Loading

ปั้นแม่สอด เมืองดิวตี้ฟรี คู่แข่งฮ่องกง-สิงคโปร์ศูนย์กลางชอปปิงใหม่

วันที่ : 15 ธันวาคม 2558
ปั้นแม่สอด เมืองดิวตี้ฟรี คู่แข่งฮ่องกง-สิงคโปร์ศูนย์กลางชอปปิงใหม่

นายสมศักดิ์ คะวีรัตน์ ประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดตาก เปิดเผยว่า ขณะนี้มี ภาคเอกชนอยู่ระหว่างจัดทำแผนผลักดันให้ อ.แม่สอด จ.ตาก เป็นพื้นที่เขตปลอดภาษีหรือเขตดิวตี้ฟรี เหมือนกับเกาะฮ่องกงและสิงคโปร์ เพื่อดึงนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจที่เข้ามาลงทุนทั้งในไทยและในประเทศเมียนมา เข้ามา ชอปปิงซื้อสินค้าต่าง ๆ รองรับการเปิดเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษของรัฐบาล ที่คาดว่าในอนาคต อ.แม่สอด จะเป็นศูนย์กลางของธุรกิจด้านนวัตกรรม, บริการและโรงเรียนการสอนด้าน ต่าง ๆ เนื่องจากภาคเอกชนประเมินว่าศักยภาพของเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอดมีศักยภาพเป็นมากกว่าเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษไปแล้ว

ทั้งนี้หลังจากที่รัฐบาลได้ประกาศโครงการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษพบว่านักลงทุนทั้งในและต่างประเทศให้ความสนใจเข้ามาลงทุนอย่างมาก เช่น นักลงทุนจากจีนเข้ามาซื้อที่ดิน 20-25 ไร่สร้างคอนโดมิเนียม 10 ตึกแล้ว เพื่อรองรับนักธุรกิจที่จะมาพักอาศัยหรือพักผ่อนในช่วงที่มาติดต่อการทำธุรกิจในพื้นที่ ขณะที่ก่อนหน้านี้ก็มีคอนโดฯหลายโครงการได้ก่อสร้างแล้วรวมถึงห้างค้าปลีกค้าส่ง, โรงภาพยนตร์และร้านค้าต่าง ๆ เริ่มทยอยเข้ามาเปิดสาขาจำนวนมากขึ้นเช่นกัน

สำหรับปัญหาของการจัดตั้งโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดตากหนีไม่พ้นเรื่องของราคาที่ดินมีตั้งแต่ราคาไร่ละ 100,000 บาท หากติดถนนใหญ่ไร่ละ 20 ล้านบาท โดยที่ดินทั้งหมดมีประมาณ 2,182 ไร่ ส่วนมาก ชาวบ้านก็ยังไม่ยอมดังนั้นคงต้องหามาตรการเยียวยากันต่อไป นอกจากนี้ยังมีเรื่องผังเมืองเพื่อป้องกันเรื่องของมลพิษ เป็นต้น

ส่วนเรื่องของการค้าชายแดนและผ่านแดนนั้นค่อนข้างคึกคัก โดยจะมีมูลค่าการค้าเดิมจากเดือนละ 5,000 ล้านบาทเพิ่มเป็น 7,000 ล้านบาทคาดทั้งปีน่าจะได้ 84,000 ล้านบาท และเพิ่มเป็น 100,000 ล้านบาทในปีหน้า

"เขตเศรษฐกิจพิเศษในแม่สอดไม่ควรเน้นการลงทุนด้วยการตั้งโรงงานขนาดใหญ่จนเกิดมลพิษ เพราะพื้นที่ดังกล่าวควรผลักดันให้มีการลงทุนตามนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ แต่แม่สอดควรเน้นส่งเสริมการค้า บริการ และการส่งเสริมการลงทุนเกี่ยวกับนวัตกรรมใหม่ ๆ ในการเพิ่มมูลค่าสินค้า ดังนั้นภาคเอกชนกำลังผลักดันให้แม่สอดเป็นเขตปลอดภาษี เพื่อรองรับนักธุรกิจและญาติที่เข้ามาทำงานในพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงนักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวในเมียนมาก็มาซื้อสินค้าได้ง่ายเช่นกัน"

สำหรับเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดตาก ประกอบด้วย ตำบลท่าสายลวด, ตำบลพระธาตุผาแดง, ตำบลแม่กาษา, ตำบลแม่กุ, ตำบลแม่ดาว, ตำบลแม่ปะ, ตำบลแม่สอด และตำบลมหาวัน  ในอำเภอแม่สอด นอกจากนี้ยังมีตำบลช่องแคบ, ตำบลพบพระ และตำบลวาเล่ย์ ในอำเภอพบพระ รวมถึงตำบลขะเนจื้อ, ตำบลแม่จะเรา และตำบลแม่ระมาด  ในอำเภอแม่ระมาด

นายนิยม ไวยรัชพาณิชย์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า  ราคาที่ดินที่มีราคาแพงมีผลต่อการเข้ามาลงทุนในโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษของรัฐบาลอย่างมากโดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาราคาที่ดินในเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอดขยับราคา 3-4 ล้านบาทต่อไร่ เพิ่มเป็นราคาไร่ละ 20 ล้านบาทในส่วนของพื้นที่ติดถนนใหญ่ เพราะเป็นผลจากการเข้ามาเก็งกำไรของกลุ่มทุนต่าง ๆ ทั้งที่ลงทุนเองหรือเข้ามาจับจองล่วงหน้าเพื่อขายทำกำไรต่อขณะเดียวกันที่ดินของกรมธนารักษ์ที่นำมาจำหน่ายหรือให้นักธุรกิจเช่าก็ถือว่าแพงเช่นกัน

"ต้องการให้ภาครัฐหั่นค่าเช่าในที่ดินของกรมธนารักษ์ที่กระทรวงมหาดไทยนำมาจัดสรรลง เพราะจะมีผลกระทบต่อธุรกิจเอสเอ็มอีอย่างมาก ขณะเดียวกันเพื่อให้โครงการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ต่าง ๆ สามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างรวดเร็วภาคเอกชนไปเจรจากับเจ้าของที่ดินเพื่อรวมตัวในการเปิดให้นักลงทุนได้เข้ามาเช่าที่ดินหรืออาจเป็นการร่วมทุนกันโดยเจ้าของที่ดินลงทุนที่ดินและผู้ประกอบการลงทุนด้านอื่น ๆ จากนั้นก็จะมีแบ่งผลกำไรตามสัดส่วน ซึ่งถือเป็นทางออกที่ดีวิธีหนึ่ง"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้นักลงทุนได้ร้องเรียนว่าที่ดินในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ โดยเฉพาะจังหวัดตาก มีราคาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยภายในเวลา 1 ปีที่ผ่านมา พบว่าราคาที่ดินขยับจากไร่ละ 3-4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็นไร่ละ 20 ล้านบาท ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับ 4-5 ปีที่ผ่านมา ที่เคย ซื้อในราคาไร่ละ 400,000-500,000 บาท ซึ่ง ส่งผลต่อแผนลงทุนของภาคธุรกิจในจังหวัด เพราะราคาที่ดินสูงกว่าความเป็นจริง.

ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

 

 

 

ข่าวเขตเศรษฐกิจพิเศษ อื่นๆ