Loading

เร่งประมูลที่ดินรถไฟ3แปลงใหญ่9เดือนจบ ออมสิน ลั่นปีหน้าดึงเอกชนลงทุนแสนล้าน-BTSจองย่านกม.11

วันที่ : 9 พฤศจิกายน 2558
เร่งประมูลที่ดินรถไฟ3แปลงใหญ่9เดือนจบ ออมสิน ลั่นปีหน้าดึงเอกชนลงทุนแสนล้าน-BTSจองย่านกม.11

อานิสงส์ "พีพีพี ฟาสต์แทร็ก" ปลุกผีที่ดินรถไฟ "รมช.ออมสิน ชีวะพฤกษ์" สั่งเร่งศึกษารูปแบบลงทุนชงคณะกรรม PPP อนุมัติ คาดปีหน้าเห็นผลเป็น รูปธรรม ประกาศหาเอกชนพัฒนาพื้นที่ 3 แปลงรวด "สถานีกลางบางซื่อย่าน กม.11-สถานีแม่น้ำ" เผยบีทีเอส สนร่วมลงทุนคอนโดฯ ป้อนผู้มีรายได้ปานกลาง กรมธนารักษ์ไม่ยอมตกขบวน เร่งสำรวจที่ดินแปลงใหญ่ทั่วประเทศ

นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 2558 มีมติเห็นชอบมาตรการเร่งรัดโครงการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐหรือ PPP Fast Track เพื่อลดเวลาดำเนินการตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ 2556 เหลือ 270 วัน หรือ 9 เดือน จากเดิมใช้เวลาถึง 22 เดือนหรือ 1-2 ปี ในอนาคตจะส่งผลดีต่อโครงการลงทุนของ กระทรวงคมนาคมเดินหน้าได้เร็วขึ้น

ลงทุนรถไฟฟ้า 4 แสนล้านปัจจุบันมีโครงการกำลังเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนกว่า 4 แสนล้านบาท ได้แก่ โครงการจัดหาระบบและรับสัมปทานเดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินต่อขยาย (บางซื่อท่าพระ, หัวลำโพง-บางแค) สีเขียว (แบริ่ง-สมทุรปราการ, หมอชิต-คูคต) สาย สีส้ม (ตลิ่งชัน-ศูนย์วัฒนธรรม) และก่อสร้างพร้อมรับสัมปทานเดินรถสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) สีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) รถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-หัวหินและกรุงเทพฯ-ระยอง ให้สามารถเดินหน้าเร็วขึ้น

นายออมสินกล่าวว่า ขณะเดียวกัน ทำให้การพัฒนาที่ดินขนาดใหญ่ของ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เดินหน้า เร็วขึ้นในการหาเอกชนมาร่วมพัฒนา หลังล่าช้ามานาน คาดว่าในปี 2559 จะเห็นผลเป็นรูปธรรมทั้งหมด ล่าสุดได้ สั่งให้การรถไฟฯเตรียมรายละเอียดโครงการพัฒนาที่ดินแปลงใหญ่ 3 แปลงระยะเร่งด่วน มูลค่ารวม 96,783 ล้านบาท ส่งมาให้ กระทรวงพิจารณาเพื่อเสนอไปยัง คณะกรรมการ PPP ต่อไป

ปลุกผีที่ดินทำเลทองรถไฟ แปลงแรกที่ดินรอบสถานีกลางบางซื่อ 218 ไร่ มูลค่าลงทุน 6.8 หมื่นล้านบาท ตั้งเป้าเป็นฮับธุรกิจและที่อยู่อาศัยแห่งใหม่รองรับรถไฟชานเมืองสายสีแดง (บางซื่อรังสิต) ปัจจุบันบริษัทที่ปรึกษาอยู่ระหว่างศึกษารูปแบบการลงทุน ตามแผนประกาศเชิญเอกชนร่วมลงทุนในปี 2560 หลังมี PPP ฟาสต์แทร็ก คาดว่าเริ่มดำเนินการได้ปี 2559

ทั้งโครงการใช้เวลาพัฒนา 15 ปี แบ่ง 3 ช่วง ระยะสั้น 5 ปีแรก เริ่มโซน A 35 ไร่ ห่างสถานี 50-100 เมตร พัฒนาเป็นศูนย์กลางธุรกิจครบวงจร อาคารสำนักงานและธุรกิจบริการ เช่น โรงแรม 3-4 ดาว ศูนย์อาหาร ลงทุน 1 หมื่นล้านบาท, แผนระยะกลาง 10 ปี เป็นโซน B 78 ไร่ อยู่ด้านตะวันออกของสถานี ห่างตลาดนัดจตุจักร 700 เมตร พัฒนาเป็นย่าน พาณิชยกรรม ศูนย์การค้า ศูนย์แสดงสินค้า ลงทุน 2.4 หมื่นล้านบาท

แผนระยะยาว 15 ปี เป็นโซน C 105 ไร่ อยู่บริเวณสถานีขนส่งหมอชิต 2 และสวนสาธารณะ 3 แห่ง เหมาะพัฒนา ที่อยู่อาศัยหรือเมืองใหม่ มีทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน สปอร์ตคอมเพล็กซ์ ลงทุน 3.4 หมื่นล้านบาท และโซน D 87.5 ไร่เป็นพื้นที่เปลี่ยนถ่ายการเดินทาง เช่น ที่จอดรถ และทางเดินเชื่อม

นายออมสินกล่าวอีกว่า สำหรับแปลงที่ 2 เป็นที่ดินสถานีแม่น้ำ 277 ไร่ มูลค่า 10,413 ล้านบาท เดิมการรถไฟฯจะพัฒนาอาคารพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัย กับแปลงที่ 3 ย่าน กม.11 เนื้อที่ 359 ไร่ มูลค่า 18,370 ล้านบาท พัฒนาอาคารพาณิชยกรรม สำนักงาน และที่อยู่อาศัย ขณะนี้ทางการรถไฟฯ อยู่ระหว่างจ้าง ที่ปรึกษาศึกษารูปแบบการลงทุนให้ สอดคล้องกับ พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ 2556

BTS เชียร์ที่ดิน กม.11 นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ. ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือบีทีเอสซี กล่าวว่า แม้ว่าการรถไฟฯ จะนำที่ดินย่าน กม.11 เข้าสู่กระบวนการ พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ 2556 บริษัทยังคงสนใจพัฒนาโครงการและเห็นด้วยจะนำ PPP ฟาสต์แทร็กมาใช้กับโครงการนี้

"บริษัทได้เสนอแนวคิดพัฒนาโครงการให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาบ้างแล้ว พัฒนาในรูปแบบคอนโดมิเนียม 10 อาคาร ประมาณ 1 หมื่นยูนิต สำหรับเป็นสวัสดิการพนักงานรถไฟ 5 พันยูนิต และให้คนทั่วไปที่มีรายได้ปานกลางเช่าระยะยาว 10-30 ปี รวมทั้งมีพื้นที่เชิงพาณิชย์ เช่น ศูนย์การค้า โรงพยาบาล"

ผุดคอนโดฯ เจาะคนชั้นกลางขณะเดียวกัน บริษัทสนใจลงทุนก่อสร้างระบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (โมโนเรล) เชื่อมการเดินทางรอบ กม.11 และพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อรับส่งคนมายังย่านหมอชิต-จตุจักร จุดต่อเชื่อมกับรถไฟฟ้าบีทีเอส ซึ่งมีอยู่ในแผนพัฒนาของการรถไฟฯ โดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กระทรวงคมนาคม ออกแบบเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า บีทีเอสได้เสนอโมเดลพัฒนาเบื้องต้นให้กับกระทรวงคมนาคมมี 5 ส่วน คือ 1.ลงทุน 1 หมื่นล้านบาทสร้างคอนโดฯ 5,000 ยูนิต รองรับพนักงานการ รถไฟฯ 5,000 ครัวเรือน ออกแบบเป็นห้องชุด 2 ไซซ์ 42 และ 56 ตารางเมตร โดยบริษัทสร้างให้ฟรี เพื่อแลกเปลี่ยนกับการพัฒนาพื้นที่ส่วนที่เหลือ 2.พื้นที่ค้าขายสำหรับ ผู้ประกอบการที่ค้าขายบริเวณ กม.11 เดิม 3.สวนสาธารณะ 4.คอนโดฯ ให้เช่าสำหรับ ผู้มีรายได้ปานกลาง 5.พื้นที่เชิงพาณิชย์

มักกะสันติดแก้ กม.เช่า 99 ปี

นายเอกวัฒน์ มานะแก้ว รองอธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างสำรวจที่ดินของกรมธนารักษ์ที่จะนำมาเปิดประมูลให้เอกชนเข้าร่วมทุนตาม PPP ฟาสต์แทร็ก ขณะที่ย่านมักกะสัน 497 ไร่ ซึ่งกรมได้รับสิทธิ์เช่าระยะยาว 99 ปีจากการรถไฟฯ ยังไม่สามารถนำมาดำเนินการได้เร็ว ๆ นี้ เพราะติดปัญหาแก้ไขกฎหมายให้สามารถเช่า 99 ปี เรื่องนี้ทางกระทรวงมหาดไทยอยู่ระหว่างดำเนินการ

นอกจากนี้ ต้องจ้างที่ปรึกษามาศึกษาออกแบบรายละเอียดโครงการตามแผนแม่บทการพัฒนาใหม่ที่เน้นพื้นที่สวนสาธาณะเป็นหลัก  เหลือพื้นที่สำหรับจัดหาประโยชน์จริง ๆ เฟสแรก 140 ไร่ เฟสที่ 2 ประมาณ 177 ไร่ ส่วนที่ดินหมอชิตเก่า 63 ไร่มีการเดินหน้าโครงการไปแล้ว โดยเจรจาบริษัท บางกอกเทอร์มินอล จำกัด (BKT) หรือ ซันเอสเตทเดิม ที่ชนะประมูลแต่แรก

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

 

 

 

ข่าวพัฒนาสาธารณูปโภค อื่นๆ