Loading

เออีซีบูมค้าชายแดน-เขตศก.พิเศษอสังหาฯผุดโปรเจคชิงกำลังซื้อ

วันที่ : 1 มกราคม 2559
เออีซีบูมค้าชายแดน-เขตศก.พิเศษอสังหาฯผุดโปรเจคชิงกำลังซื้อ

กัญสุชญา สุวรรณคร

การค้าชายแดนมีบทบาทมากขึ้นหลังการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เต็มรูปแบบใน ปี 2559 และเมื่อผนวกแผนพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ยิ่งทำให้การค้าชายแดนเติบโตอย่างมาก ดึงดูดนักลงทุนไทยและ ต่างประเทศให้สนใจมองหาโอกาสเข้าไปลงทุน ถือเป็นปัจจัยสนับสนุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขยายตัวตามด้วย

สัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่าจากผลสำรวจการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ 10 แห่ง ได้แก่ ตาก (แม่สอด), สงขลา (สะเดา),มุกดาหาร, สระแก้ว (อรัญประเทศ), ตราด , หนองคาย เชียงราย กาญจนบุรี นครพนม และนราธิวาส พบว่ามีความเคลื่อนไหวของกลุ่มทุนทั้งจากส่วนกลางและท้องถิ่นเข้าไปลงทุน โดยเฉพาะเขตเศรษฐกิจพิเศษ จ.ตาก เป็นพื้นที่ที่มีความพร้อมมากที่สุด รองลงมาคือสระแก้ว และอ.สะเดา สงขลา

:ค้าปลีกขยายพื้นที่ชายแดน

ขณะที่ศูนย์การค้าก็มีความคึกคักด้านการลงทุนเช่นเดียวกัน โดยการขยายทั้งเทสโก้ โลตัส บิ๊กซี และไทวัสดุ ล่าสุดมีศูนย์การค้าใหญ่เข้ามาลงทุนเพิ่ม เช่น โรบินสัน แม่สอด เตรียมเปิดบริการปี2560 และยังมีอีก 2 กลุ่มประกาศแผนลงทุน คือ โครงการศูนย์การค้าของกลุ่มมาบุญครอง บริเวณสี่แยกแม่ปะ ต.แม่ปะ รวงทั้ง คอมมูนิตี้มอลล์ "เอ็มเอ็ม เมกา มาร์เก็ต" ในเครือทีซีซีแลนด์ และยังมีกลุ่มทุนรายใหญ่จากส่วนกลาง เช่น กลุ่มสหพัฒน์ เครือซีพี กลุ่มพีทีที โกลบอล เคมิคอล ที่เริ่มลงทุน ในด้านการผลิตแล้ว

ด้าน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว พื้นที่เขตเศรษฐกิจ 2 แสนไร่ มีการพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยว-อาคารพาณิชย์ อยู่ระหว่างการขาย 6 โครงการ รวม 765 ยูนิต ราคา 1.85-6  ล้านบาท แต่ยังไม่มีคอนโด ผู้พัฒนามีทั้งจากส่วนกลาง คือ บริษัทยูซิตี้ (แนเชอรัลพาร์ค) ลงทุนอาคารพาณิชย์ กับวิจิตรากรุ๊ป พัฒนาบ้านเดี่ยวชั้นเดียว นอกจากนี้มีเครือทีซีซีแลนด์ อยู่ระหว่างก่อสร้างศูนย์การค้า  "เอ็มเอ็ม เมกา มาร์เก็ต" ใกล้จุดผ่านแดนบ้านคลองลึก และศูนย์การค้าอินโดจีน รวม ทั้งมีสวนน้ำ อังกอร์ เวอเตอร์พาร์ค 63 ไร่ ส่วนย่านตลาดโรงเกลือมีนักลงทุนทั้งชาวไทย  จีน เกาหลี ให้ความสนใจซื้อที่ดิน ทำให้ราคาเพิ่มไปถึงไร่ละ 10 ล้านบาท

ขณะที่จ.สงขลา มีบริษัทจากส่วนกลางเข้าไปลงทุน เช่น ศุภาลัย แสนสิริ มีโครงการ อยู่ระหว่างขาย 160 โครงการ 14,200 ยูนิต แยกเป็นบ้านจัดสรร 137 โครงการ 8,900 ยูนิต แป็นคอนโด 23 โครงการ 5,300 ยูนิต ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ "หาดใหญ่-อ.เมือง" ปัจจุบันเหลือขาย 5,400 ยูนิต รูปแบบ คอนโด 31% รองลงมาบ้านเดี่ยว 25%  ทาวน์เฮาส์ 24% อาคารพาณิชย์ 9% บ้านแฝด 7% และที่ดินเปล่าจัดสรร 4%

หากโฟกัสเฉพาะ อ.สะเดา ซึ่งเป็น ที่ตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษขนาด 3.5 แสนไร่ มีโครงการอยู่ระหว่างขาย 6 โครงการ จำนวน 678 ยูนิต มีเหลือขาย 449 ยูนิต หรือ 12%   ถือเป็นทำเลที่กำลังซื้อยังดี มีผู้สนใจซื้ออาคารพาณิชย์และบ้านเดี่ยวใกล้ด่านศุลกากรอย่างต่อเนื่อง ทั้งชาวไทย จีน มาเลเซีย ล่าสุดเริ่มเปิดตัวคอนโด

ปัจจัยดังกล่าวจะมีผลต่ออสังหาริมทรัพย์คือช่วงเริ่มต้นเขตเศรษฐกิจพิเศษจะเป็นการเติบโตของธุรกิจเชิงพาณิชย์ เช่น นิคมอุตสาหกรรม โรงงานอุตสาหกรรม ศูนย์โลจิสติกส์ ศูนย์พักสินค้า ธุรกิจค้าปลีก ส่วนที่อยู่อาศัยในช่วงแรกจะเป็นที่อยู่เจ้าของธุรกิจสร้างให้พนักงานระดับปฎิบัติการอยู่อาศัยยังไม่มีการซื้อขายและอาจจะเริ่มมีหอพัก อพาร์ทเมนท์เกิดขึ้น

:ซี.พี.แลนด์ปักหมุด40จังหวัด

สำหรับกลุ่มซี.พี.แลนด์ ถือเป็น ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ที่ขยายการลงทุนในย่านเขตการค้าชายแดนมีความชัดเจนมากที่สุด

สุนทร อรุณานนท์ชัย กรรมการ ผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหารกลุ่มธุรกิจพัฒนาที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ บริษัทซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน) ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) กล่าวว่าปี2559 โฟกัสไปที่ตลาดภูมิภาคตามหัวเมืองหลักและเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยแบ่งการพัฒนาออกเป็น 5+1 โซน ได้แก่ ภาคเหนือ ใต้ ตะวันออก กลาง อีสาน และกรุงเทพ ปี2559จะขยายการลงทุนอสังหาฯเพิ่มเป็นไม่ต่ำกว่า 40 จังหวัด 60 โครงการ โดยเฉพาะแนวเขตการค้าชายแดน อาทิ เชียงราย สุราษฎร์ธานี

ช่วง 2 ปีที่ผ่านมาบริษัทเริ่มขยาย การลงทุนอสังหาฯในหัวเมือง 33 จังหวัด  50 โครงการ ผลักดันธุรกิจเติบโตแบบ ก้าวกระโดด ปัจจุบันมีจำนวนห้องชุดที่พัฒนาแล้วและเตรียมเปิดขายกว่า 8,000 ยูนิต มูลค่า 1.1 หมื่นล้านบาท บ้านเดี่ยว  2 โครงการ จำนวน 315 ยูนิต มูลค่า 1,122 ล้านบาท  แผนลงทุนเฉพาะคอนโดปี 2559 เตรียมเปิดเพิ่ม 8 จังหวัด 8-10 โครงการ อาทิ พระนครศรีอยุธยา สุโขทัย สุรินทร์ มุกดาหาร เป็นต้น ราคายูนิตละ 8.9 แสน- 1 ล้านบาท ซึ่งกลุ่มนี้มีพฤติกรรมซื้อ คอนโดเพื่อทดแทนการเช่า

"ต่างจังหวัดมีศักยภาพการเติบโตสูง โดยเฉพาะหัวเมืองหลัก ทั้งรองรับโอกาส จากการเปิดเออีซี ด้วยภูมิศาสตร์ของไทยเป็นศูนย์กลางอาเซียน ทำให้ไทยเป็นฐานกระจายสินค้าไปยังประเทศต่างๆ ซี.พี.แลนด์ เป็นบริษัทอสังหาฯ ใหญ่สุดในต่างจังหวัดก็ว่าได้ ซึ่งตลาดต่างจังหวัดยังมีดีมานด์อยู่มาก แต่ต้องรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร เราเลือกลงทุนจังหวัดที่คู่แข่งยังไม่ไปแต่มีความต้องการ"

:พฤกษาลงทุนเชื่อมอาเซียน

ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด(มหาชน) กล่าวว่าแผนรองรับการเปิดเออีซีในปี 2559 บริษัทมีนโยบายขยายการลงทุนไปยังจังหวัดที่เชื่อมโยงกับกลุ่มประเทศอาเซียน ตามแนวตะเข็บของรถไฟฟ้า โดยเน้นตลาดแนวราบโดยใช้"โมบาย พรีแคส"

"เปิดเออีซีเต็มรูปแบบ จะทำให้เกิดการลงทุนจากต่างชาติ มีการจ้างงาน ซึ่งจะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจในประเทศควบคู่ไป กับการพัฒนาศักยภาพแรงงานในประเทศ  มีการถ่ายโอนเทคโนโลยีและองค์ความรู้ ใหม่ๆ รวมถึงการสร้างพันธมิตร เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน"

ธนวันต์ พสุคันธภัค กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท เนรมิตรนคร จำกัด ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ใน อ.แม่สอด จ.ตาก ระบุว่าบริษัทกำหนดแผนลงทุน 3 ปี ในพื้นที่แม่สอด โดยเน้นการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย อาคารพาณิชย์ สำนักงานและคลังสินค้า เนื่องจาก เห็นโอกาสในการขยายตัวจากการค้าชายแดน และการวางแนวทางให้แม่สอดเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของการเข้าสู่เออีซี และเป็นเส้นทางอีสต์เวสต์ อีโคโนมิค (East-west Economic Corridor) เชื่อมต่อเวียดนาม ผ่านลาว ไทย และพม่า

ปัจจุบันมูลค่าการค้าชายแดนไทยและพม่าบริเวณนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยปี2557 มีมูลค่าค้าขายกว่า 5.6 หมื่นล้านบาท แต่หากนับการค้าขายทั้งหมดประเมินว่ามูลค่าสูงถึง 8 หมื่นล้านบาท

"เออีซีจะมีผลให้ตลาดค้าขายชายแดนคึกคัก สร้างศักยภาพให้กับพื้นที่มากขึ้น  รวมถึงการลงทุนในสาธารณูปโภคของภาครัฐในโครงการต่างๆ ทั้งรถไฟทางคู่และรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายในกรุงเทพฯ จะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจสำคัญ มองว่าเป็นโอกาส ในการขยายการพัฒนาที่อยู่อาศัยจังหวัด หัวเมืองสำคัญ รวมถึงเขตเศรษฐกิจพิเศษ"

บริษัทได้เริ่มพัฒนาโครงการแรก ในแม่สอด บนเนื้อที่รวม 7 ไร่ พัฒนาเป็นโครงการคอนโดภายใต้ชื่อ "ไรซ์ คอนโด" อาคารแรกจำนวน 76 ยูนิตจำหน่ายหมดแล้วและอยู่ระหว่างการขายอาคารที่สองอีกจำนวน 76 ยูนิต ผู้ซื้อส่วนใหญ่เป็นข้าราชการ และนักธุรกิจในแม่สอด บางส่วนซื้อเพื่อลงทุนปล่อยเช่า

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

 

ข่าวเขตเศรษฐกิจพิเศษ อื่นๆ