Loading

อสังหาฯป่วน!ลูกค้าบ้านอ่วมหนี้ครัวเรือนสูง-แบงก์เข้มปล่อยกู้

วันที่ : 2 มกราคม 2559
อสังหาฯป่วน!ลูกค้าบ้านอ่วมหนี้ครัวเรือนสูง-แบงก์เข้มปล่อยกู้

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2559 ยังไม่อู้ฟู่ แม้จะมีปัจจัยบวก ดอกเบี้ยที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำ เศรษฐกิจที่เริ่มเห็นการฟื้นตัวและมาตรการการกระตุ้นที่ภาครัฐและผู้ประกอบแข่งขันกันจัดโปรโมชั่นให้กับผู้ซื้อที่จะเห็นผลชัดเจนในไตรมาสแรกปี 59 นี้ แต่หนี้ครัวเรือนสูง แบงก์เข้มปล่อยสินเชื่อ ปัจจัยลบที่น่าห่วง

นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่าปี 2559 คาดว่า จะมีการเปิดโครงการใหม่ไม่ต่ำกว่า 112,000 ยูนิต ในจำนวนนี้เป็นบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ 47,000 ยูนิต ส่วนคอนโดมิเนียมประมาณ 65,000 ยูนิต ซึ่งใกล้เคียงกับปี 2558 ที่มีการเปิดโครงการใหม่อยู่ที่ 103,000 ยูนิต

โดยบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ที่มีราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่3-5 ล้านบาท มีสัดส่วนการขายถึง 36% ราคา 1-2 ล้านบาท สัดส่วน 14% ขณะที่คอนโดฯ ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท มีสัดส่วน 12% ส่วนราคา 1-2 ล้านบาท มีสัดส่วน 30% ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า คอนโดฯ หรูเริ่มมีสัดส่วนเพิ่มสูงขึ้น จากการที่ผู้ประกอบการปรับตัว เพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และกระจายความเสี่ยง ซึ่งตลาดบ้านเดี่ยวส่วนใหญ่ผู้บริโภคมีความต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยอย่างแท้จริง

ด้าน นายภูมิภักดิ์ จุลมณีโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า จากผลสำรวจความต้องการซื้อคอนโดมิเนียมพบว่า ในปี 2559 ผู้บริโภคมีความต้องการซื้อคอนโดฯ หรือที่อยู่อาศัยประเภทแนวราบที่อยู่ย่านชานเมืองมากขึ้น โดยเฉพาะส่วนต่อขยายสายสีเขียว ช่วงสถานีอ่อนนุช-แบริ่ง และสายสีม่วง ซึ่งการเดินทางสะดวก ขณะที่ราคา ก็ไม่สูงเกินไปอยู่ที่ประมาณ 2-3 ล้านบาท ประกอบกับหากซื้อเพื่อปล่อยเช่าก็ทำกำไรได้ดี เพราะเป็นที่ต้องการของชาวจีน, สิงคโปร์ และญี่ปุ่น เป็นต้น

นายแสนผิน สุขี กรรมการ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงแผนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยปี 2559 ว่า บริษัทจะพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยตลาดกลางและล่างทั้งหมด 15 โครงการ รวมมูลค่า 15,600 ล้านบาท โดยเป็นบ้านเดี่ยว บ้านแฝด 4 โครงการ ราคาเฉลี่ย 3 ล้านบาท และทาวน์เฮาส์ ทาวน์โฮม 11 โครงการ ราคา 2 ล้านบาท เนื่องจากเห็นว่ากลุ่มลูกค้าดังกล่าวนี้ จะได้รับผลประโยชน์จากนโยบายภาครัฐ ที่ต้องการช่วยผู้มีรายได้น้อยได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง อีกทั้งเห็นว่า ฐานตลาดล่างยังมีขนาดใหญ่มาก จึงปรับกลยุทธ์ จากปัจจุบัที่พัฒนาบ้านตลาดระดับกลางถึงบน มาเป็นตลาดล่างให้มากขึ้น และเน้นในทำเลไม่ไกลจากแนวรถไฟฟ้ามากนัก

ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าการลงทุน ปี 59 ไว้ 10,000 ล้านบาท แบ่งเป็นงบซื้อที่ดินใหม่ 5,000 ล้านบาท ที่เหลือใช้ก่อสร้างโครงการและในระยะ 3 ปีข้างหน้านับแต่ปี 2559-2561 จะพัฒนาโครงการใหม่ 64 โครงการ

นายวสันต์ เคียงศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธารารมณ์ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าปี 2559 คาดว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้นเล็กน้อย โดยบริษัทยังคงทำตลาดอยู่ในเซ็กเมนต์และทำเลเดิมที่มีอยู่โดยเฉพาะโซนตะวันออก ซึ่งเป็นโซนที่ธารารมณ์มีความแข็งแรงและแผนปี 59 เปิด 2 โครงการ ด้วยกลยุทธ์ "Multi-Segment" เพื่อให้สินค้าเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ส่วนด้านการสื่อสารและการให้บริการจะใช้กลยุทธ์ "Fast & Intense" พร้อมทั้งปรับปรุงเว็บไซต์ใหม่ เพื่อเตรียมรองรับการเปิดโครงการใหม่ๆ ในปี 2559

"โดยภาพรวมแล้ว ปี 2558 ตลาด คอนโดฯ ค่อนข้างล้นตลาด จากการเปิดตัวจำนวนมาก และคาดว่าอีก 1-2 ปี ตลาดคอนโดฯ จึงจะกลับเข้าภาวะสมดุลอีกครั้ง แต่ในส่วนของบ้านเดี่ยวและ ทาวน์เฮาส์นั้น ยังเติบโตได้ดีต่อเนื่อง โดยเฉพาะทาวน์เฮาส์ ที่สอดคล้องกับแผนงานบริษัท ที่จะเน้นการพัฒนาบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ในทำเลหลักระยะ 1-2 ปีข้างหน้านี้" นายวสันต์ กล่าว

ด้านปัจจัยลบไนท์แฟรงค์ฯ แจงอสังหาฯปี 59 ขยายตัวน้อย จากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังสูง แบงก์เข้มปล่อยสินเชื่อ และมาตรการกระตุ้น อสังหาฯ ไม่หนุนลูกค้าใหม่ แค่เร่งลูกค้าเก่าตัดสินใจโอนเร็ว

นายพนม กาญจนเท่าเทียม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2559 คาดว่าจะขยายตัวจากปี 2558 เล็กน้อย เนื่องจากกำลังซื้อลูกค้าไม่ได้เพิ่มขึ้น ขณะที่ปัญหาหนี้ครัวเรือนยังส่งผลต่อการพิจารณาปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน แม้ว่าในช่วงครึ่งแรกของปี 2559 จะได้รับปัจจัยบวกจากมาตรการกระตุ้นอสังหาฯของภาครัฐ แต่ส่วนลดภาษีที่เกิดจากมาตรการดังกล่าวยังได้ดึงดูดลูกค้าเท่าที่ควร ประกอบกับมาตรการที่ออกมาไม่ได้ช่วยในเรื่องของกำลังซื้อลูกค้าใหม่ให้เพิ่มขึ้น

เนื่องจากมาตรการกระตุ้น อสังหาฯ เมื่อนับรวมๆ แล้วลูกค้าหรือผู้ซื้อที่อยู่อาศัยจะได้ประโยชน์เป็นส่วนลดเพียง 2% จากค่าธรรมเนียมการโอน และค่าจดจำนองเท่านั้น ส่วนการนำค่าใช้จ่ายจากการซื้อที่อยู่อาศัยไปหักภาษีรายได้บุคคลธรรมดา 100,000 บาทต่อปีนั้น ผู้ที่จะได้ประโยชน์จากมาตรการนี้ต้องมีรายได้ตั้งแต่ 30,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป ซึ่งในกลุ่มนี้มีจำนวนไม่มาก ดังนั้น มาตรการจึงไม่ได้หนุนให้เกิดการตัดสินใจซื้อใหม่เท่าที่ควร แต่จะช่วยเร่งการตัดสินใจโอนของกลุ่มลูกค้าที่ซื้อที่อยู่อาศัยไปก่อนหน้านี้

"ในปี2559 ตลาดบนหรือกลุ่มสินค้าไฮเอนด์ 5-7 ล้านบาทขึ้นไป จะยังคงเป็นกลุ่มที่อยู่อาศัยที่มีการขยายตัวได้ดีและเติบโตต่อเนื่องจากปีนี้เนื่อง จากไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาหนี้ครัวเรือน และปัญหาเศรษฐกิจ" นายพนม กล่าวในที่สุด

ที่มา : หนังสือพิมพ์สยามธุรกิจ

 

 

 

ข่าว reic จากสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ