Loading

ชงรถไฟเข้าครม.พ.ย.สายส้ม-ม่วงใต้2แสนล้าน

วันที่ : 3 พฤศจิกายน 2558
ชงรถไฟเข้าครม.พ.ย.สายส้ม-ม่วงใต้2แสนล้าน

คมนาคมจ่อชงรถไฟฟ้าสายส้ม-ม่วงใต้ มูลค่ารวมกว่า 2 แสนล้านบาท เข้า ครม.ภายในเดือนนี้ พร้อมใช้เงินกู้ลงทุนงานโยธา และใช้รูปแบบ PPP จัดการงานเดินรถ รฟม. คาดเปิดประมูลได้ไตรมาส 2 ปีหน้า พร้อมเผยผลเจรจารถไฟไทย-จีน สรุปวางศิลาฤกษ์ ธ.ค.58 ปักธงความร่วมมือ การันตีโครงการเกิดแน่ ส่วนการก่อสร้างคาดเริ่ม พ.ค. 59 หลังตกลงรายละเอียดมูลค่าลงทุน ดอกเบี้ย เผยไทยยึดดอกเบี้ยไม่เกิน 2% เตรียมหารือร่วมครั้งที่ 9 ปลาย พ.ย.นี้

นายชาติชาย ทิพย์สุนาวี ปลัดกระทรวงคมนาคม  เปิดเผยว่า เชื่อว่าภายในเดือนพฤศจิกายนนี้จะสามารถนำส่งโครงการก่อสร้างรถ ไฟฟ้า 2 สายทาง วงเงินรวม 201,832 ล้านบาท เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ คือ สายสีส้ม ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี ระยะทาง 21.2 กิโลเมตร วงเงิน 110,116 ล้านบาท และสายสีม่วงใต้ เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ ระยะทาง 23.6 กิโลเมตร วงเงิน 91,716 ล้านบาท

ทั้งนี้ สำหรับรถไฟฟ้าสายสีส้ม ล่าสุดอยู่ระหว่างรอความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการนำเสนอ ครม. ส่วนสายสีม่วงใต้อยู่ระหว่างรอเสนอคณะกรรมการ (บอร์ด) สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)

ด้านรูปแบบดำเนินโครงการนั้น ยัง คงเป็นในลักษณะเดิมที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เคยดำเนินการมาก่อนหน้านี้ คือ ใช้เงินกู้มาก่อสร้างงานโยธา และใช้การลงทุนแบบรัฐและเอกชนลงทุนร่วมกัน (Public private Partnership : PPP) มาดำเนินการในส่วนงานเดินรถ ซึ่ง จะแตกต่างจากรถไฟฟ้าสายสีชมพู แครายมีนบุรี และสายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง ที่ใช้รูปแบบ PPP ทั้งงานโยธาและเดินรถ

ก่อนหน้านี้นายพีระยุทธ สิงห์พัฒนากุลผู้ว่าการ รฟม. เคยระบุว่า หาก ครม.ให้ความเห็นชอบโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มและสายสีม่วงใต้ภายในเดือนธันวาคมนี้ ขั้นตอนต่อไป รฟม.ก็จะต้องกลับมาจัดทำเอกสารประกวดราคา คือการจัดทำราคากลาง การร่างเงื่อนไขการประกวดราคา (TOR) โดยใช้เวลาประมาณ 2 เดือน คือ มกราคมกุมภาพันธ์ 2559 และคาดว่าจะเปิดประกวดราคาได้ภายในไตรมาส 2 ของปี 2559 (เม.ย.มิ.ย.)

"สายสีส้มจะมีความพร้อมมากที่สุดในการเปิดประมูล ถ้าเราได้รับอนุมัติจาก ครม.ไม่เกินเดือนธันวาคมนี้ ก็ประเมินว่าภายในไตรมาส 2 ของปี 2559 จะได้เปิดประกวดราคา ส่วนสีม่วงใต้ก็จะมีกำหนดการไล่เลี่ยกัน หรือเป็นไปได้คือเปิดประมูลพร้อมกันทั้ง 2 สายทาง ซึ่งไม่ใช่ปัญหา รฟม.สามารถทำได้อยู่แล้ว" นายพีระยุทธ กล่าว

นอกจากรถไฟฟ้าทั้ง 2 เส้นทางดังกล่าวแล้ว กระทรวงคมนาคมคาดว่าจะสามารถนำ เสนอโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ส่วนต่อขยาย ดอนเมือง-บางซื่อ-พญาไท ระยะทาง 21.8 กิโลเมตร 31.103.55 ล้านบาท และสายสีแดงมิซซิ่งลิงค์ ช่วงบางซื่อหัวลำโพง และช่วงบางซื่อ-พญาไท-มักกะสันหัวหมาก ระยะทาง 26 กิโลเมตร วงเงินประมาณ 33,000 ล้านบาท เข้าสู่ที่ประชุม ครม.ได้ภายในปีนี้

นายชาติชาย  กล่าวเพิ่มเติมถึงความคืบหน้า โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง 2 เส้นทาง คือ กรุงเทพฯ-พัทยา-มาบตาพุด ระยะทาง 194 กิโลเมตร วงเงิน 1.5 แสนล้านบาท และกรุงเทพฯ-หัวหิน ระยะทาง 211 กิโลเมตร วงเงิน 81,136.20 ล้านบาทว่า ล่าสุดสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) อยู่ระหว่างรวบรวมรายละเอียดทั้ง 2 เส้นทาง ซึ่งขณะนี้ออกแบบเสร็จเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงรอการอนุมัติผลศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) จากนั้นสนข.จะนำส่งให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) นำไปเตรียมความพร้อมดำเนินโครง การตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การให้เอกชน ร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ.2556 และยังมั่นใจว่าจะสามารถเปิดประกวดราคาทั้ง 2 เส้นทางดังกล่าวได้ภายในปี 2559 แน่นอน เนื่องจากเป็นโครงการที่ถูกบรรจุอยู่ในแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ปี 2559 แล้ว

รถไฟไทย-จีนตกลงปักหมุด ธ.ค.นี้การันตีเกิดแน่

นายชาติชาย ทิพย์สุนาวี  กล่าวต่อไปว่า ผลการประชุมความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย-จีน ครั้งที่ 8 ในการศึกษา ความเหมาะสมการออกแบบและการสำรวจเส้นทางโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ขนาดรางมาตรฐาน 1.435 เมตร (Standard Gauge) เส้นทางกรุงเทพฯ-แก่งคอย, แก่งคอย-มาบตาพุด, แก่งคอย-โคราช, โคราชหนองคาย ระยะทาง 873 กม. เมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ที่ประชุมได้มีการสรุป กรอบการทำงานร่วมกัน โดยกำหนดที่จะวาง ศิลาฤกษ์ โครงการที่สถานีเชียงรากน้อย จังหวัดปทุมธานี ในเดือนธันวาคม 2558 และคาดว่าจะเริ่มต้นก่อสร้างโครงการได้ตามแผนเบื้องต้นประมาณช่วงเดือนพฤษภาคม 2559 เนื่องจากต้องให้มีการสรุปการออกแบบ รายละเอียดโครงการแล้วเสร็จ สรุปมูลค่าโครงการสมบูรณ์แล้ว และการจัดหาข้อสรุปด้านแหล่งเงินเรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมจะสรุป รายละเอียดที่หารือร่วมกับจีนครั้งที่ 8 ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2558 เพื่อรับทราบต่อไป

สำหรับการเร่งพิธีการวางศิลาฤกษ์นั้น ถือเป็นการสร้างความเชื่อมั่นระหว่าง 2 ประเทศ ว่าโครงการนี้จะสามารถเกิดขึ้นจริง ซึ่งระหว่างนี้จะต้องหารือในส่วนที่ยังไม่ได้ข้อสรุป เพื่อจะได้รายละเอียดของโครงการที่ชัดเจน เช่น อัตราดอกเบี้ยซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุป โดยที่ผ่านมาไทยก็ยืนยันที่ขออนุมัติดอกเบี้ยที่ 2 % ทั้งนี้ ได้มีการกำหนดที่จะหารือระหว่างกันเป็นครั้งที่ 9 ปลายเดือนพฤศจิกายน อีกครั้ง

นอกจากนี้ นายชาติชาย กล่าวภายหลังที่ที่ปรึกษาพิเศษนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เดินทางเข้าพบนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงคมนาคม โดยได้มีการหารือถึงโครงการความร่วมมือ ไทย-ญี่ปุ่น ซึ่งญี่ปุ่นให้ความสนใจที่จะลงทุนก่อสร้าง รถไฟความ เร็วสูง เส้นทาง กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาโดยคาดว่าจะสามารถสรุปเพื่อเสนอ ครม.ได้ประมาณ เดือนมิถุนายน 2559 และคาดว่าจะสามารถเริ่มก่อสร้างโครงการตามแผนได้ประมาณปี 2562

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของโครงการที่คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ก่อนตามแผนรัฐบาลที่เร่งรัด คือ ก่อสร้างเส้นทางรถไฟเชื่อมตะวันออก-ตะวันตก ในตอนล่าง เส้นทางกาญจนบุรี-กรุงเทพ-แหลมฉบัง โดยตั้งเป้าตามแผนว่าจะสามารถเปิดประมูล และเริ่มการก่อสร้างได้ประมาณ 2559 ทั้งนี้ เพื่อเป็นการรองรับด้านการขนส่งสินค้าเชื่อมจากทางรถไฟเชื่อมท่าเทียบเรือแหลมฉบัง

ที่มา : ASTV ผู้จัดการรายวัน

 

 

 

ข่าวพัฒนาสาธารณูปโภค อื่นๆ