Loading

กนอ.เช่าที่ดินธนารักษ์650ไร่ตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษสระแก้ว

วันที่ : 19 กุมภาพันธ์ 2559
กนอ.เช่าที่ดินธนารักษ์650ไร่ตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษสระแก้ว

เอกชน 8-9 ราย  สนลงทุน คาดสร้างรายได้ 4 พันล้านต่อปี

กนอ.ลงนามกรมธนารักษ์ เช่าพื้นที่ราชพัสดุ 650ไร่ ตั้งนิคมฯชายแดน จ.สระแก้ว ระบุเบื้องต้น ค่าเช่า 1.6 แสนบาทต่อไร่ต่อปี ล่าสุดเอกชน 8-9 รายสนใจลงทุน คาดเกิดการลงทุนกว่า 5 พันล้านบาท สร้างรายได้กว่า 4 พันล้านต่อปี

นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) เปิดเผย ภายหลังพิธีลงนามเช่าที่ดินราชพัสดุจากกรมธนารักษ์ เพื่อตั้งนิคมอุตสาหกรรมในเขตเศรษฐกิจพิเศษ จ.สระแก้ว ว่า กนอ. และ กรมธนารักษ์ ได้ร่วมลงนามสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุเพื่อจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดสระแก้ว บนเนื้อที่ 650 ไร่ ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ระยะเวลา 50 ปี ใช้งบลงทุนในการปรับปรุงพื้นที่ และวางระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน 1.2-1.5  ล้านบาทต่อไร่ เพื่อพัฒนาเป็นนิคมอุตสาหกรรมตามนโยบายส่งเสริมการลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ

โดยค่าเช่าที่ดินในนิคมฯ จ.สระแก้วจะมีราคาประมาณ 1.6 แสนบาทต่อไร่ต่อปี มีระยะเวลาในการเช่า 50 ปี และสามารถขอเพิ่มเติมได้ ซึ่งล่าสุดมีนักลงทุนสนใจเข้ามาตั้งโรงงาน ในนิคมฯสระแก้วแล้วประมาณ8-9ราย และเป็นผู้ประกอบการไทยทั้งหมดในอุตสาหกรรมที่หลากหลาย ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าภายในนิคมฯ ของ กนอ. ที่ต้องการออกไปเจาะลูกค้าในอาเซียน และขยายฐานการลงทุนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

"นิคมฯในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน จ.สระแก้วนี้ หากมีผู้ประกอบการเข้าเต็มพื้นที่จะเกิดการลงทุนตั้งโรงงานกว่า 5 พันล้านบาท สร้างรายได้กว่า 4 พันล้านบาทต่อปี และเกิดการจ้างงาน 3-4 พันคน รวมทั้งยังเป็น ส่วนหนึ่งในการผลักดันยุทธศาสตร์และนโยบายหลักของรัฐบาล โดยส่งเสริมการค้า การลงทุน เพื่อใช้ประโยชน์จากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ เออีซี ซึ่งจะสร้าง ความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในอนาคต" นายวีรพงศ์ กล่าว

สำหรับ พื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดสระแก้ว ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะเป็นอุตสาหกรรมบริการ และ โลจิสติกส์ เพื่อให้การค้าการลงทุนข้ามแดนมีความคล่องตัว เกิดการจ้างงานในพื้นที่เพิ่มขึ้น ทั้งยังเกิดการเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าด้านโลจิสติกส์ ทั้งภายใน และภายนอกประเทศ มีความเหมาะสมกับสินค้าเป้าหมายของแต่ละพื้นที่ชายแดน เช่น วัสดุก่อสร้าง เครื่องจักรกลการเกษตร ผลผลิตภาคการเกษตร ยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์

ขณะเดียวกัน กนอ.ได้ดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้และความเหมาะสมเชิงลึก การออกแบบ การจัดทำ แผนแม่บทการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม การศึกษาและจัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หรือ อีไอเอ รวมถึงการจัดทำรายละเอียดการก่อสร้างควบคู่มาตั้งแต่เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา

โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน มี.ค. หรือ เม.ย.นี้ คาดว่าจะสามารถเริ่มก่อสร้าง นิคมฯได้ภายในปีงบประมาณ 2560 พร้อม เปิดดำเนินการได้ประมาณปี 2561

สำหรับขั้นตอนการจัดตั้งโครงการเขตเศรษฐกิจ จ.สระแก้ว กนอ.จะต้องนำเรื่องเสนอสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจพิจารณาเห็นชอบก่อน เนื่องจากเป็นการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ ซึ่งจะต้องของบประมาณแผนบางส่วนมาใช้เพื่อการลงทุน โดยจะนำเสนอในช่วงเดือน มี.ค.

หลังจากนั้นจะนำผลรายงานการศึกษาอีไอเอที่ได้เสนอต่อ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ช่วงเดือนเม.ย.นี้ คาดว่าจะนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาภายในเดือน ต.ค.-พ.ย. นี้ จะเปิดให้นักลงทุนที่สนใจเข้าดูพื้นที่และเช่าพื้นที่ลงทุนได้ตั้งแต่เดือน เม.ย. เป็นต้นไป รูปแบบการเช่ามีทั้งเช่าพื้นที่เปล่า และเช่าโรงงานสำเร็จรูป

ส่วนความคืบหน้าการพัฒนาจัดหาพื้นที่เพื่อจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่อื่นๆ ได้แก่ จ.ตาก และสงขลา ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการขอใช้พื้นที่จากกรมธนารักษ์ รวมถึง การสร้างความเข้าใจถึงประโยชน์ที่ชุมชนในพื้นที่จะได้รับจากการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ ตามนโยบายของรัฐบาล คาดว่าจะเริ่มดำเนินการจัดตั้งนิคมฯ ได้ภายในเดือน ก.ย.2560 ส่วน ค่าเช่าที่ดินอาจจะสูงกว่านิคมฯ จ.สระแก้ว เล็กน้อย เพราะมีต้นทุนที่ดินสูงกว่า

นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า กรมธนารักษ์ได้ให้กนอ.เช่าพื้นที่ราชพัสดุในจังหวัดสระแก้ว รวม 650 ไร่ ระยะเวลาสัญญา 50 ปี เพื่อพัฒนาเป็นนิคมอุตสาหกรรม ตามนโยบายส่งเสริมการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ในราคา 22,400 บาท ต่อไร่ต่อปี ซึ่งเป็นราคาพิเศษเฉพาะ กนอ.เท่านั้น

นอกจากนี้ กรมธนารักษ์ยังเตรียม พื้นที่ราชพัสดุในพื้นที่จังหวัดสงขลา พื้นที่ 1,196 ไร่ คาดว่า จะทำสัญญาได้ภายใน 1-2 เดือนนี้  และในส่วนของจังหวัดตาก 2,182 ไร่ แบ่งเป็นให้กนอ.เช่า 836 ไร่ เอกชน 1,346 ไร่ คาดว่าจะมีความชัดเจนภายในเดือน เม.ย.นี้ ซึ่งล่าสุดอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการเยียวยาประชาชนภายในพื้นที่ เพราะโครงการนี้ถือเป็นโครงการนำร่องของรัฐบาล

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

 

ข่าวเขตเศรษฐกิจพิเศษ อื่นๆ