Loading

ธอส.ชี้ตลาดอสังหาฯปี59ฟื้นรับอานิสงส์รัฐยอดโอนกรรมสิทธิ์พุ่ง

วันที่ : 5 กุมภาพันธ์ 2559
ธอส.ชี้ตลาดอสังหาฯปี59ฟื้นรับอานิสงส์รัฐยอดโอนกรรมสิทธิ์พุ่ง

ธอส.เชื่อตลาดอสังหาฯ ปี 59 ฟื้น รับอานิสงส์รัฐเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ เผยเดือน พ.ย.-ธ.ค. 58 มียอดโอนกรรมสิทธิ์จากมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ แล้ว 50,300 ยูนิต เพิ่มขึ้น 45% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2559 จะเติบโตขึ้นจากปี 2558 ซึ่งมีปัจจัยบวกที่สำคัญ ได้แก่ การที่ภาครัฐเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านมาตรการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง และการเร่งก่อสร้างโครงข่ายขนส่งคมนาคม ทั้งระบบรางและระบบถนน เช่น โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง โครงการถนนเชื่อมต่อทางด่วนศรีรัชไปถนนกาญจนาภิเษก และโครงการถนนสายพรานนก-พุทธมณฑล เป็นต้น

โดยศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ได้ประเมินยอดการเปิดโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2559 จะยังไม่มีโครงการเปิดตัวใหม่มากนัก เนื่องจากทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภค ยังมุ่งให้ความสนใจกับมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ ทั้งในส่วนของมาตรการลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์จาก 2% เหลือ 0.01%

อีกทั้งการลดค่าจดจำนองเหลือ 0.01% จากเดิมที่ 1% ก่อนมาตรการหมดอายุ ทั้งนี้ หลังจากหมดมาตรการอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวผู้ประกอบการจะหันกลับมาเร่งเปิดโครงการใหม่ อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการจะเปิดโครงการใหม่ โดยอิงปัจจัยจากแนวโน้มเศรษฐกิจเฉพาะหน้าและพร้อมปรับตัวตามสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา

ทั้งนี้ ตลาดที่อยู่อาศัยเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลในช่วง 2 เดือนแรกที่เริ่มมีมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ (เดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2558) มียอดโอนกรรมสิทธิ์แล้ว 50,300 ยูนิต เพิ่มขึ้น 45% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มียอดโอนกรรมสิทธิ์ 34,700 ยูนิต ซึ่งมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของภาครัฐช่วยกระตุ้นตลาดอสังหาฯ ให้ฟื้นตัวและคึกคักขึ้น

ขณะที่ราคาขายโครงการอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นจากปี 2558 โดยสินค้าประเภทคอนโดมิเนียมจะปรับขึ้นราคาประมาณ 5% ต่อปี, สินค้าประเภททาวน์เฮาส์จะปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 4% ต่อปี และสินค้าประเภทบ้านเดี่ยวจะปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 3% ต่อปี อย่างไรก็ตาม การปรับเพิ่มขึ้นของราคาขายได้สะท้อนถึงราคาต้นทุนค่าดินที่แพงขึ้น

สำหรับในปี 2558 มีการเปิดโครงการใหม่ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลรวม 444 โครงการ จำนวน 104,900 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 394,400 ล้านบาท แบ่งเป็น โครงการแนวราบรวม 292 โครงการ จำนวน 44,500 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 183,800 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 152 โครงการ จำนวน 60,400 ล้านบาท มูลค่าโครงการรวม 210,600 ล้านบาท จากปี 2557 ที่มีการเปิดโครงการใหม่รวม 415 โครงการ จำนวน 118,300 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 376,200 ล้านบาท

ที่มา : หนังสือพิมพ์ข่าวหุ้น

 

 

 

ข่าว reic จากสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ