Loading

แม็กซ์ม่า เบนเข็มลุยอสังหาฯ ส่งน้ำยาเคลือบกระจกสู้โลกร้อน

วันที่ : 16 กุมภาพันธ์ 2559
แม็กซ์ม่า เบนเข็มลุยอสังหาฯ ส่งน้ำยาเคลือบกระจกสู้โลกร้อน

แม็กซ์ม่า สบช่อง ตลาดอสังหาฯโงหัว ลุยขยายไลน์ธุรกิจ เปิดตัวน้ำยาเคลือบกระจกประหยัดพลังงาน แดนปลาดิบเจาะกลุ่มอาคารสูง ชูจุดเด่นประหยัดพลังงานถึง 20% ลดรังสีอินฟราเรด 90%

นายชัยรัตน์ ชูประภาวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วงศ์บราเดอร์อินเตอร์เทรด จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิล์มประหยัดพลังงาน "แม็กซ์ม่า" เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนที่จะขยายไลน์ธุรกิจสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น จากเดิมที่เน้นทำตลาดฟิล์มประหยัดพลังงานสำหรับรถยนต์ โดยทีผ่านมาได้ขยายการทำตลาดฟิล์มประหยัดพลังงานสำหรับอาคารสูง ทั้งอาคารสำนักงาน โรงแรมบ้านพักอาศัย เนื่องจากเห็นโอกาสในการสร้างตลาดใหม่ๆ อีกทั้งปัจจุบันผู้ประกอบกรและผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการประหยัดพลังงาน และต้องการอยู่อย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญยังช่วยลดค่าใช้จ่ายจากค่าไฟฟ้าด้วย

ล่าสุด บริษัทได้เปิดตัวสินค้าใหม่เพื่อเป็นการต่อยอดจากฟิล์มประหยัดพลังงาน คือน้ำยาเคลือบกระจกประหยัดพลังงาน (MAXXMA ECO COATING) มีคุณสมบัติพิเศษคือสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการลดความร้อนได้มากกว่าเดิมแต่ไม่ลดแสงสว่าง ช่วยให้ประหยัดค่าไฟฟ้าและลดการใช้พลังงานในการทำความเย็น เหมาะสำหรับเคลือบกระจกประตู หน้าต่าง สามารถลดอุณหภูมิได้ถึง 2-5 องศาเซลเซียส อีกทั้งยังสามารถประหยัดพลังงานได้มากถึง 20% ที่สำคัญยังช่วยลดรังสีอินฟราเรด ได้สูงสุดถึง 90% และป้องกันรังสี UV ได้มากถึง 99% สามารถช่วยรักษาเฟอร์นิเจอร์ โซฟา ผ้าม่านให้สีสันสดใส ไม่ซีดจาง

ปัจจุบันในประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีจะใช้น้ำยาเคลือบกระจกกันอย่างแพร่หลายในอาคารสำนักงาน บ้านพักอาศัย เพราะไม่บดบังทัศนียภาพ โดยในญี่ปุ่นยังใช้น้ำยาเคลือบกระจกทากระจกอาคารสนามบิน มหาวิทยาลัย ห้างสรรพสินค้า และสถานบันเทิงต่างๆ หลายแห่ง เพื่อลดแสงแดดและความร้อนเข้าสู่อาคาร อีกทั้งยังช่วยให้ภายในอาคารเย็นขึ้น ขณะเดียวกัน ม่านม้วนประหยัดพลังงานก็เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้นเช่นเดียวกัน เห็นได้จากที่บริษัทได้เข้าไปติดตั้งผ้าม่านประหยัดพลังงานให้กับหอบังคับการบินลำปางและเรือเดินสมุทรหลายลำ เพราะภายในหอบังคับการบิน และเรือเดินสมุทรต้องการเห็นทัศนียภาพชัดเจน แต่ต้องการลดความร้อนเข้าสู่ภายใน การใช้ม่านม้วนประหยัดพลังงานจึงเหมาะสำหรับหอบังคับการบินเรือเดินสมุทร และอาคารต่างๆ ที่ต้องการลดความร้อนเข้าสู่ภายในอาคาร แต่ยังสามารถมองเห็นภายนอกอย่างชัดเจน

สำหรับแผนการตลาดนั้น บริษัทจะทำตลาดสินค้าผ่านตัวแทนจำหน่ายที่มีอยู่ทั่วประเทศ รวมถึงการออกบูธ ในงานเกี่ยวกับที่พักอาศัย อาทิ งานสถาปนิก เพื่อแนะนำสินค้าให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายรู้จักโดยจะโฟกัสไปที่กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องการมีส่วนร่วมในการลดโลกร้อน ขณะเดียวกันก็เร่งสร้างการรับรู้กับกลุ่มผู้บริโภคผ่านตัวแทนจำหน่าย ทั้งร้านค้าผ้าม่าน และร้านขายกระจกรายใหม่

ส่วนงบโฆษณาประชาสัมพันธ์นั้นได้เพิ่มสัดส่วนไปที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ 65-70% ของงบประชาสัมพันธ์ และตลาดรถยนต์ 35-40% จากที่ในปีที่ผ่านมา ใช้งบส่วนใหญ่ประมาณ 65% สำหรับตลาดรถยนต์และอีก 35% ใช้ในตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยตั้งเป้ารายได้รวมปีนี้ไว้ที่ 50-60 ล้านบาท เนื่องจากมั่นใจว่าภาวะเศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นตัว และตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่เริ่มฟื้นตัวขึ้นเช่นเดียวกัน เห็นได้จากอัตราการเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ผู้ประกอบการรายใหญ่หลายรายเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ปีนี้จะมีอัตราเติบโตขึ้นประมาณ 10% ขณะที่ปีที่ผ่านมา ตลาดไม่มีอัตราการเติบโต รวมถึงอาคารสูงที่จะเริ่มก่อสร้างเสร็จในปีนี้และปีหน้าอีกจำนวนมาก ซึ่งเป็นโอกาสในการสร้างยอดขายมาก

โดยศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ธนาคารสงเคราะห์ หรือ REIC รายงานว่า ภาพรวมการเปิดตัวโครงการใหม่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ในช่วง 11 เดือนแรก (ม.ค.-พ.ย.) ของปีนี้ มีการเปิดโครงการรวมทั้งหมด 425 โครงการ จำนวน 102,920 หน่วย ลดลง 5.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นบ้านจัดสรร 277 โครงการ 43,630 หน่วย เพิ่มขึ้น 2.8% และคอนโดมิเนียม 148 โครงการ 59,290 หน่วย ลดลง 10.5% โดยบ้านจัดสรรมีการเปิดตัวมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนได้จากตัวเลขเปิดตัว 6 เดือนแรก ยังติดลบอยู่มากถึง 7.4% แต่การติดลบลดลงต่อเนื่องจนหลายเป็นบวกในที่สุด ซึ่งเป็นเพราะผู้ประกอบการหลายรายหันมาเปิดตัวโครงการบ้านจัดสรรมากขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะตลาดคอนโดมิเนียมชะลอตัว และยังมีซัพพลายในตลาดมาก

การเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ในปี 2558 คาดว่าทั้งปีจะอยู่ที่ 112,000 หน่วย ลดลงจากปีที่แล้วที่เปิดตัวใหม่ทั้งหมด 118,000 หน่วย โดยโครงการเปิดใหม่ดังกล่าว แบ่งเป็นคอนโดมิเนียม 65,000 หน่วย ลดลงจากปีที่แล้วที่เปิดตัวใหม่ทั้งหมด 73,000 หน่วย และบ้านจัดสรร 47,000 หน่วย เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่เปิดตัวใหม่ทั้งหมด 45,000 หน่วย

ด้านสภาพการแข่งขันนั้น มีค่อนข้างน้อย เพราะน้ำยาเคลือบกระจกเป็นสินค้าที่ค่อนข้างใหม่ในประเทศไทย อีกทั้งมีผู้ประกอบการทำตลาดน้อยมาก ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นทำตลาดฟิล์มกรองแสงกันจำนวนมาก บริษัทจึงเห็นช่องว่างในการขยายตลาดจึงได้นำน้ำยาเคลือบกระจกประเทศญี่ปุ่นเข้ามาขยายตลาด

ที่มา : LEADER TIME

 

 

 

ข่าววัสดุก่อสร้าง-เฟอร์นิเจอร์ อื่นๆ