Loading

คอลัมน์ ส่องความคิด: บ้านประชารัฐอย่างยั่งยืน

วันที่ : 25 มีนาคม 2559
คอลัมน์ ส่องความคิด: บ้านประชารัฐอย่างยั่งยืน

วราพงษ์ ป่านแก้ว

รัฐบาลเริ่มคิกออฟโครงการบ้านประชารัฐไปแล้วเมื่อวันที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา เลยต้องขออนุญาตหยิบมาพูดคุยกันอีกสักครั้ง ซึ่งรายละเอียดของโครงการคงไม่ต้องกล่าวถึง เพราะเป็นข่าวละเอียดยิบกันไปหมดแล้ว

สิ่งที่น่าสนใจ และเป็นสิ่งที่ผู้กำหนดนโยบายต้องติดตามผลหลังจากเริ่มโครงการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ได้ผลตามเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้มีอยู่หลายประเด็นด้วยกัน เช่น ในส่วนของบ้านจากเอกชนจะสามารถตอบสนองความต้องการของผู้มีรายได้น้อยได้แค่ไหน

เท่าที่ทราบ กลุ่มคนมีรายได้น้อยจริงๆ ส่วนใหญ่ต้องการบ้านในระดับ 5-7 แสนบาท ตัวเลขชัดๆ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ทำข้อมูลเชิงลึกไว้เรียบร้อยก็น่าจะมีรายงานถึงหูถึงตาระดับนโยบายไปบ้างแล้ว ซึ่งบ้านราคาหลักแสนบาทไม่เกิน 1 ล้านบาท ที่มีอยู่ในตลาดในเขต กทม.และปริมณฑลมีน้อยมาก ไม่เฉพาะแค่ กทม.และปริมณฑล จังหวัดใหญ่ๆ ก็หาบ้านราคาไม่เกินล้านได้ยากแล้วในเวลานี้ สุดท้ายคนมีรายได้น้อยก็ไม่สามารถซื้อหาบ้านที่ต้องการได้อยู่ดี

ต่อมาเป็นเรื่องของเงื่อนไขการกู้ที่กำหนดไว้ เอาเข้าจริงผู้มีรายได้น้อยจะผ่านตะแกรงร่อนของธนาคารได้มากน้อยแค่ไหน เพราะแบงก์เองก็ต้องป้องกันความเสี่ยงตามกฎกติกาที่มีอยู่ ลำพังการเพิ่มสัดส่วนหนี้สินต่อรายได้เป็น 50% ก็เสี่ยงจะแย่ แบงก์คงต้องหาทางคุมความเสี่ยงด้านอื่น สุดท้ายตัวเลขรีเจ็กต์ก็คงสูงลิ่ว จะมีคนมีรายได้น้อยสักกี่คนที่จะได้บ้านอยู่กันจริงๆ

คงต้องลุ้นกันต่อว่า บ้านประชารัฐเวอร์ชั่นที่จะสร้างบนที่ดินกรมธนารักษ์ และบ้านประชารัฐในเวอร์ชั่น การเคหะแห่งชาติ จะออกมาในรูปใด โดยเฉพาะบ้านบนที่ดินกรมธนารักษ์ ถ้าหากรัฐบาลใจกว้างพอและตั้งใจจะทำให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยอย่างแข็งขัน ขอให้ใช้ที่ดินที่อยู่ในเมืองมาพัฒนา โดยเฉพาะที่ดินตามหน่วยงานต่างๆ ที่นั่งทับกันไว้ไม่ได้ใช้ประโยชน์

อย่างน้อยๆ ก็เปิดทางให้การเคหะฯ เข้าไปสร้างเป็นบ้านสวัสดิการของหน่วยงาน ให้เจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยได้อยู่อาศัย หรือที่ดินของรัฐ-รัฐวิสาหกิจหลายแปลงที่มุ่งเน้นพัฒนาเพื่อการพาณิชย์ ขอแบ่งมาสร้างให้คนจน คนมีรายได้น้อยบ้าง ก็น่าจะได้ประโยชน์มหาศาล

สุดท้าย ในเมื่อมาถึงขั้นนี้ ก็อยากสนับสนุนให้รัฐบาลกำหนดนโยบายสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยให้กับประชาชนคนไทยแบบยั่งยืน เหมือนประเทศชาติอื่นๆ ที่เขาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นลำดับต้นๆ ทั้งปริมาณคนที่ต้องการที่อยู่อาศัย การพัฒนาให้สอดคล้องกับความต้องการทั้งของหน่วยงานรัฐ-และสนับสนุนเอกชนให้เข้ามามีส่วนร่วม การสนับสนุนด้าน สินเชื่อ ทั้งดอกเบี้ยถูกๆ การประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัย ไปจนถึงการยกระดับที่อยู่อาศัยตามฐานะที่ดีขึ้น โดยมีตลาดมือสองมารองรับ เป็นต้น

สิ่งเหล่านี้มีอยู่แล้วในบ้านเรา แต่จะทำอย่างไรให้เกิดการเชื่อมโยง และยั่งยืนครับ

ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

 

 

 

ข่าว reic จากสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ