Loading

เลื่อนตอกเข็มรถไฟไทย-จีน

วันที่ : 25 มีนาคม 2559
เลื่อนตอกเข็มรถไฟไทย-จีน

รถไฟไทย-จีน ส่อสะดุด "อาคม" ปรับแผน เลื่อนโครงการ 4-5 เดือน เผยจีนไม่รับข้อเสนอตั้งบริษัทร่วมทุน

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความร่วมมือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบรางและสรุปรูปแบบจะเป็นการลงทุนโดยประเทศไทยเองนั้น เนื่องจากหารือกับนายกรัฐมนตรีจีนก่อนหน้านี้ ที่ฝ่ายไทยได้ยื่นข้อเสนอให้ตั้งบริษัทร่วมลงทุนและให้จีนลงทุนในสัดส่วนที่สูงกว่า อาจจะเป็น 60 ต่อ 40 หรือ 70 ต่อ 30 ซึ่งจีนตอบกลับมาเป็นทางการแล้วว่าไม่สามารถร่วมลงทุนในลักษณะนี้ได้ ดังนั้นเมื่อจีนไม่รับ ไทยจึงจะลงทุนเอง

"จีนจะไม่ลงทุนถ้าไม่ได้ประโยชน์ตอบแทนในสิทธิอื่นๆ เหมือนกับในลาวที่เขาไปลงทุน เขาได้สิทธิเรื่องอื่น เช่น พัฒนาสองข้างทาง การพัฒนาสถานีและยังมีรายได้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับโครงการมาเป็นหลักประกันในเงินลงทุนของเขา ซึ่งเรื่องนี้ได้เรียนทางจีนไปแล้วว่าเราไม่ให้สิทธินี้ พูดตั้งแต่วันแรกที่ลงนามเอ็มโอยูแล้วว่าสิทธิต่างๆ เป็นของไทยทั้งหมด" นายอาคม กล่าว

สำหรับความหมายของการลงทุนเอง คือ ไทยกับจีนจะไม่ร่วมลงทุนตั้งแต่ก่อสร้าง ไทยจะลงทุนเองแล้วจ้างจีน ซึ่งอยู่ใน กรอบข้อตกลงเรื่องวิธีการสร้างที่เรียกว่า EPC คือ จีนจะมารับก่อสร้าง โดยใช้เทคโนโลยีของจีน แต่ผู้ก่อสร้างเป็นของคนไทยทั้งหมด ไทยเป็นเจ้าของโครงการ ส่วนที่ต้องใช้เทคโนโลยีจากจีนเพราะเป็นความร่วมมือตั้งแต่ต้นที่จะดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูง ขนาดราง 1.435 เมตร

นายอาคม กล่าวว่า การลงทุนเองนี้จะเหมือนกับการลงทุนรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ ที่รัฐลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ส่วนการเดินรถให้เอกชนเดินรถ ฉะนั้นกรณีรถไฟไทย-จีน จึงมีข้อสรุป 4 ข้อ คือ 1.ไทยจะดูสัดส่วนการลงทุนเอง 2.ดำเนินการก่อสร้างช่วงที่มีความพร้อม คือ กรุงเทพฯ-แก่งคอยโคราช ส่วนช่วงโคราช-หนองคาย จะลงทุนเมื่อมีความพร้อม ขณะที่โครงการในเฟส 2 ช่วงแก่งคอย-มาบตาพุด ชะลอไปอย่างไม่มีกำหนด 3.ต้นทุนโครงการต้องปรับลดลงเหลือ 1.7 แสนล้านบาท จากเดิมจีนกำหนดไว้ 1.9 แสนล้านบาท และ 4.แหล่งเงินทุนหลากหลาย โดยไทยจะหาแหล่งเงินที่ถูกที่สุด หรือหากเป็นเงินทุนจากจีน ต้องอยู่ในรูปแบบจีทูจี

ทั้งนี้ การปรับรูปแบบโครงการ ดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ จึงขอขยับเวลา จากเดิมที่จะเริ่มลงทุนในเดือน พ.ค.นี้ ให้เลื่อนออกไป 4-5 เดือน

"เชื่อว่าการปรับรูปแบบการลงทุนครั้งนี้จะไม่กระทบต่อข้อตกลงที่ทางจีนจะซื้อข้าวและยางจากประเทศไทย เพราะทั้งเรื่องของรถไฟกับยางและข้าวนี้ได้แยกออกจากกันแต่ต้นแล้วไม่ได้เกี่ยวข้องกัน ดังนั้นสัญญาเดิมก็ยังต้องปฏิบัติตาม" นายอาคม กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในอนาคตหากจีนยังสนใจโครงการ ไทยอาจเปิดให้จีนมาร่วมลงทุนได้ เช่น ในส่วนของการเดินรถ ซึ่งไทยอาจจะตั้งบริษัทร่วมทุน โดยมีกระทรวงการคลัง การรถไฟฯ เอกชน ซึ่งจีนจะเข้ามาร่วมลงทุนในส่วนนี้ได้ แต่เป็นสัดส่วนที่น้อย อย่างไรก็ตามกรณีนี้ยังไม่ต้องรีบเจรจา

ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

 

 

 

ข่าวพัฒนาสาธารณูปโภค อื่นๆ