Loading

สัมมากร ชี้ธุรกิจอสังหาฯปีนี้ฟื้นตัวช้า

วันที่ : 25 กุมภาพันธ์ 2559
สัมมากร ชี้ธุรกิจอสังหาฯปีนี้ฟื้นตัวช้า

"สัมมากร" ประเมินกำลังซื้อที่อยู่อาศัยมีจำกัดห่วงปัญหาภัยแล้งฉุดเศรษฐกิจชะลอตัว หันรุกตลาดแนวราบระดับกลางบน เปิด 3 โครงการใหม่ มูลค่า 4.4 พันล้าน

นายกิตติพล ปราโมช ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการ บริษัทสัมมากร จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าการฟื้นตัวด้านกำลังซื้อที่อยู่อาศัยปีนี้ยัง ไม่กลับสู่ภาวะปกติ โดยผู้บริโภคและนักลงทุน ยังรอสัญญาณการฟื้นตัวเศรษฐกิจที่ชัดเจน เนื่องจากยังมีปัจจัยลบภาวะภัยแล้ง ขณะที่โครงการลงทุนภาครัฐด้านระบบสาธารณูปโภคจะเริ่มเห็นผลกระตุ้นเศรษฐกิจในปีหน้า

"กำลังซื้อที่มีอยู่จำกัด ทำให้การขยายตัวของตลาดที่อยู่อาศัยปีนี้เติบโตได้ แต่ไม่หวือหวา เป็นลักษณะการฟื้นตัวแบบช้าๆ เห็นได้จากมาตรการอสังหาริมทรัพย์ภาครัฐปลายปีที่ผ่านมากระตุ้นได้ในแง่เร่งการตัดสินใจซื้อเท่านั้น แต่ไม่สามารถเพิ่มดีมานด์ใหม่ได้"

จากข้อมูลของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ชี้ให้เห็นว่าการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯและปริมณฑลปี2558 มีมูลค่า 484,115 ล้านบาท จำนวนทาวน์เฮาส์มียอดโอนกรรมสิทธิ์ช่วง4ปีที่ผ่านมาเพียง30% แต่กลับมียอดโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้นในปี2558 เป็น35% สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคมีความต้องการที่อยู่อาศัยที่มีฟังก์ชันเหมือนบ้านเดี่ยวในราคาที่ประหยัดขึ้น

ปีนี้คาดการณ์ว่ากลุ่มทาวน์เฮาส์จะได้รับความ นิยมมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มกำลังซื้อ 2-4 ล้านบาท ขณะที่บ้านเดียวจะเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง ในช่วง ราคา 6-7 ล้านบาทขึ้นไป ส่วนคอนโดมิเนียมคาดเติบโตต่ำ จากกลุ่มนักลงทุนชะลอการลงทุน และโอเวอร์ซัพพลายในบางพื้น

สำหรับแผนดำเนินงานของบริษัทในปีนี้ จะเน้นพัฒนาโครงการแนวราบเป็นหลัก ในกลุ่มระดับกลางบนขึ้นไป โดยจะเปิดตัวใหม่ 3โครงการ มูลค่า 4,400 ล้านบาท ได้แก่ โครงการบ้านเดี่ยว ชัยพฤกษ์-แจ้งวัฒนะ ราคา 7-8 ล้านบาท มูลค่าโครงการประมาณ1,200 ล้านบาท โครงการบ้านเดี่ยว รังสิต คลอง 7 ราคา เริ่มต้น 4-7 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 1,900 ล้านบาท และโครงการทาวน์โฮม รามอินทรา-วงแหวน ราคาเริ่มต้น 3.7 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 1,300 ล้านบาท รวมมูลค่าโครงการ เดิมและโครงการใหม่ที่สร้างเสร็จพร้อมโอนใน ปีนี้ 2,100 ล้านบาท พร้อมทั้งจะเร่งระบายสต็อก บ้านโครงการเดิมที่เหลืออยู่ 110 ยูนิต มูลค่า 680 ล้านบาท และคอนโด เอสเก้า 800 ล้านบาท

นอกจากนี้ ได้ปรับปรุงระบบการบริหารจัดการภายในบริษัท เพื่อรองรับการเติบโต วางแผน 5 ปี หรือปี 2562 จะมีรายได้ 4,000 ล้านบาท

สำหรับผลการดำเนินงานปี2558 มียอดรับรู้ รายได้จำนวน1,500 ล้านบาท เติบโต 31% สัดส่วน รายได้มาจากอสังหาริมทรัพย์แนวราบ 900 ล้านบาท คอนโด 350ล้านบาท และอื่นๆ เช่น ค่าเช่า 250 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 122 ล้านบาท จากปัจจัยหลักการเปิดตัวคอนโด เอสเก้า ที่สร้าง แล้วเสร็จพร้อมโอนในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ประกอบกับนโยบายการลดค่าธรรมเนียม จดทะเบียนการโอนและจำนองอสังหาริมทรัพย์ของภาครัฐที่ช่วยกระตุ้นการตัดสินใจ

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

 

ข่าว reic จากสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ