Loading

สนข.ชงลงทุนระบบขนส่งภูมิภาค หาดใหญ่-ภูเก็ต 3.6 หมื่นล้าน เข้าระดมทุน TFF

วันที่ : 22 มกราคม 2559
สนข.ชงลงทุนระบบขนส่งภูมิภาค หาดใหญ่-ภูเก็ต 3.6 หมื่นล้าน เข้าระดมทุน TFF

หาดใหญ่-ภูเก็ต 3.6 หมื่นล้าน เข้าระดมทุน TFF

 สนข.เตรียมชงโครงการลงทุนระบบขนส่งในภูมิภาคหาดใหญ่ และภูเก็ต วงเงินกว่า 3.6 หมื่นล้านบาท เข้าแผนระดมทุนกองทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (TFF)

นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า มีแผนจะนำเสนอโครงการลงทุนระบบขนส่งในเมืองภูมิภาค 2 โครงการต่อกระทรวงคมนาคม เพื่อบรรจุเข้าสู่แผนการใช้เงินจากกองทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (Thailand Future Fund : TFF) ประกอบด้วย โครงการก่อสร้างระบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Mono rail) ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ระยะทาง 18.3 กิโลเมตร จำนวน 15 สถานี วงเงินประมาณ 16,000 ล้านบาท และโครงการก่อสร้างรถรางไฟฟ้า นำร่องเส้นทางท่าอากาศยานนานาชาติจังหวัดภูเก็ต-ห้าแยกฉลอง ระยะทาง 60 กิโลเมตร จำนวน 23 สถานี วงเงินประมาณ 20,000 ล้านบาท

ทั้งนี้เนื่องจากทั้ง 2 โครงการดังกล่าว มีความพร้อมแล้ว แต่ยังขาดงบประมาณลงทุน โดยเฉพาะโครงการMono railที่ อ.หาดใหญ่ ซึ่งมีความพร้อมมากที่สุด โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาเป็นผู้ดำเนินการศึกษาและใกล้เสร็จสิ้น คาดว่าจะสามารถสรุปผลศึกษานำส่งให้ สนข.ได้ภายในเดือนนี้ จากนั้น สนข.จะนำเสนอกระทรวงคมนาคม เพื่อพิจารณาว่าควรให้การอุดหนุนด้านแหล่งเงินลงทุนอย่างไร ขณะที่กระทรวงการคลังเองก็ตั้งเป้าจะต้องจัดตั้งกองทุนTFFให้ได้อย่างน้อย 1 โครงการภายในปี 2559นี้ ส่วนโครงการก่อสร้างรถรางไฟฟ้าที่จ.ภูเก็ตนั้น ล่าสุดการศึกษามีความคืบหน้าไป 98% แล้ว

สำหรับหน่วยงานที่จะเข้ามารับผิดชอบโครงการนั้น แม้เบื้องต้นกระทรวงคมนาคม จะมอบหมายให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) รับผิดชอบ แต่ สนข.ยังมองว่า รฟม.ควรเป็นทางเลือกสุดท้าย โดยทางเลือกแรกคือการให้องค์กรส่วนท้องถิ่นรับผิดชอบโครงการเอง เพราะมีความเชี่ยวชาญในพื้นที่และเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับท้องถิ่นนั้นๆ ด้วย แต่องค์กรส่วนท้องถิ่นยังติดปัญหากฎหมายเรื่องอำนาจหน้าที่ เพราะขึ้นอยู่กับกระทรวงมหาดไทย ไม่ใช่กระทรวงคมนาคม ซึ่งยอมรับว่ากระทรวงมหาดไทยยังไม่ค่อยให้ความสำคัญเรื่องการพัฒนาระบบขนส่งในจังหวัดภูมิภาคมากนัก

อย่างไรก็ตาม สนข.มองว่าปัญหาดังกล่าวสามารถแก้ไขได้ ด้วยการที่กระทรวงคมนาคม เป็นผู้รวบรวมโครงการลงทุนระบบขนส่งในจังหวัดภูมิภาคที่มีความสำคัญ นำส่งต่อที่ประชุมคณะกรรมการจัดการระบบการจราจรทางบก (คจร.) เพื่อให้ คจร.พิจารณานำส่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ พร้อมให้ ครม.มอบหมายหน่วยงานที่รับผิดชอบ คือกระทรวง มหาดไทยรับไปดำเนินโครงการ

นายชัยวัฒน์ กล่าวต่อว่า หากแนวทางการใช้เงินจากกองทุนTFFไม่ได้รับการอนุมัติ ก็ยังมีแนวทางอื่นในการหาแหล่งเงินมาลงทุน เช่น การใช้รูปแบบรัฐและเอกชนลงทุนร่วมกัน (Public Private Partnership : PPP) ซึ่งจากการศึกษาพบว่าMono railที่ อ.หาดใหญ่ มีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ (EIRR) ประมาณ 16-18% ประมาณการผู้โดยสารช่วงปีแรกที่เปิดให้บริการอยู่ที่ 57,000 คนต่อวัน ส่วนโครงการก่อสร้างรถรางไฟฟ้า ช่วงท่าอากาศยานนานาชาติจังหวัดภูเก็ต-ห้าแยกฉลอง มี EIRRที่ 22.27% และประมาณการผู้โดยสารปีแรกอยู่ที่ 1.4 แสนคนต่อวัน

นอกจากนี้ยังมีโครงการก่อสร้างระบบรถโดยสารด่วนพิเศษ (BRT) สายสีแดง (สำราญ-ท่าพระ) จ.ขอนแก่น วงเงินประมาณ 5,000 ล้านบาท ที่มีความเหมาะสมต่อการใช้รูปแบบPPPเป็นอย่างมาก เนื่องจากเอกชน จ.ขอนแก่น ได้เตรียมความพร้อมที่จะลงทุนแล้ว คือ บริษัทขอนแก่นพัฒนาเมือง จำกัด (KKTT) โดยมีนายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ช.ทวี ดอลลาเซียน จำกัด (มหาชน) หรือCHOดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารKKTTมีทุนจดทะเบียนเบื้องต้น 200 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้แผนBRTดังกล่าวอยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียดและศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) โดยใช้เวลาอีกประมาณ 8 เดือน

ที่มา : หนังสือพิมพ์ข่าวหุ้น

 

 

 

ข่าวพัฒนาสาธารณูปโภค อื่นๆ