Loading

ธุรกิจรับสร้างบ้านตลาดเงียบ มาตรการกระตุ้นอสังหาไร้ผล

วันที่ : 24 มีนาคม 2559
ธุรกิจรับสร้างบ้านตลาดเงียบ มาตรการกระตุ้นอสังหาไร้ผล

สมาคมไทยรับสร้างบ้าน ประเมินตลาดช่วง ม.ค.-ก.พ.ห่วงสถานการณ์ปีนี้ ไม่ดี เหตุเศรษฐกิจยังไม่ฟื้น อานิสงส์มาตรการรัฐยังมาไม่ถึงธุรกิจ เผยช่วยได้แต่บ้านจัดสรร

นายสิทธิพร สุวรรณสุต นายกสมาคมไทยรับสร้างบ้าน เปิดเผยว่า สถานการณ์ตลาดรับสร้างบ้าน 2 เดือนแรกที่ผ่านมา (ม.ค.-ก.พ. 59) เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกับปี ที่แล้ว โดยประเมินจากกลุ่มผู้ประกอบการรับสร้างบ้านเองมีการจัดกิจกรรมการตลาดมากขึ้น และก็ถือว่าประสบความสำเร็จ ในแง่การกระตุ้นความต้องการของผู้บริโภค ที่อั้นมานาน อย่างไรก็ตาม แนวโน้มเศรษฐกิจในปีนี้คาดว่ายังทรงตัวหรืออาจจะชะลอตัว ส่งผลให้กำลังซื้อใหม่ลดลงด้วย

"สำหรับมาตรการภาครัฐที่ออกมา สนับสนุนเฉพาะบ้านจัดสรรเป็นหลัก ดังนั้น ผู้ประกอบการคงต้องปรับตัวเองอย่างมาก เพื่อประคองตัวให้ผ่านพ้นสถานการณ์ยากลำบากนี้ไปให้ได้ น่าเป็นห่วงสถานการณ์ตลาดในระยะถัดไป เพราะไม่มีปัจจัยบวก มาสนับสนุนความเชื่อมั่นผู้บริโภคอย่าง ต่อเนื่อง ไม่ว่ามาตรการกระตุ้นจากภาครัฐ และปัจจัยทางเศรษฐกิจก็ยังไม่ฟื้นตัวจริง"

นายสิทธิพรกล่าวว่า สำหรับปีนี้ทางสมาคมประเมินว่าปริมาณ "บ้านสร้างเอง" ทั่วประเทศมีจำนวนประมาณ 8 หมื่นหน่วย แบ่งเป็นใช้บริการผู้ประกอบการรับสร้างบ้าน 18-20% คิดเป็น 1.5-1.6 หมื่นหน่วย ใช้บริการผู้รับเหมาทั่วไปและรายย่อย 80% โดยแบ่งผู้บริโภคเป็น 2 กลุ่มหลัก

ได้แก่ 1.กลุ่มผู้บริโภคที่สร้างบ้านราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาท ซึ่งมีจำนวนมากที่สุด และส่วนใหญ่อยู่ในต่างจังหวัด กลุ่มนี้บริษัทรับสร้างบ้านส่วนใหญ่ไม่สามารถให้บริการได้ เพราะมูลค่าต่อหน่วยต่ำและไม่คุ้มค่าดำเนินการ และ 2.ผู้บริโภคที่มีแนวโน้มเลือกว่าจ้างบริษัทสถาปนิกออกแบบ โดยเมื่อออกแบบเสร็จแล้วผู้รับเหมาก็จะประมูลราคาแข่งขันกัน บริษัทรับสร้างบ้านส่วนใหญ่จะไม่นิยมร่วมประมูลงานลักษณะนี้

นายสิทธิพรกล่าวต่อว่า การพัฒนาขนาดของตลาดรับสร้างบ้านให้โตขึ้น ผู้ประกอบการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ชมรม สมาคม ไม่ควรมองแค่การขยายตัวเฉพาะปริมาณและมูลค่ารวม ควรให้ความสำคัญกับการขยายทำเล ในอดีตผู้ประกอบการ รับสร้างบ้านที่แข่งขันกันอยู่ในธุรกิจนี้ อยู่ใน ทำเลกรุงเทพฯและปริมณฑล แต่ปัจจุบันมีผู้ประกอบการเพิ่มมากขึ้น เมื่อเศรษฐกิจประเทศชะลอตัว ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ที่แข่งขันอยู่เฉพาะในกรุงเทพฯ ที่กลายเป็น ตลาดเรดโอเชี่ยนไปแล้ว จึงประสบปัญหาทางธุรกิจและการเงินค่อนข้างมาก

โดยการสำรวจพบว่า ผู้บริโภคใช้ ผู้ประกอบการรับสร้างบ้าน 1.5-1.6 หมื่นหน่วย/ปี ผู้ประกอบการรับสร้างบ้าน มีส่วนแบ่งตลาด 4,800-5,000 หน่วย/ปี คิดเป็นมูลค่า 1.4-1.5 หมื่นล้านบาท หรือประมาณ 1 ใน 3 ซึ่งจากข้อมูลสะท้อนได้ว่าโอกาสทางการตลาดของกลุ่ม ผู้ประกอบการรับสร้างบ้านยังมีอยู่อีกมาก หากว่าสามารถเข้าถึงกำลังซื้อผู้บริโภค ในต่างจังหวัด หรือขยายการให้บริการ ให้ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น ไม่แข่งขัน เฉพาะในเขตกรุงเทพฯเท่านั้น

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

 

 

 

ข่าววัสดุก่อสร้าง-เฟอร์นิเจอร์ อื่นๆ