Loading

สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านเล็งรุกตจว.ชี้ลูกค้าตัดสินใจนาน/หาข้อมูลทางเน็ต

วันที่ : 10 มีนาคม 2559
สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านเล็งรุกตจว.ชี้ลูกค้าตัดสินใจนาน/หาข้อมูลทางเน็ต

สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านเผยเทรนด์ผู้บริโภครับสร้างบ้านใช้เวลาตัดสินใจนานขึ้น เหตุไม่มั่นใจในสภาพเศรษฐกิจ และหันมาหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตมากขึ้น ด้านลูกค้าต่างจังหวัดมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น สมาคมเล็งปรับปรุงเว็บให้สอดรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง

นายพิชิต อรุณพัลลภ นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน เปิดเผยว่า มูลค่าการปลูกสร้างบ้านเองเฉพาะในกรุงเทพฯและปริมณฑล (ไม่ผ่านโครงการจัดสรร)ในแต่ละปีอยู่ที่ประมาณ 4-5 หมื่นล้านบาท ในจำนวนดังกล่าวเป็นธุรกิจปลูกสร้างบ้านผ่านบริษัทรับสร้างบ้านประมาณ 1 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 22% ของมูลค่ารวม ส่วนสัดส่วนที่เหลือ 78% ส่วนใหญ่จะว่าจ้างผู้รับเหมาทั่วไป

ที่ผ่านมา บริษัทรับสร้างบ้านได้มีการพัฒนาแบบบ้าน เพิ่มฟังก์ชัน เน้นคุณภาพ คู่บริการ เพื่อสร้างความต่างจากผู้รับเหมาทั่วไป ทางสมาคมเชื่อว่าสัดส่วนของมูลค่าตลาดปลูกสร้างบ้านผ่านบริษัทรับสร้างบ้านจะมีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยน ซึ่งเห็นสัญญาณนี้มาตลอดในช่วงที่ผ่านมา โดยผ่านการสำรวจและสอบถามผู้บริโภคที่เข้าชมงานรับสร้างบ้าน Home Builder Focus 2016 และลงทะเบียนในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา (ปี 2557-2558)

ทั้งนี้ พบว่า ผู้ที่มาเยี่ยมชมงานของสมาคม มาเพื่อศึกษาหาข้อมูล 45.25%, เพื่อว่าจ้างบริษัทรับสร้างบ้านคิดเป็นสัดส่วน 22.60%, ศึกษาข้อมูลและเทคโนโลยีหรือวัสดุก่อสร้างบ้าน 18.21%, มาเพื่อต้องการหาผู้ออกแบบบ้าน 8.31% และส่วนอื่นๆ ที่เหลือคิดเป็น 1.27% จากสัดส่วนของการว่าจ้างบริษัทรับสร้างบ้านและศึกษาหาข้อมูลก็ได้สอดคล้องกับปัจจัยที่ช่วยตัดสินใจในการเลือกใช้บริษัทรับสร้างบ้าน โดยพบว่าเลือกเพราะชื่อเสียงของบริษัท 55.69%, คุณภาพของงานก่อสร้าง 51.22% คุณภาพของวัสดุที่ใช้ 45% ,ราคาก่อสร้างของแต่ละบริษัท 33.73% และการรับประกัน 24.8%

แม้การปลูกสร้างบ้านของผู้บริโภคที่ต้องการปลูกสร้างบนที่ดินของตนเองจะมีเงินออมอยู่ในมือจำนวนหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่ยังจำเป็นต้องพึ่งพาการขอสินเชื่อเพื่อปลูกสร้างบ้าน ซึ่งก็สะท้อนภาพได้ว่ากลุ่มผู้บริโภคยังคงเป็นตลาดระดับกลางถึงล่างระดับราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 73% ส่วนกลุ่มบ้านระดับ 5-10 ล้านบาท คิดเป็น 9.35% กลุ่มระดับราคา 10-20 ล้านบาท คิดเป็น 4.88% และกลุ่มบ้านระดับราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป คิดเป็นสัดส่วน 12.2 %

จากการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภค ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างชัดเจนก็คือ การวางแผนจะออกแบบและก่อสร้างบ้าน ใช้เวลานานขึ้นเป็นเวลา 12 เดือน คิดเป็นสัดส่วน 33.74% จากเดิมอยู่ที่สัดส่วน 19.53% โดยปัจจัยที่มีอิทธิพลที่ใช้เวลาในการตัดสินใจปลูกสร้างที่ยาวขึ้นนั้นมีสาเหตุหลักจากภาวะเศรษฐกิจ การเมือง เริ่มไม่มั่นคงในหน้าที่การงาน และการเข้าถึงสินเชื่อ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มคนระดับกลางถึงล่าง ลูกค้ากลุ่มนี้จะมีความอ่อนไหวมากที่สุดและมีโอกาสที่จะชะลอการตัดสินใจออกไป และลูกค้ากลุ่มนี้เป็นลูกค้ากลุ่มใหญ่ของการสร้างบ้าน

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

 

 

 

ข่าววัสดุก่อสร้าง-เฟอร์นิเจอร์ อื่นๆ