Loading

เฟอร์นิเจอร์ไทยสยายปีก คว้าโอกาส-ชิงตลาดในเออีซี

วันที่ : 12 กุมภาพันธ์ 2559
เฟอร์นิเจอร์ไทยสยายปีก คว้าโอกาส-ชิงตลาดในเออีซี

ดวงใจ จิตต์มงคล

การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) อย่างเป็นทางการเป็นโอกาสในการทำตลาดใหม่ของผู้ประกอบการธุรกิจ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ และเครื่องเรือนไทยที่เตรียมใช้เวทีงานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ 2559 (TIFF 2016) ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-13 มี.ค.นี้ เป็น ประตูสู่การขยายการทำตลาดภายใต้แนวคิด "อาเซียน สมาร์ท ลีฟวิ่ง"

มาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่าง ประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การส่งออกสินค้า เฟอร์นิเจอร์ไทยจะยังมีโอกาสขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ในปีนี้ราว 10% จากปัจจัยบวกการเข้าสู่ตลาดอาเซียนที่เริ่มต้นแล้ว และเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทยในกลุ่มธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ที่มีศักยภาพ และสามารถสร้างจุดเด่นที่แตกต่างจากประเทศอื่น

"ในปี 2558 สถานการณ์การส่งออกเฟอร์นิเจอร์ไทยลดลงประมาณ 12% ซึ่งเป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวในภาพรวม และส่งผลกระทบต่อการทำตลาดของผู้ประกอบการไทย" มาลี กล่าว

ไชยยงค์ พงษ์สุทธิมนัส ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  กล่าวว่า ในปี 2558 ที่ผ่านมา ภาคการส่งออกอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ไทยมีมูลค่าราว 1,050 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบกว่า 10% เทียบกับปี 2557 จากปัจจัยเศรษฐกิจโลกชะลอตัว

โดยแบ่งสัดส่วนมูลค่าตามประเภทเฟอร์นิเจอร์ ได้แก่ ไม้ 363 ล้านเหรียญสหรัฐ โลหะ 146 ล้านเหรียญสหรัฐ ชิ้นส่วนเฟอร์นิเจอร์ 280 ล้านเหรียญสหรัฐ กลุ่มหมอน ฟูก ที่นอน 76 ล้านเหรียญสหรัฐ และอื่นๆ ที่เหลือ 186 ล้านเหรียญ สหรัฐ โดยมีกลุ่มประเทศที่นำเข้าสินค้าเฟอร์นิเจอร์จากไทย 3 อันดับแรก คือ สหรัฐ ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย

สำหรับในปี 2559 นี้ ผู้ประกอบการเฟอร์นิเจอร์ไทยควรใช้โอกาสจากการเข้าสู'เออีซีเพื่อขยายการทำตลาด โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม (ซีแอลเอ็มวี) โดยเฉพาะในประเทศเมียนมา ที่พบว่าเริ่มมีความต้องการในกลุ่มสินค้าเฟอร์นิเจอร์สูงขึ้นอย่างมาก ตามอัตราการขยายตัวในภาคอสังหาริมทรัพย์ประเภทต่างๆ ทั้งที่อยู่อาศัย ที่พักโรงแรม อาคารสำนักงานธุรกิจต่างๆ เห็นได้จากการที่มีผู้ประกอบการธุรกิจในอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ไทย รายใหญ่ที่มีแบรนด์ อาทิ เอสบี เฟอร์นิเจอร์ ร้อกเวิธ ได้เข้าไปทำการค้าในประเทศดังกล่าวแล้ว

ทั้งนี้ จากโอกาสดังกล่าว คาดจะเป็นปัจจัยสำคัญผลักดันให้อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ไทยมีอัตราการเติบโตในภาคการส่งออกเพิ่มขึ้น 10% หรือมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1,150 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งการออกมาตรการเพื่อสนับสนุนของรัฐบาลจะมีส่วนช่วยผลักดันยอดส่งออกได้อีกทางหนึ่ง

อารักษ์ สุขสวัสดิ์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องเรือนไทย กล่าวว่า การจัดงาน TIFF 2016 ในปีนี้ คาดจะมีผู้เข้าร่วมงานราว 200 บริษัท 650 คูหา โดยสิ่งที่น่าสนใจคือ มีประเทศ คู่ค้าทั้งไทย เมียนมา ลาว กัมพูชา ไต้หวัน และจีน เข้า ร่วมงาน ประเมินจะมีผู้เข้าชมงานไม่ต่ำกว่า 3.5 หมื่นราย แบ่งเป็น วันเจรจาธุรกิจ 5,500 ราย และในวันจำหน่ายปลีก 3 หมื่นราย โดยผู้เข้าชมงานจากต่างประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น สหรัฐ แคนาดา อินเดีย กลุ่มสหภาพยุโรป ตะวันออกกลาง ออสเตรเลีย อาเซียน เป็นต้น และมียอดขายในงานไม่ต่ำกว่า 400 ล้านบาท

สำหรับโอกาสในการทำตลาดเฟอร์นิเจอร์ของผู้ประกอบการไทย ควรมุ่งให้ความสำคัญด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์มากขึ้น เพื่อหนีการแข่งขันด้านราคา ที่ปัจจุบันประเทศไทยมีต้นทุนที่สูงกว่าจากอัตราค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งนอกจากตลาดในอาเซียนแล้วยังมีตลาดในประเทศอินเดีย จีน และญี่ปุ่น ที่น่าสนใจเข้า ไปทำตลาด

ขณะที่กลยุทธ์การเข้าตลาดเออีซี โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีนั้น ในช่วงเริ่มต้นผู้ประกอบการธุรกิจไทยควรใช้วิธีการทำธุรกิจผ่านพันธมิตรท้องถิ่นเพื่อเป็นผู้หาตลาด ด้วยจะมีความชำนาญและเชี่ยวชาญด้านกฎหมายและวัฒนธรรมผู้บริโภคในแต่ละประเทศดีกว่า และเมื่อธุรกิจมีการเติบโต ก็สามารถขยายไปสู่การร่วมทุนทางธุรกิจ (เจวีซี) ทั้งด้านการผลิตและการทำตลาดได้ต่อไปในอนาคต

ดังนั้น หากผู้ประกอบการเฟอร์นิเจอร์ไทยสามารถ ปรับตัวหันมาใส่ใจกับการดีไซน์มากขึ้น พร้อมสามารถสร้างเครือข่ายพันธมิตรที่มีศักยภาพ เข้าใจตลาดเป้าหมายได้อย่างถ่องแท้ เชื่อว่าอนาคตส่งออกเฟอร์นิเจอร์ไทยจะสดใสอย่างแน่นอน

ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

 

 

 

ข่าววัสดุก่อสร้าง-เฟอร์นิเจอร์ อื่นๆ