Loading

บีโอไออนุมัติลงทุนเขตศก.พิเศษ6 โครงการนำร่องตาก/หนองคายตั้งรง.ชุดชั้นใน-โซลาร์รูฟท็อป

วันที่ : 19 พฤศจิกายน 2558
บีโอไออนุมัติลงทุนเขตศก.พิเศษ6 โครงการนำร่องตาก/หนองคายตั้งรง.ชุดชั้นใน-โซลาร์รูฟท็อป

เขตเศรษฐกิจพิเศษเริ่มเห็นผล ทัพนักลงทุนเริ่มขอสิทธิประโยชน์ ประเดิม 6 โครงการแรก ในจ.ตากและหนองคาย บีโอไอไฟเขียวให้แล้ว 3 โครงการ ผลิตชุดชั้นในและโซลาร์รูฟท็อป รวมมูลค่า 250 ล้านบาท พร้อมจี้เอกชนลงทุนหลังมีมาตรการเร่งรัดออกมา คาดปีหน้ามีเงินลงทุนจริง 1 แสนล้านบาท แต่ปีนี้ขอรับส่งเสริมพลาดเป้าไปไม่ถึง 3.5 แสนล้านบาท

นางหิรัญญา สุจินัย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือบีโอไอ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษระยะแรก 5 จังหวัดว่า ขณะนี้เริ่มมีผู้ประกอบการให้ความสนใจนำร่องที่จะเข้าไปลงทุนในพื้นที่ดังกล่าวแล้ว โดยได้มีการยื่นโครงการขอรับสิทธิประโยชน์การลงทุนจากบีโอไอจำนวน 6 ราย ซึ่งได้รับการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนแล้วจำนวน 3 ราย ประกอบด้วย บริษัท โหย่ง จิ้ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ทำการผลิตชุดชั้นใน ในพื้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก มูลค่าการลงทุน 56 ล้านบาท บริษัท รอสโซ่ จำกัด ทำการผลิตชุดใน ตั้งโรงงานในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ด้วยเงินลงทุน 180 ล้านบาท และบริษัท อินฟินิทกรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด ลงทุนผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคาหรือโซลาร์รูฟท็อป รวมมูลค่าเงินลงทุน 14 ล้านบาท ส่วนอีก 3 รายนั้น จะเป็นประเภทกิจการสิ่งทอเครื่องนุ่งห่ม ในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก และผลิตน้ำมันปาล์ม ในจังหวัดหนองคาย

ทั้งนี้ โครงการลงทุนที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุน 2 โครงการแรกจะได้รับสิทธิประโยชน์ ยกเว้นภาษีเงินได้เพิ่มเติม 3 ปี ขณะที่การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นกิจการเป้าหมายจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้สูงสุด 8 ปี และลดหย่อนภาษีเงินได้ 50% อีก 5 ปี

ส่วนผู้ประกอบการจะลงทุนเร็วแค่ไหนนั้น ไม่สามารถบอกได้ เพราะขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละบริษัท แต่อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมของการเร่งผู้ประกอบการให้เกิดการลงทุนที่เร็วขึ้นนั้น ทางคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือบอร์ดบีโอไอ มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ก็ได้อนุมัติมาตรการเร่งรัดให้ผู้ประกอบการลงทุนเร็วขึ้นแล้ว

โดยโครงการที่ยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2557 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2559 ที่เริ่มการผลิตหรือให้บริการภายในปี 2560 จะได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 1-4 ปี ขึ้นอยู่กับมูลค่าเงินลงทุนจริงในแต่ละช่วงเวลาที่กำหนด (ดูตารางประกอบ)

นางหิรัญญา กล่าวอีกว่า ดังนั้น หากโครงการที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนไปแล้ว ลงทุนตามเงื่อนไขที่กำหนด ก็จะช่วยให้ต้นทุนการดำเนินธุรกิจลดลง ซึ่งเป็นผลดีกับผู้ประกอบการเอง โดยมองว่าหลังจากนี้ไปการผลักดันการลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษในระยะแรกนี้ น่าจะทยอยมาขอรับการส่งเสริมมากขึ้นจากมาตรการดังกล่าวที่ออกไป

ส่วนจะเป็นตัวช่วยผลักดันให้การยื่นขอรับส่งเสริมในปีนี้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ 3.5 แสนล้านบาท หรือไม่นั้นคงจะยาก เพราะเห็นได้จากยอดคำขอรับส่งเสริมในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา มีเข้ามาจำนวน 758 โครงการ มูลค่าการลงทุน 1.55 แสนล้านบาท เท่านั้น ซึ่งทางบีโอไอไม่ได้มีความเป็นห่วงว่าจะมีเม็ดเงินลงทุนเข้ามามากน้อยเพียงใด เพราะจะไปเน้นอุตสาหกรรมเป้าหมาย ที่เป็นฐานความรู้ การใช้เทคโนโลยี การวิจัยและพัฒนา ซึ่งก็มีการยื่นขอมาเกินกว่าเป้าที่ตั้งไว้ 60% ของยอดที่ยื่นขอมาทั้งหมดแล้ว  โดยเฉพาะในช่วง 3 ปี (2559-2561) ทางบีโอไอได้ตั้งเป้าสำหรับการวิจัยและพัฒนาไว้ไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นล้านบาทซึ่งเป็นการเน้นที่คุณภาพมากกว่าเม็ดเงิน

อย่างไรก็ตามโครงการที่อนุมัติไปแล้วในปี 2557 จำนวน 2.32 พันโครงการ มูลค่าเงินลงทุน 8.75 แสนล้านบาท ซึ่งมีการลงทุนจริงเพียง 882 โครงการ คิดเป็น 38% ของจำนวนโครงการที่ได้อนุมัตินั้น จากมาตรการเร่งรัดการลงทุนที่ออกมา น่าจะช่วยให้เกิดการลงทุนจริงในช่วงปีหน้า 2559 ได้ ประมาณ 1 แสนล้านบาท

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

 

 

 

ข่าวเขตเศรษฐกิจพิเศษ อื่นๆ