Loading

ซีแพนเนล เชื่ออสังหาฯปี59โต เป้ากวาดรายได้300ล.

วันที่ : 10 กุมภาพันธ์ 2559
ซีแพนเนล เชื่ออสังหาฯปี59โต เป้ากวาดรายได้300ล.

CPanel เชื่ออสังหาฯ ปี 59 เติบโต ผู้ประกอบการหันใช้ผนังสำเร็จรูปก่อสร้าง ลดต้นทุน บริหารความเสี่ยง ดันออเดอร์ ขยายตัว โชว์ Backlog 250 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าขยายฐานลูกค้ากลุ่ม ท่องเที่ยว รับเหมาก่อสร้าง งานภาครัฐ เล็งเปิดตลาด CLMV ตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 300 ล้านบาท

นายชาคริต ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีแพนเนล จำกัด (CPanel) ผู้ผลิตและจำหน่ายผนัง คอนกรีตสำเร็จรูป เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจในปีนี้ คาดว่าจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น จากการที่โครงการรถคันแรกหมดไป ส่งผลให้ภาคครัวเรือนมีกำลังซื้อมากขึ้น ส่วนภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ คาดว่าจะมีสัญญาณที่ดีขึ้นเช่นเดียวกัน จากการที่ภาครัฐมีแผนกระตุ้นและขับเคลื่อนโครงการเมกะโปรเจกต์ต่างๆ ที่ มีความล่าช้าในช่วงก่อนหน้านี้ ซึ่งการดำเนินนโยบายดังกล่าวจะส่งผลให้ผู้รับเหมาก่อสร้างภาคเอกชนมีโอกาสในการรับงานมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เริ่มกลับมาลงทุนในโครงการใหม่อีกครั้ง โดยทั้งสองปัจจัยนี้จะทำให้ตลาดวัสดุก่อสร้างได้รับผลดีด้วยเช่นกัน

"ภาพรวมตลาดอสังหาฯ ในปี 59 ผู้ประกอบการรายเล็กอาจจะเหนื่อย ผู้ประกอบการรายใหญ่ยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่องเพราะแม้จะมีความระมัดระวัง แต่ก็ยังคงลงทุนต่อเนื่อง เพราะมี เงินทุนมาก ทำให้เชื่อว่าตลาดอสังหาฯในปีนี้จะสามารถเติบโตได้ รอเพียงอย่างเดียวคือความเชื่อของผู้บริโภคฟื้นกลับมา"

สำหรับผลประกอบการของบริษัทในปี 2558 ถือว่าเติบโตขึ้นอย่างมากกว่า 200% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยคาดว่าจะมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 200 ล้านบาท เนื่องจากผู้ประกอบการที่ยังลงทุนพัฒนาโครงการต่างๆ ส่วนใหญ่มีความต้องการใช้ผนังคอนกรีตสำเร็จรูปในการก่อสร้างโครงการแทนวัสดุอื่นๆ เพราะเป็นวัสดุที่ใช้งานง่ายมีความแข็งแรง ลดต้นทุนแรงงาน ตอบโจทย์การบริหารจัดการระยะเวลาการทำงาน และช่วยลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการได้เป็นอย่างดี จากความต้องการดังกล่าวทำให้เชื่อว่า เมื่อภาพรวมตลาดอสังหาฯกลับสู่ภาวะปกติความต้องการใช้งานผนังคอนกรีตสำเร็จรูปจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างทันทีด้วยเช่นกัน

ส่วนกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจในปีนี้ CPanel ยังคงเดินหน้าทำตลาดแนะนำผลิตภัณฑ์กับลูกค้ารายใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยจะเน้นที่กลุ่มผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ทั้งแนวราบและแนวสูง และยังมีความสนใจขยายฐานลูกค้าในกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ภาคการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีโอกาสขยายตลาดไปยังกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้าง ตลอดจนโครงการก่อสร้างต่างๆของภาครัฐ ซึ่งคาดว่าจะมีกระแสตอบรับที่ดีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ตามภาวะเศรษฐกิจที่ค่อยๆฟื้นตัว

นายชาคริต กล่าวต่อว่า สำหรับการเปิดตลาดในต่างประเทศ ขณะนี้อยู่ในระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ โดยมองว่ากลุ่มประเทศ CLMV มีแนวโน้มการเติบโตที่ดี ถ้ามีโอกาสก็พร้อมที่เข้าไปขยายฐานลูกค้าในกลุ่มนี้ โดยจะเน้นไปที่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ภาคการท่องเที่ยว เช่น โรงแรม ห้างสรรพสินค้า เป็นต้น

ด้านแผนการลงทุนในปีนี้ ขณะนี้บริษัทได้ทำการขยายงานที่เกี่ยวข้องกับผนังคอนกรีตสำเร็จรูป ทำให้บริษัทสามารถผลิตสินค้าได้มากขึ้น โดยใช้งบการลงทุนในส่วนนี้ประมาณ 3 ล้านบาท นอกจากนี้บริษัทได้ซื้อรถขนส่งเพิ่มอีกจำนวน 7 คัน มูลค่าประมาณ 21 ล้านบาท

ปัจจุบันบริษัทมีลูกค้าจำนวน 13 ราย และมีมูลค่างานในมือ (Backlog) 250 ล้านบาท ทยอย รับรู้รายได้จนถึงไตรมาส 3/59  ขณะที่กำลังการผลิตผนังคอนกรีตสำเร็จรูปของบริษัทปัจจุบันอยู่ที่ 60% ตั้งเป้ารายได้ 300 ล้านบาท ในปีนี้

ที่มา : ผู้จัดการรายวัน 360 องศา

 

 

 

ข่าววัสดุก่อสร้าง-เฟอร์นิเจอร์ อื่นๆ