Loading

ธอส.อัดฉีดสินเชื่อ3หมื่นล.บ้านประชารัฐ

วันที่ : 5 กุมภาพันธ์ 2559
ธอส.อัดฉีดสินเชื่อ3หมื่นล.บ้านประชารัฐ

"ธอส." เสนอโครงการบ้านประชารัฐเข้าครม.มี.ค.นี้ เตรียมวงเงิน 3 หมื่นล้านปล่อยกู้ผู้มี รายได้น้อย ดอกเบี้ยคงที่ 2% 3 ปีแรก หรือผ่อน 3 พันบาทต่อเดือน ดึงเอ็นพีเอ และโครงการเอกชนราคาไม่เกิน 7 แสนบาทเปิดขายกว่า 1 หมื่นยูนิต วางเงื่อนไขรายได้ 1.5-2 หมื่นบาท

รัฐบาลมีนโยบายทำโครงการบ้านประชารัฐ เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง ทั้งในรูปแบบการเช่าซื้อระยะยาว (ลีสโฮลด์) โดยใช้พื้นที่ราชพัสดุ 6 ทำเล และการขายขาด (ฟรีโฮลด์) โดยเปิดให้เอกชนนำโครงการที่มีอยู่แล้วมาร่วมโครงการ ราคาขายต่อยูนิตต้องไม่เกินที่รัฐบาลกำหนด โดยให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เป็น ผู้สนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้

            นายสุรชัย ดนัยตั้งตระกูล ประธานคณะกรรมการ ธอส. เปิดเผยว่า ธอส.เตรียม วงเงินสนับสนุนสินเชื่อโครงการบ้านประชารัฐ ไว้เบื้องต้น 3 หมื่นล้านบาท เพื่อปล่อยกู้ให้ประชาชนในอัตราดอกเบี้ยต่ำ ระยะเวลาในการปล่อยกู้ 3 ปี โดยทางกระทรวงการคลังเตรียม จะนำเสนอโครงการให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาภายในเดือนมี.ค.นี้

          ทั้งนี้จะเป็นการนำสินทรัพย์ที่รอการขาย หรือเอ็นพีแอลของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ หรือ เอสเอฟไอ ทั้งธอส. ธนาคารอิสลามแห่งประเทศ ไทย ออมสิน กรุงไทย บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท (SAM) บริษัท บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (BAM) กว่า 2.5 พันยูนิตทั่วประเทศ

            นอกจากนี้จะเปิดให้ผู้ประกอบการเอกชน ทั้งที่เป็นสมาชิกของ 3 สมาคมผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ และที่ไม่ได้เป็นสมาชิก นำโครงการที่สร้างเสร็จแล้ว และมีลักษณะเข้าเงื่อนไขการเป็นบ้านประชารัฐ เข้าร่วม

            "หลังจากที่โครงการผ่านครม.แล้ว ธอส.จะเปิดลงทะเบียนประชาชนที่สนใจกู้ซื้อบ้านประชารัฐ และเปิดลงทะเบียนผู้ประกอบการที่สนใจนำโครงการเข้ามาร่วม เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติ หลังจากที่กระทรวงคลังขยับราคาจาก 5 แสนบาท เป็นไม่เกิน 7 แสนบาท ให้ทำให้มีโครงการ ที่สามารถเข้าร่วมโครงการได้มากขึ้น รวมทั้งของเอสเอฟไอ และภาคเอกชนกว่า 1 หมื่นยูนิต"

            นายฉัตรชัย ศิริไล รองกรรมการผู้จัดการ ธอส. กล่าวว่า  เงื่อนไขของโครงการบ้านประชารัฐ แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ 1.คุณสมบัติประชาชนที่จะขอกู้ซื้อบ้านประชารัฐ ต้องเป็นผู้ที่มีรายได้ต่อเดือนไม่เกิน 1.5-2 หมื่นบาท

            2.ที่อยู่อาศัยที่จะเข้าร่วมโครงการ แยกเป็น 2 ส่วนส่วนแรกเป็นบ้านที่มีอยู่แล้วในตลาด ทั้งโครงการของภาคเอกชน และสินทรัพย์รอการขายของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ส่วนที่ 2 เป็นบ้านสร้างใหม่ โดยใช้พื้นที่ของที่ราชพัสดุ ของกรมธนารักษ์จำนวน 6 แปลง

            3.แพ็คเกจสินเชื่อ โดยในส่วนสินเชื่อที่จะปล่อยกู้ให้กับประชาชนนั้น เป็นดอกเบี้ยผ่อนปรน กว่าปกติ เช่นกรณีที่ซื้อคอนโคราคา 7 แสนบาท จากปกติยอดการผ่อนต่ำสุดอยู่ที่ 4.1 พันบาท ต่อเดือน ก็จะกดให้เหลือเพียง 3 พันบาทต่อเดือน

            "ให้ธอส.ออกค่าธรรมเนียมแทนประชาชน ก่อน แล้วรัฐจะจ่ายชดเชยให้ เบื้องต้นคาดว่า ภาระในส่วนนี้มีประมาณ 270 ล้านบาท"

            นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธอส. กล่าวว่า ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ยอดธุรกรรมการโอนอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นมาโดยเฉพาะในเดือน พ.ย.-ธ.ค.2558 มียอดการโอน 50,300 ยูนิต เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนกว่า 45% เฉพาะเดือนธ.ค. มีการโอน 28,000 ยูนิต ส่วนใหญ่เป็นคอนโด และทาวเฮาส์ เป็นผลมาจากมาตรการกระตุ้น อสังหาฯของรัฐบาล การรีบโอนก่อนจะการปรับราคาประเมินที่ดินใหม่ และภาษีมรดกที่จะมีผลในปี 2559

            สำหรับปี 2559 นี้ มีหลายปัจจัยที่จะกระตุ้นภาคการใช้จ่ายภาคที่อยู่อาศัย ประกอบด้วยในเดือนส.ค.นี้รถไฟสายสีม่วง จะเริ่มเปิดให้บริการ มีการก่อสร้างถนน และทางด่วน

            ส่วนผลการดำเนินงานปี 2558 ของธนาคาร ปรับตัวดีขึ้นทุกด้าน ธนาคารปล่อยสินเชื่อใหม่ ได้ 157,447 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14,750 ล้านบาท หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) จำนวน 47,049 ล้านบาท ส่วนปี 2559 ตั้งเป้าสินเชื่อใหม่ ไว้ที่ 1.6 แสนล้านบาท

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ