Loading

เคาะบ้านประชารัฐ7หมื่นล.เอกชนขานรับอสังหาฯโต5%

วันที่ : 23 มีนาคม 2559
เคาะบ้านประชารัฐ7หมื่นล.เอกชนขานรับอสังหาฯโต5%

ครม.อนุมัติโครงการบ้านประชารัฐ วงเงิน 7 หมื่นล้าน  ช่วยผู้มีรายได้น้อยกว่า 4-5 หมื่นราย มีที่อยู่อาศัยของตัวเอง "ธอส.-ออมสิน" เริ่มเปิดให้ยื่นกู้ได้วันนี้ทุกสาขา รมช.คลัง ชง "บ้านประชารัฐ" ของกรมธนารักษ์เข้าครม. ในอีก 2 สัปดาห์ เอกชนขานรับดันอสังหาฯ ปีนี้โต5 %

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วานนี้ (22 มี.ค.) มีมติเห็นชอบกรอบการดำเนินโครงการบ้านประชารัฐ  โดยให้สถาบัน การเงินของรัฐ คือธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารกรุงไทย สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ วงเงินรวม 7 หมื่นล้านบาท เพื่อสนับสนุนให้ผู้มีรายได้น้อย กู้ซื้อที่อยู่อาศัยของตัวเอง

นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า โครงการบ้านประชารัฐ เปิดโอกาสให้ประชาชน ผู้มีรายได้น้อย ทั้งผู้ที่มีรายได้ประจำ เช่น ข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ บุคลากรทางการศึกษา และผู้ประกอบอาชีพอิสระ ที่ไม่เคยมีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ มาก่อน ได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง หรือซ่อมแซมและต่อเติมที่อยู่อาศัย

อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการพัฒนาโครงการด้านอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากโครงการนี้แบงก์รัฐจะมีสินเชื่อเพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย หรือ พรีไฟแนนซ์ สำหรับผู้พัฒนาโครงการวงเงินรวม 3 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นออมสิน ธอส.และกรุงไทย แห่งละ1หมื่นล้านบาท

ส่วนวงเงินอีก 4 หมื่นล้านบาท เป็นการปล่อยกู้ให้กับประชาชนทั่วไปในการซื้อที่อยู่อาศัย ซึ่งมีราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาท โดยธอส.และออมสินแห่งละ 2 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะสามารถช่วยเหลือให้ผู้มีรายได้น้อยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองได้ประมาณ 4-5 หมื่นราย

"โครงการนี้เป็นส่วนของโครงการภาคเอกชน ซึ่งทุกโครงการที่มีราคาขายยูนิตละไม่เกิน 1.5 ล้านบาท มาร่วมโครงการได้ ทั้งโครงการใหม่ และสินทรัพย์รอการขาย หรือเอ็นพีเอของธนาคารต่างๆ คาดว่าจะมีไม่ต่ำกว่า  6 หมื่นยูนิตทั่วประเทศ หากประชาชนมีความต้องการจำนวนมาก แบงก์รัฐ ทั้งออมสิน และ ธอส.ก็พร้อมจะขยายวงเงินเพิ่ม"

ชงบ้านประชารัฐธนารักษ์อีก 2สัปดาห์

เงื่อนไขการกู้ซื้อบ้านนั้น จะต้องไม่เคยมีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยมาก่อน หรือเป็นบ้านหลังแรก ราคาที่อยู่อาศัยรวมที่ดินไม่เกิน 1.5ล้านบาท สำหรับการกู้เพื่อต่อเติมหรือซ่อมแซมนั้น ผ่อนปรนให้ผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยได้ แต่ให้กู้ไม่เกิน 5 แสนบาท ในส่วนของโครงการเอกชนที่จะร่วมโครงการนั้น ภาคเอกชนจะต้องเป็นผู้รับภาระค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง รวมทั้งค่าใช้จ่ายส่วนกลางในปีแรก และต้องให้ส่วนลดพิเศษไม่น้อยกว่า 2%จากราคาขายสุทธิ สำหรับอัตราดอกเบี้ยนั้น หากวงเงินกู้ไม่เกิน 7 แสนบาท ปีแรกดอกเบี้ย0% ปีที่ 2-3ดอกเบี้ย2% ผ่อนต่อเดือน 3 พันบาท ปีที่ 4-6 ดอกเบี้ย 5% ผ่อนต่อเดือน 4 พันบาท และปีที่ 7-30 ดอกเบี้ยลอยตัว หรือผ่อนต่อเดือน 4.5 พันบาท

หากวงเงินกู้เกิน 7 แสนบาท ถึง 1.5 ล้านบาท ปีที่ 1-3 ดอกเบี้ย 3% ผ่อนต่อเดือน 7.2 พันบาท ปีที่ 4-6 ดอกเบี้ย 5% ผ่อนต่อเดือน 8.6 พันบาท ปีที่ 7-30 ดอกเบี้ยลอยตัว ผ่อนต่อเดือนตั้งแต่ 8.9-9.1 พันบาท

สำหรับโครงการบ้านประชารัฐ กระทรวงการคลังจะมีการนำเสนอรายละเอียดของโครงการให้ที่ประชุมครม.พิจารณาในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า

ธอส.คาดปล่อยกู้เต็มวงเงินใน2เดือน

นายฉัตรชัย ศิริไล รองผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า ธนาคารจะเปิดให้ประชาชนยื่นกู้ได้ตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค.เป็นต้นไป โดยธนาคารได้เตรียมความพร้อมกับสาขาทั่วประเทศไว้หมดแล้ว คาดว่า ใน2 เดือน หรือภายในเดือนพ.ค.นี้ จะปล่อยกู้ได้เต็มวงเงิน ส่วนจะมีการขยายวงเงินหรือไม่ อย่างไรนั้น ขอประเมินความต้องการของประชาชนก่อน

ประเมินหนี้เสียอยู่ในระดับปกติ

นายชาติชาย พยุหานาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า  การปล่อยกู้ในโครงการบ้านประชารัฐ เป็นอัตราดอกเบี้ยแบบผ่อนปรน และมีเงื่อนไขผ่อนปรน ทำให้ผู้มีรายได้น้อย หรือมีรายได้ประมาณ 1 หมื่นบาทต่อเดือน ก็สามารถกู้เพื่อซื้อที่อยู่อาศัยได้ เพราะผ่อนต่อเดือนวงเงินต่ำเริ่มต้นเพียงเดือนละ 3 พันบาท

ทั้งนี้ การปล่อยกู้โครงการบ้านประชารัฐไม่ทำให้ ความเสี่ยงสูงขึ้น เพราะยังคงเงื่อนไขวิเคราะห์สินเชื่อตามปกติ เพียงแค่ปล่อยกู้ให้ผู้มีรายได้น้อย ที่มีความสามารถชำระหนี้โดยให้ดอกเบี้ยถูกลง เพื่อให้ผ่อนค่างวดถูกลง เข้าถึงสินเชื่อง่ายขึ้น โดยรัฐบาลไม่ต้องชดเชยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยให้ธนาคารออมสิน เนื่องจากเป็นหน้าที่ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ที่สนับสนุนผู้มีรายได้น้อยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองและดอกเบี้ยถูก

"ไม่ได้เป็นห่วงเรื่องหนี้เสีย หรือเอ็นพีแอลของโครงการนี้  เนื่องจากภาระการผ่อนชำระต่อเดือน ไม่สูง"

ประกันรอรับอานิสงส์เบี้ยบ้านประชารัฐ

นายอานนท์ โอภาสพิมลธรรม รองกรรมการ ผู้จัดการบมจ.วิริยะประกันภัยและในฐานะอุปนายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า ผลจากมาตรการรัฐบาลได้มีมาตรการโครงการบ้านประชารัฐ เพื่อสนับสนุนให้ผู้มีรายได้น้อยได้มีบ้านอยู่อาศัยนั้น ส่งผลดีต่อธุรกิจประกันวินาศภัย โดยคาดปีแรกนี้ธุรกิจประกันวินาศภัย จะมีเบี้ยประกัน 100 ล้านบาท ทั้งจากเบี้ยประกันภัยบ้านที่อยู่อาศัย 40-50 ล้านบาทและ ประกันภัยก่อสร้างผู้รับเหมาอีก 50 ล้านบาท

นายชาติชาย ชินเวชกิจวานิชย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทเทเวศน์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ขณะนี้ รายย่อยยังมีความ ต้องการที่อยู่อาศัยประเภทบ้าน และคอนโดมิเนียมอยู่ เห็นจากการก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นและมาตรการภาครัฐ สนับสนุนให้ผู้มีรายได้มีบ้านที่อยู่อาศัย ส่งผลให้สินเชื่อของสถาบันการเงินขยายตัวดี

เอกชนคาดหนุนอสังหาฯโต 5%

นายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า โครงการบ้านประชารัฐจะช่วยให้ตลาดที่อยู่อาศัยราคาต่ำกว่า 1.5 ล้านบาท ซึ่งกลุ่มนี้มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ 15-20% เติบโตขึ้นมาก โดยเฉพาะในต่างจังหวัด ที่มีจำนวนที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาทจำนวนมาก แม้ว่าผู้บริโภคในต่างจังหวัดจะได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและภัยแล้ง แต่เชื่อว่ายังมีกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อแต่ยังชะลอการตัดสินใจ หันมาซื้อบ้านเพื่อรับสิทธิประโยชน์จากโครงการบ้านประชารัฐ

"การที่รัฐบาลไม่จำกัดเพดานรายได้ของผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการ จะช่วยให้ขยายฐานลูกค้าออกไปได้กว้างขึ้น และจะช่วยกระตุ้นตลาดให้คึกคักมากขึ้น" นายอธิป กล่าว

อย่างไรก็ดี แม้ว่าโครงการบ้านประชารัฐจะช่วยสร้างความคึกคักให้กับตลาดอสังหาฯ แต่เนื่องจากบ้านราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาทมีส่วนแบ่งตลาดน้อย จึงคาดว่าทำให้ตลาดอสังหาฯ โดยรวมเติบโตได้ไม่มาก ประมาณ 5%

สำหรับโครงการบ้านประชารัฐโดยกรมธนารักษ์ คาดว่า จะสามารถเริ่มโครงการได้เลย โดยมีทั้งจ้างเอกชนรับเหมาก่อสร้างโครงการ และให้เอกชนเป็นผู้ลงทุน-บริหารโครงการ ซึ่งในเบื้องต้นจะมี 6 โครงการ โดยในจำนวน 1 โครงการ อยู่ในซ.วัดไผ่ตัน ย่านสะพานควาย จะพัฒนาในรูปแบบอพาร์ตเมนต์ให้เช่า เนื่องจากอยู่ในทำเลที่ดี โดยจะกำหนดรายได้ของผู้เช่าเพื่อให้สำหรับผู้มีรายได้น้อยและกำหนดระยะเวลาเช่าประมาณ 1 ปีหรือจนกว่า รายได้จะเกินกว่าที่ธนารักษ์กำหนด

แจงช่วยขยายฐานตลาดกลาง-ล่าง

ด้านนายอิสระ บุญยัง กรรมการผู้จัดการ บริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า บ้านประชารัฐ จะช่วยขยายฐานตลาดกลุ่มระดับราคากลาง-ล่าง ให้กว้างมากขึ้น เพราะปกติกลุ่มนี้จะซื้อบ้านได้ยากกว่า และการเข้าถึงสินเชื่อก็ทำได้ยาก เมื่อมีทั้งลดดอกเบี้ย และลดราคา ทำให้ลูกค้ากลุ่มนี้ซื้อบ้านได้ง่ายขึ้น

นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ กล่าวว่า โครงการบ้านประชารัฐโดยหลักการถือเป็นโครงการที่ดีช่วยให้ผู้มีรายได้น้อย-ปานกลางได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง รวมถึงการซ่อมแซมบ้าน และช่วยลดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของสถาบันการเงิน ซึ่งจะช่วยระบายสต็อกที่มีอยู่ในตลาดออกไปได้

โดยคาดว่าวงเงินสินเชื่อที่ให้กับผู้กู้รายย่อย 4 หมื่นล้านบาท  4 หมื่นยูนิต และการที่รัฐบาลเริ่มดำเนินโครงการตั้งแต่ 23 มี.ค.นี้ประกอบกับมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ลดค่าธรรมเนียมการโอน และจดจำนองที่จะหมดอายุลงในวันที่ 28 เม.ย. จะช่วยให้ตลาดในช่วงเดือน มี.ค.เป็นต้นไปคึกคักขึ้นมากยิ่งขึ้น

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

 

ข่าว reic จากสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ