28,100 ล้านบาท เหลือขาย 1,600 หน่วย มูลค่า 6,400 ล้านบาท และบ้านพักตากอากาศ  8 โครงการ รวม 300 หน่วย ที่ จ.เพชรบุรี มี 42 โครงการ รวม 16,965 หน่วย แบ่งเป็นบ้านจัดสรร 3,050 หน่วย มูลค่า 11,700 ล้านบาท เหลือขาย 1,000 หน่วย มูลค่าหน่วยเหลือขายรวม 3,500 ล้านบาท เป็นคอนโดฯ 23 โครงการ รวม 13,850 หน่วย มูลค่า 45,800 ล้านบาท เหลือขาย 2,500 หน่วย มูลค่าหน่วยเหลือขายรวม 7,700 ล้านบาท และ บ้านพักตากอากาศ 4 โครงการ รวม 65 หน่วย

ที่มา : ผู้จัดการรายวัน 360 องศา

 

 

 

ข่าว reic จากสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ