Loading

จ่อยืดเวลาขอสิทธิ'บีโอไอ หวังดึง เอสเอ็มอี ลงทุนเขตศก.พิเศษชายแดน-ปีกว่ายื่นขอ 11 ราย

วันที่ : 3 พฤษภาคม 2559
จ่อยืดเวลาขอสิทธิ'บีโอไอ หวังดึง เอสเอ็มอี ลงทุนเขตศก.พิเศษชายแดน-ปีกว่ายื่นขอ 11 ราย

เอกชนมั่นใจหนุนลงทุนประเทศ สร้างศูนย์กลางธุรกิจภูมิภาค

สศช.เตรียมเสนอขยายเวลายื่นขอบีโอไอ ในพื้นที่ เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน จากเดิมสิ้นสุด เดือนมิ.ย.นี้ หวังดึงเอสเอ็มอีลงทุนเพิ่มขึ้น ด้าน"ธนารักษ์"เดินหน้าออกเอกสารสิทธิ์ที่ดิน ใน 4 จังหวัด เร่งหาดีเวลอปเปอร์พัฒนาพื้นที่ ขณะเอกชนมั่นใจหากเกิดจริง เกื้อหนุนลงทุน ภาพรวม-สร้างโอกาสการค้าการลงทุน

สำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)เตรียมเสนอขยายเวลาขอรับสิทธิประโยชน์ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจชายแดน หลังจะครบกำหนดให้นักลงทุนยื่นขอภายในเดือนมิ.ย.นี้ หวังขยายเวลาให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเข้าไปลงทุน ขณะที่ผ่านไปปีกว่ามีผู้ยื่นขอเพียง 11 โครงการ

น.ส.พจนีย์ อรรถโรจน์ภิญโญ รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สศช.กำลังอยู่ระหว่างการหารือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ถึงความเป็นไปได้ของการขยายระยะเวลาขอรับสิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษสำหรับ 10 กิจการที่กำหนดไว้ให้ยื่นขอบีโอไอภายในเดือนมิ.ย.นี้

"10 กิจการเดิมบีโอไอกำหนดเงื่อนไขให้ ยื่นขอรับการส่งเสริมภายในเดือน มิ.ย. 2559 นี้ โดยอาจมีการขยายระยะเวลาเพิ่มขึ้นเพื่อให้นักลงทุนโดยเฉพาะผู้ประกอบการ รายย่อย (เอสเอ็มอี) มีการยื่นขอรับการส่งเสริม การลงทุนเพิ่มขึ้น"

ทั้งนี้ 10 กิจการ ประกอบด้วย 1.กิจการอบพืชและไซโล 2.กิจการผลิตผลิตภัณฑ์จากผลพลอยได้หรือเศษวัสดุทางการเกษตร 3.กิจการผลิตโครงสร้างโลหะสำหรับงานก่อสร้างหรืองานอุตสาหกรรม 4.กิจการผลิตสิ่งพิมพ์ทั่วไป 5.กิจการผลิตอาหารสัตว์หรือส่วนผสมอาหารสัตว์ 6.กิจการผลิตวัสดุก่อสร้างและกิจการผลิตผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรงสำหรับงานสาธารณูปโภค (ยกเว้นกระเบื้องมุงหลังคาเซรามิกส์และกระเบื้องปูพื้นหรือผนัง)

7.กิจการผลิตสิ่งปรุงแต่งร่างกาย (ยกเว้นเครื่องสำอาง) 8.กิจการผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกสำหรับสินค้าอุปโภค 9.กิจการผลิตสิ่งของจากเยื่อหรือกระดาษ และ 10.กิจการพัฒนาอาคารสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้า

กิจการที่ 1-4 ให้ได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี และลดหย่อน 50% ในปีที่ 9-13 ส่วนกิจการที่ 5-10 จะได้รับ สิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี

ตั้งแต่ รัฐบาลมีการส่งเสริมการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนตั้งแต่ ม.ค.2558 - 1 เม.ย.2559 ขณะนี้มีเอกชนที่ขอรับการส่งเสริมการลงทุนในเขตพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษจากโอไอในพื้นที่ จ.ตาก หนองคาย เชียงราย สงขลา และมุกดาหาร จำนวน 11 โครงการ รวมวงเงินลงทุน 1,267.5 ล้านบาท  โดยมีโครงการที่ผ่านการอนุมัติจาก คณะกรรมการเขตเศรษฐกิจพิเศษแล้ว 8 โครงการ

"การลงทุนส่วนใหญ่ภาคเอกชนใช้ประโยชน์จากแหล่งผลิตที่ใกล้กับชายแดนในการป้อนสินค้าไปยังตลาดประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งนี้ สศช.อยู่ระหว่างลงพื้นที่สำรวจกิจกรรมทางเศรษฐกิจอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อสรุปข้อมูลทั้งหมดคาดว่าจะสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับพื้นที่ต่างๆ ไม่น้อยกว่า 25% เมื่อเทียบกับช่วงที่ยังไม่มีนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ"น.ส.พจนีย์กล่าว

ธนารักษ์ทยอยจัดหาที่ดินรัฐ

น.ส.พจนีย์ กล่าวว่าการจัดหาที่ดินของรัฐเพื่อใช้ประโยชน์ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ กรมธนารักษ์รายงานว่าได้ออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษสระแก้ว มุกดาหาร ตราด และหนองคายแล้ว โดยอยู่ระหว่างคัดเลือกผู้พัฒนาที่ดินราชพัสดุ

"ในพื้นที่ของกรมธนารักษ์ที่ให้เอกชนเช่าพื้นที่เพื่อพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ มีเอกชนที่สนใจเข้ามาซื้อซองจำนวนมาก โดยหลังจากที่มีการคัดเลือก ดีเวลลอปเปอร์ ของแต่ละโครงการได้แล้วจะมีการออกข้อกำหนดและเงื่อนไขในการกำกับ ให้ผู้พัฒนาพื้นที่ดำเนินการตาม"น.ส.พจนีย์กล่าว

เอกชนกว่า10รายยื่นซองพัฒนา3จว.

หลังจากที่กรมธนารักษ์ ได้เปิดให้เอกชนที่สนใจเข้าร่วมประมูลลงทุนพัฒนาพื้นที่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ 3 จังหวัด ประกอบด้วย หนองคาย มุกดาหาร และ ตราด โดยได้เริ่มประกาศสรรหาตั้งแต่วันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา และผู้สนใจเสนอโครงการลงทุนสามารถซื้อเอกสารการประมูลได้ตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย.-19 พ.ค.นี้

นายจักรกฤศฎิ์ พาราพันธกุล อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่าขณะนี้ มีผู้สนใจเข้าซื้อซองประมูลแล้วกว่า 10 ราย ถือว่ามีภาคเอกชนสนใจจำนวนมาก เพราะเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสำหรับการลงทุนโดยหลังปิดรับเอกสาร

"จนถึงปัจจุบันมีผู้มายื่นซองประมูลแล้ว 10 ซอง เป็นหนองคาย 4 ซอง ส่วนตราดและมุกดาหาร จังหวัดละ 3 ซอง ซึ่งจะปิดรับซองในวันที่ 19 พ.ค.นี้ และหลังปิดรับซองจะใช้เวลา 117 วันในการพิจารณาผู้ชนะการประมูล"

กรมธนารักษ์ จะใช้เวลาไม่เกิน 3 เดือน ในการพิจารณาผู้ชนะการประมูล โดยหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษนั้น ผู้ประมูลต้องมีแผนการพัฒนาพื้นที่ที่ขอลงทุน มีแนวคิดในการจัดทำแผนแม่บทเบื้องต้น การจัดทำโครงสร้างพื้นฐานภายในโครงการ ระบบสาธารณูปโภค รูปแบบอาคารที่โดดเด่นทันสมัย และมีนวัตกรรม การจัดสรรพื้นที่ให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี รูปแบบจำลองธุรกิจ กรอบระยะเวลาในการดำเนินการและความเป็นไปได้ในเชิงการเงิน

"ทั้ง 3 แปลง มีโฉนดพร้อมแล้ว และ ขณะนี้ โครงสร้างพื้นฐานพื้นที่ทั้ง 3 จังหวัด ก็ได้วางแผนไว้พร้อมแล้ว ทั้งถนน น้ำประปา และ ไฟฟ้า จึงพร้อมที่จะนำเสนอให้เอกชนที่สนใจเข้าประมูลลงทุนพัฒนาพื้นที่ โดยระหว่างนี้ กรมฯก็มีเตรียมเจ้าหน้าที่ไว้คอยอำนวยความสะดวกแล้ว โดยผู้ที่สนใจสามารถติดต่อกรมฯหรือทางจังหวัดได้"

ผู้เสนอราคาสูงสุดชนะประมูล

กรมธนารักษ์ ได้กำหนดระยะเวลาการเช่า 50 ปี นำไปจัดให้เช่าช่วงได้ กรรมสิทธิ์อาคารเป็นของผู้เช่า และ นำสิทธิการเช่าไปขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินได้ และ ยังได้รับสิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ สิทธิลดหย่อนภาษีทางศุลกากร สรรพากร ในอัตราพิเศษมากกว่าปกติ เพื่อจูงใจให้นักลงทุนเข้าร่วมลงทุนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ

ส่วนอัตราค่าเช่าและค่าธรรมเนียมการจัดให้เช่านั้น กำหนดราคาขั้นต่ำไว้ที่ 2.4 หมื่นบาทต่อไร่ต่อปี และ ปรับขึ้น 15% ทุก 5 ปี ส่วนค่าธรรมเนียมการจัดให้เช่านั้น ขั้นต่ำอยู่ที่ 1.6 แสนบาทต่อไร่ต่อ 50 ปี โดยยกเว้นชำระใน 5 ปีแรก และ ผ่อนชำระได้ 5 ปี เริ่มปีที่ 6-10 ปี คาดว่า กรมฯจะมีรายได้เบื้องต้นประมาณ 500 ล้านบาท

"อัตราขั้นต่ำที่กำหนดไว้ดังกล่าวนั้น ผู้ประมูลรายใดให้ราคาที่สูงกว่า จะเป็นผู้ชนะการประมูล อย่างไรก็ตาม ค่าเช่าและค่าธรรมเนียมรายปีที่กำหนดไว้ ยังค่อนข้างต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นถนน ไฟฟ้า ประปา ในสามพื้นที่นี้รวมกว่า 1 พันล้านบาท ขณะที่รายได้จากค่าเช่าและค่าธรรมเนียม ในตลอด 50 ปี จะอยู่ประมาณ 500 กว่าล้านบาทเท่านั้นแต่สิ่งที่ภาครัฐจะได้รับกลับคืน การลงทุนในพื้นที่ชายแดนในสามจังหวัด ก่อให้ เกิดการจ้างงานในพื้นที่ และสามารถใช้แรงงานที่อยู่ตามชายแดน ไม่ต้องเข้ามาหางานใน กทม."

'เอกชน'มองเกื้อหนุนลงทุนภาพรวม

นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) AMATA กล่าวว่า นโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมการลงทุน โดยเฉพาะการผลักดันให้เกิดนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ มองว่าเป็นผลดีและไม่ส่งผลกระทบต่อการย้ายฐานหรือการดึงดูดนักลงทุนที่จะเข้ามาในนิคมฯที่มีการลงทุนอยู่แล้ว

"แต่ผมมองว่าเป็นปัจจัยเกื้อหนุนการลงทุนซึ่งกันและกันในรูปแบบของคลัสเตอร์บางอุตสาหกรรม แต่สำหรับนิคมฯอมตะนคร และนิคมฯอมตะซิตี้ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์"

นายวิบูลย์ กล่าวว่าการลงทุนสำหรับคลัสเตอร์อุตสาหกรรมยานยนต์จะอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกมากกว่า ส่วนการลงทุนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษจะเป็นรูปแบบของอุตสาหกรรมที่ต้องใช้วัตถุดิบในพื้นที่ในการใช้เพื่อการผลิตสินค้าเพื่อส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ในกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป อุตสาหกรรมเพื่อการอุปโภค-บริโภค อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ เป็นส่วนใหญ่

"แม้ภาพรวมเศรษฐกิจชะลอตัว แต่การก่อสร้างโรงงานยังมีความจำเป็นจะต้องลงทุนซื้อที่ดินเพื่อก่อสร้างก่อนล่วงหน้าขั้นต่ำ 1 ปี ซึ่งขณะนี้มีลูกค้าจีน ยุโรปสหรัฐญี่ปุ่น ทั้งลูกค้าเดิมและรายใหม่เข้ามาเจรจาเพื่อขอซื้อที่ดิน ประกอบกับภาครัฐบาลไทยส่งเสริมให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุน ซึ่งจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี จึงทำให้มั่นใจว่ายอดขายที่ดินปีนี้จะทำได้ 1,000 ไร่ จากที่ลูกค้าได้แสดงความต้องการจะเข้ามาซื้อ"

เชื่อหนุนเกิดศูนย์กลางธุรกิจ

นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)หรือ WHA กล่าวในทิศทางเดียวกันว่า การเกิดเขตเศรษฐกิจพิเศษ ช่วยเกื้อหนุนผู้ประกอบการนิคมอุตสาหกรรมของไทยมากขึ้น โดยจะทำให้เกิดศูนย์กลางธุรกิจต่างๆในแต่ละพื้นที่ อีกทั้งความน่าสนใจในการเข้ามาทำธุรกิจในไทยก็จะเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน

นางสาวจรีพร กล่าวว่าเท่าที่พูดคุยกับลูกค้าต่างประเทศ ซึ่งอยู่ในห่วงโซ่ธุรกิจผู้ผลิตเครื่องบิน พบว่านักลงทุนต่างชาติค่อนข้างสนใจนโยบายนี้ และเฝ้ารอความชัดเจนโดยเฉพาะเรื่องความต่อเนื่องของนโยบาย

"เข้าใจว่ารัฐบาลต้องการให้ประเทศเราน่าสนใจ พยายามสร้างจุดได้เปรียบเพื่อดึงดูดเงินต่างชาติให้เข้ามาลงทุน ซึ่งก็จะเกื้อหนุนต่อธุรกิจขนาดกลางขนาดย่อมต่างๆ กล่าวคือ ทำให้ห่วงโซ่ธุรกิจมีความครอบคลุมมากขึ้น ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ"

หอการค้าชี้เปิดโอกาสการค้า

นายนิยม ไวยรัชพานิช รองประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และประธานคณะกรรมการความร่วมมือเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน และจีนตอนใต้ กล่าวว่า ขณะนี้บรรยากาศการค้าชายแดนของไทยกับเพื่อนบ้านในเกือบทุกช่องทางมีอัตราการขยายตัวที่สูงมาก ซึ่งนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษจะช่วยสนับสนุนให้การค้าชายแดนมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ เพราะจะเป็นการเพิ่มโอกาสทางการค้า ไม่ใช่เฉพาะคนในพื้นที่ แต่เปิดโอกาสให้เม็ดเงินลงทุนจากต่างถิ่นหรือแม้แต่ต่างประเทศ

"สัดส่วนการค้าชายแดนยังอยู่ในอัตราที่ต่ำ ไม่ถึง 50% ของมูลค่าการค้าที่ควรจะเป็น ทั้งที่โอกาสทางการค้าเพิ่มขึ้น สาเหตุมาจากปัญหาทั้งฝั่งไทยเองและจากเพื่อนบ้าน ที่มีกฎระเบียบต่างกันสร้างขั้นตอนยุ่งยากทางการค้า"

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

 

ข่าวเขตเศรษฐกิจพิเศษ อื่นๆ