Loading

บิวท์ทูบิวด์ คาดตลาดรับสร้างบ้านปี59 ทรงตัว

วันที่ : 16 ธันวาคม 2558
บิวท์ทูบิวด์ คาดตลาดรับสร้างบ้านปี59 ทรงตัว

"บิวท์ ทู บิวด์"ประเมินธุรกิจรับสร้างบ้านปีหน้า "ทรงตัว" ชี้ปัจจัยหนี้ครัวเรือนรุมเร้า-โครงการเมกะโปรเจครัฐส่งผลปี60 เผยแผนปีหน้าเน้นสร้างแบรนด์หวังโตต่อเนื่อง ตั้งเป้ายอดขาย 850 ล้าน

นายสุธี เกตุศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัทบิวท์ ทู บิวด์ จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจรับสร้างบ้านแบรนด์ บิวท์ ทู บิวด์,บางกอกเฮ้าส์ และสมอลล์เฮ้าส์ เปิดเผยว่าแนวโน้มตลาดรับสร้างบ้านปี 2559 คาดทรงตัวจากปีนี้ที่ภาพรวม"ไม่เติบโต" แม้ว่าจะเริ่มมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐชัดเจนมากขึ้นก็ตาม เนื่องจากมองว่าการลงทุนภาครัฐจะเริ่มส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจในปี 2560 ดังนั้นมองว่าปีหน้าทุกภาคธุรกิจยังคงทำธุรกิจยากลำบากเช่นเดียวกับปีนี้

"ปีหน้าปัจจัยบวกหลายตัวจะดีขึ้นกว่า ปีนี้ เช่น การส่งออก จากปีนี้คาดติดลบ 5% การลงทุนของภาครัฐตามแผนในโครงการ เมกะโปรเจคต่างๆ ที่จะมีผลในเชิงจิตวิทยาต่อการลงทุนเอกชน กระตุ้นกำลังซื้อผู้บริโภคดีขึ้น ขณะที่ความผันผวนของเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศยังมีอยู่สูง แต่หนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง ทำให้ผู้ประกอบการอาจจะต้องเหนื่อยหากไม่มีการปรับตัว จึงมองว่า ปีหน้าธุรกิจยังทรงตัว"

สำหรับสถานการณ์ธุรกิจรับสร้างบ้านในปี 2558 คาดตลาดไม่เติบโต ซึ่งเกิดจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและซบเซาส่งผลต่อเศรษฐกิจในประเทศ โดยมีปัจจัยหลัก อาทิ การส่งออกติดลบ การลงทุนทั้งภายในประเทศและต่างประเทศซบเซาไม่เป็นไปตามคาดการณ์ ปัญหาหนี้ครัวเรือนสูงขึ้น ล้วนมีผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัว ซึ่งนับว่าเป็นวิกฤติต่อเนื่องมาเกือบตลอดทั้งปี

นายสุธี กล่าวว่าสำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2559 จะยังคงเน้นการสร้างแบรนด์อย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคง เนื่องจากธุรกิจรับสร้างบ้านเป็นธุรกิจการ บอกต่อ โดยการสร้างแบรนด์ของกลุ่มบิวท์ ทู บิวด์ ได้เริ่มตั้งแต่กำหนดแบรนด์บิวท์ ทู บิวด์ เพื่อรองรับลูกค้าตั้งแต่บ้านราคา 7-30 ล้านบาทขึ้นไป หรือประมาณ 20,000 บาท ต่อตร.ม.ขึ้นไป, แบรนด์บางกอกเฮ้าส์บิวเดอร์รองรับลูกค้าตั้งแต่บ้านราคา 3-7 ล้านบาท หรือประมาณ 17,000 บาทต่อตร.ม. และ แบรนด์สมอลล์เฮ้าส์บิวเดอร์ ราคาบ้านตั้งแต่ 1-3 ล้านบาทหรือ 15,000 บาทต่อตร.ม. ทำให้บริษัทสามารถรองรับลูกค้าได้ในทุกระดับราคาบ้าน

นอกจากนี้ยังมุ่งพัฒนาออกแบบบ้านดีไซน์ ใหม่ๆ ให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ามากขึ้นและเน้นเรื่องคุณภาพและการให้บริการ รวมทั้งโฟกัสในสิ่งที่บริษัทมีความชำนาญ คือการสร้างบ้าน จะไม่ขยายไปทำอพาร์ทเมนท์ คอนโดมิเนียม หรือรีสอร์ท และจะเน้นเจาะลูกค้าตลาดในกรุงเทพฯและปริมณฑล เช่นเดิม เนื่องจากยังคงมีความต้องการอีกมาก รวมทั้งมุ่งกลยุทธ์การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า ด้วยการจัดกิจกรรมร่วมกับลูกค้าต่อเนื่อง เช่น นำลูกค้าเข้าเยี่ยมชมไซต์งานก่อสร้างจริงและโรงงานผลิตโครงสร้างชิ้นส่วนสำเร็จรูป ควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรมการตลาด

"จากการสำรวจลูกค้าพบว่าทุกกลุ่มตลาดตั้งแต่ระดับล่าง กลางและบน จะให้ความสำคัญคุณภาพ แบรนด์เป็นอันดับหนึ่ง เรื่องดีไซน์ และราคา เป็นอันดับรองๆลงมา"

การดำเนินงานของบริษัทในปีนี้เชื่อว่า จะมียอดขาย 780 บาท สูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้ 700 ล้านบาท หรือ 12% และเติบโตกว่าปี 2557 ประมาณ 20% หรือที่ 650 ล้านบาท ส่วนปี 2559 ตั้งเป้าหมายยอดขายไว้ที่ 850 ล้านบาท เติบโต 10% จากปี 2558

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

 

ข่าววัสดุก่อสร้าง-เฟอร์นิเจอร์ อื่นๆ