Loading

เตือนตรวจรับบ้านให้ดีก่อนโอน

วันที่ : 29 ตุลาคม 2558
เตือนตรวจรับบ้านให้ดีก่อนโอน

นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคาร สงเคราะห์ เปิดเผยว่าภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไตรมาส 4 นี้ น่าจะปรับตัวดีขึ้นหลังจากรัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่คาดว่าจะทำให้ตลาดรวมอสังหาฯปีนี้โตได้ 10% พร้อมทั้งทำให้ตลาดคึกคักไปจนถึงไตรมาสแรกปีหน้าด้วยหลังจากช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา ตลาดในเขต กทม. และกรุงเทพฯ-ปริมณฑลยังชะลอตัว แต่ทั้งนี้ศูนย์ข้อมูลฯ เป็นห่วง และขอเตือนประชาชนผู้ซื้อบ้านในช่วงที่ใกล้จะหมดมาตรการในเดือนเม.ย. 59 ที่ผู้ซื้ออาจจะรีบร้อนโอนบ้าน โดยไม่ได้ตรวจสอบสภาพบ้าน ก่อนรับมอบให้ละเอียดเพราะกลัวว่าจะไม่ได้รับประโยชน์จากมาตรการรัฐฯ โดยช่วงเดือน ก.พ.-มี.ค.

นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี ผู้อำนวยการศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ  ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า มาตรการกระตุ้นภาคอสังหาฯ ที่ออกมานั้น ในแง่นโยบายเห็นด้วยเพราะรัฐบาลจำเป็นต้องกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ทั้งนี้การ กระตุ้นการบริโภคผ่านสินเชื่อนั่นต้องระวังผลกระทบที่จะตามมาภายใน 1 ปีครึ่ง โดยเฉพาะในปี 60 และเห็นว่ารัฐบาลควรเร่งลงทุนเมกะโปรเจคท์ที่วางแผนไว้ 3 แสนล้านบาท เพื่อให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น เนื่องจากปีแรกของมาตรการฯ จะได้รับประสิทธิผลดีแน่นอนถึง 3 เท่า แต่พอเข้าสู่ปีที่ 2 เริ่มชะลอตัว การบริโภคที่ใช้ในอนาคตจะหมดไป หรือมีประสิทธิผลเพียง 0.5 เท่า สะท้อนได้จากโครงการรถคันแรก และปีที่ 3 จะเหลือเพียง 40-50% เท่านั้น

นายวโรทัย โกศลพิสิษฐ์กุล รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ปัจจัยหนี้ครัวเรือนที่สูงส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อ โดยเฉพาะการก่อหนี้ใหม่สำหรับการซื้ออสังหาฯ ที่อาจทำได้ยากขึ้น แต่อย่างไรก็ดี  ยังมีปัจจัยบวกจากดอกเบี้ยต่ำช่วยกระตุ้นกำลังซื้ออยู่ อีกทั้งเมื่อรัฐมีมาตรการฯ ออก มาทำให้ภาวะการดูดซับจากเดิมที่ต้องใช้เวลา 21 เดือนจากต้นปี เหลือเพียง  17 เดือน ในปัจจุบันถือว่าดีขึ้น ส่วนปัจจัยภายนอกที่มีผล กระทบต่อภาคอสังหาฯ ได้แก่การปรับราคาประเมินที่ดินใหม่ ของกรมธนารักษ์ มีผล 1 ม.ค. 59 ที่ทำให้ราคาที่ดินเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยทั่วประเทศ 25% ราคาที่ดินแนวรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 75% ราคาที่ดินในเขตเศรษฐกิจพิเศษเพิ่มขึ้น 50% รวมทั้งภาษีการรับมรดกและการให้ ที่คาดว่าอาจมีผลบังคับใช้ ก.พ. 59 ที่การรับมรดกส่วนที่เกิน 100 ล้านบาท จะต้องเสียภาษีตามกฎหมายใหม่

นอกจากนี้ สศค.กำลังศึกษาการประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ โดยผู้สูงอายุที่มีบ้าน สามารถนำบ้านมาเป็นหลักประกันสินเชื่อทำให้มีหลักประกันด้านรายได้เมื่อเสียชีวิต

ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

 

 

 

ข่าว reic จากสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ