Loading

ธนารักษ์เปิด6ทำเล บ้านประชารัฐ

วันที่ : 2 กุมภาพันธ์ 2559
ธนารักษ์เปิด6ทำเล บ้านประชารัฐ

"ธนารักษ์"สรุปโมเดลบ้านประชารัฐสิ้นเดือน เตรียมที่ราชพัสดุ 6 ทำเลรองรับเผยเพิ่ม รูปแบบการเช่าเหมือนฮ่องกง จากเดิมมีแค่เช่าซื้อระยะยาว และซื้อขาด หวังให้ผู้มีรายได้น้อยได้ประโยชน์จริง

นายจักรกฤศฏิ์   พาราพันธกุล  อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า  กรมธนารักษ์ได้เตรียมเรียกประชุมผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชนในการทำโครงการบ้านสำหรับผู้มีรายได้น้อย หรือบ้านประชารัฐ  ในเร็วๆนี้ เพื่อสรุปรูปแบบและรายละเอียดของโครงการให้เสร็จ ในเดือนก.พ.  ทั้งเรื่องรูปแบบการก่อสร้าง ต้นทุน และวิธีการจัดจำหน่าย

โดยเตรียมที่ราชพัสดุ สำหรับการทำโครงการ ไว้ 6 พื้นที่  คาดว่าจะสามารถก่อสร้างทั้งแนวราบและคอนโดมิเนียมได้ประมาณ 3400 ยูนิต ประกอบด้วยในเขตกรุงเทพฯ 2 พื้นที่คือ  ที่ราชพัสดุบริเวณวัดไผ่ตัน  ที่ราชพัสดุ บริเวณโรงกษาปณ์ ถนนประดิพัทธ์ ที่เหลือ เป็นพื้นที่ในจังหวัดเชียงใหม่ ใกล้กับตัวเมืองจำนวน  9 ไร่ พื้นที่เชียงราย 1 แปลงและพื้นที่ในชะอำอีก 2 แปลง

ทั้งนี้ จากการหารือหลายครั้งที่ผ่านมา มีประเด็นที่เอกชนเห็นไม่ตรงกันทั้งเรื่องราคาขาย และการกำหนดเพดานรายได้ของประชาชน ที่ถือว่าเป็นผู้มีรายได้น้อย โดยสำนักงาน เศรษฐกิจการคลัง (สศค.)ได้กำหนดราคาบ้าน ขนาดไม่ต่ำกว่า 70 ตารางเมตรไว้ที่ไม่เกิน 7 แสนบาท ส่วนคอนโดหรือห้องชุดขนาดไม่ต่ำกว่า 22 ตารางเมตร กำหนดราคาไว้ไม่เกิน 5 แสนบาท

ขณะที่เพดานรายได้ผู้มีรายได้น้อย ทางสศค.กำหนดไว้ไม่เกิน 1.5 หมื่นบาทต่อเดือน แต่ผู้มีรายได้น้อยตามนิยามของธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.)กำหนดไว้ที่ไม่เกิน 2.4 หมื่นบาทต่อเดือน ขณะที่การเคหะแห่งชาติ กำหนดรายได้ผู้มีรายได้น้อยไว้ที่ 2.2 หมื่นบาทต่อเดือน โดยทางเอกชนมองว่าหากกำหนดเพดาน รายได้ตามที่สศค.กำหนด กำลังซื้อจะหายไป

นอกจากนี้ ยังมีการบริหารโครงการ ที่หาข้อสรุปไม่ได้  เพราะรัฐต้องการให้มีคนกลาง หรือบริษัทที่ เข้ามาบริหารโครงการ แต่เท่าที่คุยกับเอกชน ทาง 3 สมาคม  ต้องการทำโครงการให้เสร็จขายแล้วจบเหมือนโครงการทั่วไป   ขณะที่ ตามแนวทางของกระทรวงการคลัง อยากให้ ผู้ขายเข้ามา บริหารโครงการ จึงต้องหารือ ต่อไปว่าจะบริหารจัดการอย่างไร

สำหรับรูปแบบการเปิดให้ผู้มีรายได้น้อยเข้าอยู่อาศัยนั้น  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้โจทย์เพิ่มว่า ให้มีรูปแบบการเช่าด้วย จากเดิมมี 2 รูปแบบคือการเช่าซื้อระยะยาว (รีสซ์โฮลด์) และการขายขาด(ฟรีโฮลด์) เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยได้สิทธิจากการใช้ประโยชน์จริง โดยกำลังศึกษารูปแบบในเกาะฮ่องกง ซึ่งจะมีการกำหนดคุณสมบัติผู้ที่มีสิทธิเช่า เช่นดูจากเพดานรายได้ ดูการถือครองทรัพย์สิน และมีการตรวจสอบต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ที่อยู่อาศัยเป็นผู้มีรายได้น้อยจริง

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ