Loading

อสังหาฯ เร่งเครื่อง ลุยเปิดโครงการดันยอดขาย

วันที่ : 19 เมษายน 2559
อสังหาฯ เร่งเครื่อง ลุยเปิดโครงการดันยอดขาย

สุกัญญา สินถิรศักดิ์

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ผ่านพ้นไตรมาสแรกของปี 2559 ไปแล้ว ภายใต้บรรยากาศการอัดโปรโมชั่นกระตุ้นการขายโครงการพร้อมอยู่ของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มรายใหญ่ทั้งเพื่อให้ทันมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% ที่จะสิ้นสุดในวันที่ 28 เม.ย.นี้ และเพื่อโละสต๊อกสินค้าพร้อมอยู่ในมือให้ได้มากที่สุด เป็นผลให้การเปิดตัวโครงการใหม่ในช่วงไตรมาสแรกของผู้ประกอบการรายใหญ่ในปีนี้ลดน้อยลง

ขณะที่ตลาดไตรมาส 2 ผู้ประกอบการหลายรายส่งสัญญาณพร้อมกลับมาเปิดตัวโครงการใหม่อีกครั้ง และคงมีบางส่วนที่จะเป็นโครงการใหม่ที่เกาะกระแสบ้านประชารัฐ โดย สัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ กล่าวว่า ตลาดที่อยู่อาศัยไตรมาสสองปีนี้ในด้านการขายสินค้าพร้อมอยู่ และการโอนกรรมสิทธิ์จะเกิดขึ้นจำนวนมากในเดือน เม.ย. หลังจากหมดมาตรการแล้วคงชะลอตัวลง แต่ในการเปิดโครงการใหม่ ผู้ประกอบการจะทยอยเปิดตัวมากขึ้น ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า ผู้ประกอบการรายใหญ่จะกระโจนเข้าสู่ตลาดบ้านประชารัฐ

ด้านปัจจัยบวกในเรื่องทิศทางดอกเบี้ยขาลงจะเอื้อต่อตลาดที่อยู่อาศัย ซึ่งถือว่าเป็นผลดีกับผู้บริโภค ส่วนภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยในเวลานี้ยังไม่มีอะไรน่าห่วง ผู้ประกอบการปรับตัวตามสภาพ หลายรายแตกไลน์สู่ธุรกิจใหม่ๆ ซึ่งเป็นเทรนด์หลังจากที่มีกลุ่มทุนใหญ่รายใหม่ๆ เข้าสู่ตลาด ผู้ประกอบการอสังหาฯ รายเดิมย่อมต้องหาช่องทางใหม่ๆ ในการสร้างรายได้ ส่วนผู้ประกอบการรายเล็ก แม้จะอาศัยจังหวะที่รายใหญ่เปิดตัวโครงการใหม่น้อยมากมาเร่งเปิดตัว แต่ก็มีจำนวนไม่มากนัก

สุรเชษฐ กองชีพ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กล่าวว่า ผู้ประกอบการทุกรายยังคงแผนการเปิดขายโครงการใหม่ในปีนี้ไว้ไม่ได้ปรับลดลง สะท้อนได้ว่าผู้ประกอบการยังคงเปิดขายโครงการใหม่แน่นอนในปีนี้ และคาดว่าครึ่งปีหลังจะมีการเปิดขายโครงการใหม่มากขึ้น แต่ในแง่ของกำลังซื้อนั้นต้องอาศัยการลงทุนจากภาครัฐบาลมาสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนซื้อ และเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ขณะที่ตลาดที่อยู่อาศัยในช่วงไตรมาส 2 ปี 2559 จะยังคงไม่พลิกกลับมาขยายตัวแบบรุนแรง คาดว่าจะทรงตัวไม่แตกต่างจากไตรมาสแรกที่ผ่านมา แต่จะเริ่มดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี ซึ่งต้องอาศัยกระแสของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลมาช่วยขับเคลื่อน

สำหรับตลาดที่อยู่อาศัยระดับราคาต่ำกว่า 1.5 ล้านบาท จะยังคงมีความคึกคักอยู่ เพราะโครงการบ้านประชารัฐ และผู้ประกอบการหลายรายที่มีบ้านและคอนโดมิเนียมในช่วงระดับราคานี้จะยังสามารถระบายสต๊อกออกไปได้ต่อเนื่อง แต่ว่าผู้ซื้อที่อยู่อาศัยในระดับราคานี้จำนวนไม่น้อยมีปัญหาเรื่องของหนี้ครัวเรือนทำให้ไม่สามารถกู้เงินจากธนาคารได้ ดังนั้นมาตรการนี้ต้องดูว่าธนาคาร ที่เข้าร่วมโครงการมีความยืดหยุ่นมากแค่ไหน

ด้าน แสนผิน สุขี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ หรือโกลเด้นแลนด์ กล่าวว่า บริษัทเตรียมเปิดตัว 3 โครงการใหม่ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 2,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นบ้านทาวน์เฮาส์ 2-3 ล้านบาท กับบ้านแฝดราคา 3.5-5 ล้านบาท โดยมองว่าตลาดไตรมาสสองยังมีความต้องการต่อเนื่อง ซึ่งกลยุทธ์การทำตลาดในไตรมาสนี้ต้องดูว่าภาครัฐจะต่อมาตรการหรือไม่ ถ้าไม่ต่อผู้ประกอบการอาจต้องออกแคมเปญคล้ายกับมาตรการไปอีกระยะให้ตลาดปรับตัวและกระตุ้นการตัดสินใจ

สำหรับเป้าหมายไตรมาสสอง คาดว่าจะมียอดขาย 4,500 ล้านบาท และมียอดรับรู้รายได้ 2,000 ล้านบาท ซึ่งมั่นใจว่าจะได้ตามเป้า ประเมินจากไตรมาสแรก ซึ่งปกติเป็นไตรมาสที่จะมียอดขายต่ำกว่าทุกไตรมาส แต่ไตรมาสแรกของปีนี้ทะลุเป้าทั้งยอดขายและยอดโอน โดยมียอดขาย 4,800 ล้านบาท เติบโต 110% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และมากกว่าเป้าที่วางไว้ 3,600 ล้านบาท ส่วนรายได้เติบโตจากไตรมาสแรกของปีที่แล้ว 60%

ขณะที่ภาพรวมตลาดทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น ราคาต่ำกว่า 5 ล้านบาท มีผู้ประกอบการเข้ามาทำตลาดมากขึ้น เพราะเป็นตลาดที่มีความต้องการสูงมาก เป็นกลุ่มมนุษย์เงินเดือน ที่แม้จะมีปัญหาในการยื่นขอสินเชื่อสัดส่วนประมาณ 20-30% แต่ด้วยความที่มีความต้องการต่อเนื่อง จะทำให้ลูกค้าใหม่ๆ เข้ามาชดเชย ยอดขายที่หายไปจากการถูกปฏิเสธ สินเชื่อได้

วิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) กล่าวว่า ในไตรมาส 2 บริษัทเตรียมเปิด 8 โครงการใหม่ มูลค่ารวมกว่า 8,750 ล้านบาท แบ่งเป็น โครงการคอนโดมิเนียมติดแนวรถไฟฟ้าสายปัจจุบัน 2 โครงการ มูลค่ารวม 3,640 ล้านบาท ได้แก่ แอสปาย สาทร-ตากสิน คอปเปอร์ โซน ใกล้บีทีเอสวุฒากาศ ราคาเริ่มต้นล้านปลายๆ และไลฟ์ สุขุมวิท 48 ติดสถานีบีทีเอส พระโขนง ราคาเริ่มประมาณกว่า 2 ล้านบาท โครงการทาวน์เฮาส์และโฮมออฟฟิศใจกลางเมือง 2 โครงการ ราคาเริ่มต้นประมาณ 15.9 ล้านบาท มูลค่ารวม 1,060 ล้านบาท และโครงการบ้านเดี่ยวโซนชานเมือง ระดับราคา 5 -15 ล้านบาท 4 โครงการ มูลค่ารวม 4,050 ล้านบาท

ทั้งนี้ ผลตอบรับจากการจัดแคมเปญบ้านกลางเมืองลิมิเลส สเปซ เมื่อวันที่ 24-30 มี.ค.ที่ผ่านมา บริษัทสามารถทายอดขายจากเปิดตัวทาวน์เฮาส์ 3 โครงการใหม่ และบ้านกลางเมืองกว่า 20 ทำเลพร้อมอยู่ มูลค่ารวมกว่า 1,200 ล้านบาท ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าตลาดบ้านแนบราบมีความต้องการสูงมาก

ตลาดที่อยู่อาศัยในไตรมาส 2 จะเข้มข้นขึ้นจากโครงการใหม่ๆ ของผู้ประกอบการที่จะเริ่มทยอยเปิดตัวมากขึ้น พร้อมกับการกระตุ้นตลาดหลังจบมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ของภาครัฐให้ยังคงเดินหน้าต่อไป

ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

 

 

 

ข่าว reic จากสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ