Loading

มาตรการลดค่าธรรมเนียมดัน ซื้อขายอสังหาฯ คึกคัก

วันที่ : 9 พฤศจิกายน 2558
มาตรการลดค่าธรรมเนียมดัน ซื้อขายอสังหาฯ คึกคัก

อธิบดีกรมที่ดิน ระบุมาตรการลดค่าธรรมเนียม หนุนซื้อขายอสังหาฯ คึกคัก เร่งแก้ปัญหาระบบคิวรังวัด "อืด" 3 เดือนต่อราย ปัตตานีลากยาวเป็นปี เหตุบุคลากรช่างสูงวัย เล็งเปิดสอบ บรรจุลดช่องโหว่ 2,000 อัตรา ด้านผู้ประกอบการ มั่นใจ "ยอดขาย-โอน" ไตรมาส 4 ขยายตัว 20-30%  มาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีผลบังคับใช้กว่า 1 สัปดาห์ สร้างบรรยากาศการซื้อขายที่อยู่อาศัย และยอดการโอนกรรมสิทธิ์คึกคักขึ้น

นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ อธิบดีกรมที่ดิน และสมาชิกสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคอสังหาฯ โดยเห็นชอบ ร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย 3 ฉบับ ลดค่าธรรมเนียมสนับสนุนการซื้อขายอสังหาฯ มีผลตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. 2558- 28 เม.ย. 2559 เป็นระยะเวลา 6 เดือน มีหลักเกณฑ์การลดค่าธรรมเนียมโอนและจำนอง แบ่งเป็น ชุดที่ 1.ให้กรมที่ดินลดค่าธรรมเนียมในการโอน หรือซื้อขาย คือซื้อแล้วมาจดจำนองในอัตรา 0.01% ยกตัวอย่าง จากเดิมซื้อขายในราคา 1 ล้านบาท ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม 2 หมื่นบาท แต่มาตรการนี้จ่ายเพียง 100 บาท ถือว่า ลดลงมาก เป็นมูลเหตุจูงใจ

ชุดที่ 2.ผู้มีรายได้น้อยที่อยากจะมีบ้าน เป็นของตัวเอง ให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ออกเงินกู้ในวงเงิน 1 หมื่นล้านบาท ระยะเวลา 10 ปี ดอกเบี้ยระยะต้นต่ำ จากนั้น จึงบวกลบไปตามอัตราดอกเบี้ย ขณะนี้มี ผู้มาติดต่อเป็นจำนวนมาก ชุดที่ 3.ให้กรม สรรพากรนำมูลค่าของการซื้อบ้านหลังแรกมาลดหย่อนภาษีเงินได้ 20% ของมูลค่าอสังหาฯ ที่ซื้อไปลดหย่อนได้ 5 ปี ซึ่งรัฐบาลต้องการ ให้ถือครองที่ดินอย่างน้อย 5 ปี ไม่ใช่แค่ซื้อมา แล้วขายไป

"มาตรการ 3 ชุด โดนใจพี่น้องประชาชน ขณะนี้ผู้คนที่มาขอจดทะเบียนรับสิทธิ์มีเพิ่มขึ้นวันละ 20% แต่ตัวเลขยังไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ เพราะเพิ่งเริ่มดำเนินการ แต่เมื่อเปรียบเทียบปีที่แล้วแบบวันต่อวัน เพิ่มขึ้น 40% แต่ยังมีตัวแปรคือปีหน้ากรมธนารักษ์ ประกาศราคา ประเมินที่ดินใหม่ซึ่งจะสูงขึ้น ฉะนั้นจาก 0.01% แต่ราคาสูงขึ้น ผู้ซื้อจะต้องจ่ายเพิ่มขึ้น ภายใน ธ.ค. มาตรการนี้จะมีความตื่นตัวมาก"

เร่งแก้ปัญหาคิวรังวัดอืด

อย่างไรก็ตาม กรมที่ดินยังมีปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการดำเนินการในระบบคิวรังวัดทั่วประเทศซึ่งมีความล่าช้า ต้องใช้เวลาเฉลี่ย 2-3 เดือน ต่อราย โดยเฉพาะจ.ปัตตานี คิวยาวเป็นปี เนื่องจาก บุคลากรช่างรังวัดของกรมที่ดินประสบปัญหา ขาดแคลน นายช่างรังวัดเดิมที่มีอยู่ แต่ละคน อายุเฉลี่ย 50 ขึ้นไป แนวทางแก้ไขในเรื่องนี้ ยังมี "พระราชบัญญัติช่างรังวัดเอกชน" ขณะนี้กำลังพิจารณาว่า จะทำอย่างไรให้ช่างรังวัดเอกชนเกิดการพัฒนาในด้านประสิทธิภาพให้มากยิ่งขึ้น

"จากการสอบถามประชาชนถึงบริการ ช่างรังวัดเอกชน พบว่า ค่าใช้จ่ายสูง ต้องมาคุยกันว่า เราจะไปพัฒนา ซึ่งในระบบพบว่ามีคนที่ผ่านการอนุญาตจากพ.ร.บ.ช่างรังวัดเอกชนกว่า 200 คน แต่ไม่ยอมเข้าสู่กระบวนการเป็นช่างรังวัดเอกชน เราก็มีหนังสือเชิญไปแล้วว่าท่านมีสิทธิ์แล้วทำไมไม่ทำอาชีพนี้"

อย่างไรก็ดี กรมที่ดิน เตรียมเรียกสมาคมช่างรังวัดเอกชนมาหารือจะทำอย่างไรให้การดำเนินงานมีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนบุคลากรของกรมที่ดิน ที่ไม่สามารถขอเพิ่มอัตราบุคลากรในส่วนนี้ได้ อีกแนวทางหนึ่งได้พยายามนำอัตราว่างจากการเกษียณอายุราชการมาบรรจุเป็นตำแหน่งช่างรังวัดเพิ่มทั่วประเทศประมาณ 2,000 อัตรา

ชี้สูญรายได้คุ้มกระตุ้นเศรษฐกิจ

นายชัยชาญ สิทธิวิรัชธรรม รองอธิบดี กรมที่ดิน กล่าวว่า ช่วงมาตรการ 6 เดือน กระทรวง การคลังประเมินว่ากรมที่ดินจะเสียรายได้ 1.3-1.5 หมื่นล้านบาท แต่มั่นใจว่ารายได้ที่สูญเสีย จะคุ้มค่าที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจในส่วนอื่นได้

ประเมินว่า ประชาชนจะมาใช้บริการมากขึ้น ในสัปดาห์หน้า และยาวต่อเนื่องถึงสิ้นปี 2558 ก่อนที่ จะมีการเปลี่ยนแปลงราคาประเมินต้นปี 2559

สำหรับประเภทอสังหาฯที่จะได้ลดค่าธรรมเนียมจะต้องเป็นการซื้อขายและจำนองที่ดินเปล่า หรือเป็นการขายที่ดินพร้อมอาคารประเภท บ้านเดี่ยว บ้านแฝด บ้านแถว และอาคารพาณิชย์ โดยไม่จำเป็นจะต้องเป็นบ้านมือหนึ่งยกเว้นที่ดินเปล่าที่ไม่จัดสรร

หนุนระบายสต็อกผู้ประกอบการ

นายอิสระ บุญยัง กรรมการผู้จัดการ บริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด และ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า บรรยากาศซื้อขายบ้านช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาเริ่มคึกคักขึ้น ทั้งในแง่ยอดขาย ผู้เข้าชมโครงการและการโอน สูงขึ้นมาก เทียบ 9 เดือน(ม.ค.-ก.ย.) ที่ผ่านมา ที่ตลาดชะลอตัว มาตรการดังกล่าวช่วยเรื่อง การระบายสต็อกที่มีอยู่ในมือผู้ประกอบการได้มากในเดือนสุดท้ายของปีนี้และอีก 4 เดือนของ ปีหน้า คาดว่าไตรมาสแรกของปีหน้าจะมียอดโอนบ้านสูงสุดในรอบปี

นางสาวเกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการบริหาร บริษัท เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า การขายคึกคักมากขึ้น ทั้งในแง่ยอดจอง ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น หลังจากลูกค้าชะลอการซื้อเพื่อรอมาตรการภาครัฐ คาดว่ายอดขายใหม่ในไตรมาส 4 เติบโต 20-30% จากไตรมาส 3 โดยภาพรวมจะทำให้การโอนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ไตรมาสสุดท้าย เติบโต 11% จากช่วง 9 เดือนแรกเติบโต 7%

"มาตรการนี้กระตุ้นทำให้ตลาดเกิดความคึกคัก เพราะโฟกัสกลุ่มที่เคยถูกปฏิเสธสินเชื่อมาก่อน แต่ต้องยอมรับว่าหนี้ครัวเรือนที่อยู่ระดับสูง 80% เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ความสามารถการกู้ของลูกค้าลดลง"

อัดแคมเปญเร่งตัดสินใจซื้อ

นายวงศกรณ์ ประสิทธิ์วิภาต ประธาน เจ้าหน้าที่ กลุ่มพัฒนาธุรกิจ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หลังจากภาครัฐ มีความชัดเจนในมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ผู้บริโภคที่ชะลอการตัดสินใจซื้อ 2 เดือนก่อนหน้า (ก.ย.-ต.ค.) เริ่มเคลื่อนไหวมากขึ้น ขณะเดียวกันผู้ประกอบต่างจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด มากขึ้น เพื่อเร่งฟื้นกำลังซื้อที่หายไป

ในส่วนของบริษัทได้จัดโปรโมชั่นพิเศษอัตราดอกเบี้ยคงที่ 3% นาน 30 เดือน พร้อมแคมเปญ "เพอร์เฟค คอนโด บิ๊กเดย์" นำคอนโดมิเนียม 13 โครงการ ให้ข้อเสนอพิเศษ อาทิ ส่วนลดสูงสุด 1 ล้านบาท ฟรีค่าทำสัญญา ฟรีค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ ฟรีค่าจดจำนอง ฟรีเฟอร์นิเจอร์ ชำระผ่านบัตรเครดิต ผ่อน 0% นาน 10 เดือน

นายเลอศักดิ์ จุลเทศ รองประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท กล่าวว่า ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการ ขาย"โอกาสทองของคนรักบ้าน "พฤกษา เบส บาย โมเมนท์" ตั้งแต่ 31 ต.ค.-30 ธ.ค. นำโครงการที่อยู่อาศัยพร้อมขายทั้งโครงการแนวราบและคอนโดทั่วประเทศ 173 โครงการ 1.7 หมื่นหน่วย มูลค่า 5.47 หมื่นล้านบาทนำเสนอให้ลูกค้าในวันแรก (30 ต.ค.) ทำยอดขายได้ 916 ล้านบาท จากลูกค้า 314 ราย ในจำนวนนี้เป็นกลุ่มทำสัญญาแล้วรอโอน 174 ราย มูลค่า 519 ล้านบาท ที่เหลืออยู่ระหว่างรอทำสัญญา 140 ราย มูลค่า 397 ล้านบาท

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ