Loading

เขตศก.พิเศษแม่สอด เนื้อหอมไทย-ต่างชาติปักหลักลงทุน 2 หมื่นล้าน

วันที่ : 29 มีนาคม 2559
เขตศก.พิเศษแม่สอด เนื้อหอมไทย-ต่างชาติปักหลักลงทุน 2 หมื่นล้าน

สกาวรัตน์ ศิริมา

เขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอดเดินหน้า ผู้ว่าฯ ชี้รัฐบาลหนุนระบบโครงสร้างพื้นฐานพัฒนาต่อเนื่อง-มีพื้นที่รองรับการลงทุน 800,000 ไร่ใน 3 อำเภอชายแดน ตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนระดับตำบลทำงานคู่ขนานนักลงทุน คัดกรองอุตสาหกรรมสีเขียว ขบวนพาเหรดไทย-ต่างชาติปักหลักลงทุนมูลค่าไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมมาแรงกว่า 30 แท่งในระยะเวลาเพียง 1 ปี

นายสมชัยฐ์ หทยะตันย์ติ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เปิดเผยว่า หลังจากที่มีประกาศจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด จังหวัดตาก ทำให้ขณะนี้ได้เกิดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภายในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง มีการจัดสรรงบประมาณเข้ามาพัฒนาทั้งถนน สนามบิน สะพาน ไฟฟ้า น้ำประปา และเครือข่ายอินเทอร์เน็ต รองรับการขนส่ง การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว เชื่อมโยงภายในประเทศ และต่างประเทศได้ครบวงจรมากขึ้น โดยเฉพาะการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 2 ได้ดำเนินการอย่างรวดเร็ว คาดว่าภายในปี 2560 จะเปิดใช้งาน ได้อย่างเป็นรูปธรรม และจะสามารถเชื่อมต่อไปยังเมียนมา ผ่านถนนเมียวดี- กอกาเรก เข้าสู่จังหวัดชั้นใน และนครย่างกุ้งได้อย่างรวดเร็ว

เขตเศรษฐกิจพิเศษมีขนาด 800,000 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ใน 14 ตำบลของอ.แม่สอด พบพระ และแม่ระมาด ซึ่งเป็นพื้นที่ติดกับจ.เมียวดี ของเมียนมา ขณะนี้ทางหลวงชนบทกำลังทำการสำรวจเครือข่ายถนน เพื่อที่จะพัฒนาให้มีการสร้างถนนเลียบแม่น้ำเมย อันจะเป็นการส่งเสริมให้เกิดโครงข่ายระบบคมนาคมระหว่างไทย-เมียนมา ที่จะเอื้อประโยชน์ต่อระบบโลจิสติกส์ได้ครอบคลุมมากขึ้น

ในขณะนี้ ยังได้มีการตั้งศูนย์พัฒนาอาชีพไทย-เมียนมา เพื่อดูแลแรงงานทั้ง 2 ประเทศ ตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งจะทำให้เกิดการพัฒนาสร้างทักษะแรงงานที่จะรองรับการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด และเขตเศรษฐกิจพิเศษเมียวดี รวมถึงการสานสัมพันธ์ยกระดับอำเภอแม่สอด จังหวัดตากกับจังหวัดเมียวดี ประเทศเมียนมาเป็นบ้านพี่เมืองน้องกัน

"ขณะนี้ปัญหาราคาที่ดินในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ถือว่าราคาสูงมาก อาจเป็นอุปสรรคต่อการลงทุน แต่อยากจะให้ข้อมูลกับนักลงทุนว่า พื้นที่ที่รองรับมีถึง 800,000 ไร่ กระจายในพื้นที่ 3 อำเภอชายแดน หากใครจะลงทุนใกล้สะพานมิตรภาพไทย-พม่า แห่งที่ 2 หรือในเขตเทศบาลนครแม่สอด ก็ต้องมีการลงทุนด้านที่ดินค่อนข้างสูง"

อย่างไรก็ดี อยากให้มองว่ายังมีพื้นที่อื่นๆ ที่มีราคาต่ำกว่าและพร้อมรองรับการลงทุนได้ อีกทั้งขณะนี้ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนระดับตำบลที่อยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งหากมีการลงทุนในพื้นที่ จะเป็นตัวแทนของชุมชนหารือร่วมกับนักลงทุน เพื่อให้เกิดการลงทุนในรูปแบบอุตสาหกรรมสีเขียวไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งขณะนี้ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนสิ่งทอ, ห้องเย็น และการท่องเที่ยว" ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก กล่าว

แนะอนุมัติลงทุนแบบเบ็ดเสร็จ

          ทางด้าน นายเทอดเกียรติ ชินสรนันท์ นายกเทศมนตรีนครแม่สอด จ.ตาก กล่าวว่า ศักยภาพของอ.แม่สอด จ. ตาก เป็นประตูสู่อัดามัน และยังเป็นจุดกึ่งกลางระหว่างทวีปยุโรป และเอเชีย รวมถึงเป็นจุดที่เชื่อมต่อไปยังกลุ่มประเทศ BIMTEC ได้ใกล้ที่สุด และยังเป็นระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก ที่เชื่อมต่อไปยังลาว  เวียดนาม และจีน ซึ่งถือเป็นจุดแข็งในการผลักดันให้เกิดเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอดขึ้นมา

ขณะนี้ทางเทศบาลนครแม่สอด อยากให้มีการขับเคลื่อนการใช้กฎหมายพิเศษ สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแบบพิเศษ เพื่อให้มีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ และการร่างกฎหมายการใช้แรงงานให้เป็นระบบ รวมถึงในการอนุมัติการลงทุนในเขคเศรษฐกิจพิเศษต้องรวดเร็วแบบเบ็ดเสร็จ เพื่อให้เกิดการลงทุนอย่างต่อเนื่อง

สำหรับภาพรวมการลงทุนในเขตเทศบาลนครแม่สอด ขณะนี้มีนักลงทุนเข้ามาลงทุนกว่า 40 ราย มีมูลค่าการลงทุนกว่า 20,000 ล้านบาท ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนสร้างโรบินสันไลฟ์สไตล์มอล ของกลุ่มเซ็นทรัลกว่า 3,000 ล้านบาท , การลงทุนค้าปลีกและค้าส่งของกลุ่มแมคโคร และเทสโก้โลตัส, การก่อสร้างคอนโดมิเนียมของกลุ่มทุน ท้องถิ่น และส่วนกลาง รวมถึงของกลุ่มทุนจีน ที่อยู่ระหว่างการรอการอนุมัติจำนวน 2,900 ยูนิต ซึ่งภาพรวมขณะนี้มีการลงทุนคอนโดมิเนียมมากกว่า 30 แห่ง ภายในระยะเวลาเพียง 1 ปีเท่านั้น ซึ่งจะเห็นได้ว่า เป็นผลพวงที่เกิดขึ้นจากการประกาศจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด

ตั้งศูนย์ธุรกิจชายแดนหนุนลงทุน

นายณัฐพงค์ วิศิษฐ์กิจการ หัวหน้าสำนักงานผู้แทนต่างประเทศ นครย่างกุ้ง ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ทางธนาคารได้เล็งเห็นความสำคัญของพื้นที่ชายแดนที่มีการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งถือว่าเป็นประตูการค้าที่สำคัญในการเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยขณะนี้ที่อ.แม่สอด  ถือเป็นสาขาแรกของธนาคารกสิกรไทย และสาขาแรกของธนาคารพาณิชย์ของไทย ที่มีการให้บริการธุรกรรมการทางการเงิน 4 ภาษา คือ ไทย อังกฤษ จีน และเมียนมา ซึ่งภายในสาขาแม่สอดจะมีทำป้าย และการเรียกคิวเป็นภาษาเมียนมา รวมถึงมีการเปิดเคาน์เตอร์พิเศษ ที่รับบริการการทำธุรกรรมเงินสดเกิน 2 ล้านบาท เพื่อรองรับการค้าของคนเมียนมาที่ยังมีการค้าขายด้วยระบบเงินสด

นอกจากนั้น ยังได้มีการจัดตั้งศูนย์ธุรกิจชายแดนแห่งแรกของธนาคารที่อ.แม่สอด เพื่อให้เกิดการพัฒนาธุรกิจการเงินคู่ขนานไปกับการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษทั่วประเทศ ซึ่งไม่เพียงแต่จะสนับสนุนนักธุรกิจไทย และนักธุรกิจเมียนมาที่ต้องการเข้ามาลงทุนใน 2 ประเทศให้มีความเข้าใจกฎระบียบ การค้า การลงทุนที่ชัดเจนแล้ว ยังช่วยส่งเสริมให้แนวทางการดำเนินธุรกิจมีพี่เลี้ยงคอยแนะนำอย่างถูกวิธี รวมถึงหากว่าผู้ประกอบการชาวเมียนมาต้องการมาเปิดบัญชี เพื่อทำธุรกรรมทางการเงินก็พร้อมจะรองรับได้

ซึ่งที่ผ่านมา การค้าขายของเมียนมายังยึดติดกับระบบเงินสด และมีการใช้ระบบโพยก๊วน หากว่าสามารถดึงนักธุรกิจชาวเมียนมาเหล่านี้เข้ามาอยู่ในระบบร้อยละ 5-10 จะทำให้ 2 ประเทศมีข้อมูลการทำธุรกิจระหว่างกันชัดเจนยิ่งขึ้น และมีแผนที่จะขยายไปทำรูปแบบเดียวกับอำเภอแม่สอดในพื้นที่ตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษอื่นๆต่อไป

แนะต่อยอดแม่สอดเทรดดิ้งซิตี้

นายประเสริฐ จึงกิจรุ่งโรจน์ รองประธานหอการค้าจังหวัดตาก กล่าวว่า อ.แม่สอดเป็นด่านการค้าชายแดนที่มีมูลค่าการค้าสูงสุดเป็นอันดับ 1 ของภาคเหนือ ในปี 2558 มีมูลค่าการค้าไทย-เมียนมา สูงถึง 68,000 ล้านบาท ขณะที่ 2 เดือนแรกของปี 2559 มีมูลค่าการค้าไทย-เมียนมา 13,000 ล้านบาท ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องทะลุ 100,000 ล้านบาทภายใน 1-2 ปีนี้  และเมื่อประกาศจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอดขึ้นมา ต้องยอมรับว่าทิศทางไปมุ่งเน้นในการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมมากกว่าภาคพาณิชยกรรม ซึ่งถือว่าเป็นศักยภาพโดยแท้จริง จึงอยากให้รัฐบาลควรจะมีการพิจารณาให้ท้องถิ่นที่มีภาคพาณิชยกรรมเป็นตัวขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ ในรูปแบบ ของแม่สอดเทรดดิ้งซิตี้ ซึ่งจะช่วยตอบโจทย์การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว ได้ดี และเกิดเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอดได้อย่างรวดเร็ว

"ราคาที่ดิน ในอำเภอแม่สอด ถือว่าสูงมาก อาจเป็นอุปสรรคต่อการลงทุน'

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

 

ข่าวเขตเศรษฐกิจพิเศษ อื่นๆ