Loading

แนะทางรอดอสังหาฯชะลอชู นวัตกรรม-บริหารต้นทุน

วันที่ : 28 ตุลาคม 2558
แนะทางรอดอสังหาฯชะลอชู นวัตกรรม-บริหารต้นทุน

กลุ่มธุรกิจอสังหาฯ เร่งปรับตัวรับธุรกิจชะลอตัว "ศุภาลัย" แนะสร้างนวัตกรรมสินค้า ตอบโจทย์ผู้บริโภค ระบุหากพบสัญญาณทิ้งดาวน์  ควรรุกเจรจาลูกค้าปรับสินค้าสอดคล้องกับกำลังซื้อ ขณะ"ซีพีเอ็น" แจงธุรกิจต้องรักษาความสามารถทำกำไร-บริหารต้นทุนให้ต่ำ

นายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และกรรมการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด(มหาชน) กล่าวในการสัมมนาหัวข้อ "การบริหารความเปลี่ยนแปลงและการปรับตัวทางการตลาดของผู้ประกอบการ" วานนี้ (27 ต.ค.) ว่า ภาวะอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัว โดยเฉพาะตลาดในต่างจังหวัด  ขณะที่กรุงเทพฯ ยังขยายตัวได้ เนื่องจากกลุ่มเป้าหมาย ชั้นกลางและมีเงินเดือนประจำมั่นคง ยังมีอำนาจซื้อ แต่ตลาดก็เริ่มชะลอตัวในปลายไตรมาส 3 แต่โชคดีที่รัฐบาลออกมากระตุ้นตลาดได้จังหวะพอดี

นอกจากนี้ ภาวะการขอสินเชื่อซื้อบ้านที่ยากขึ้นก็มีผลกระทบต่อตลาด เพราะที่ผ่านมาพบว่าลูกค้ากว่า 30% ถูกปฏิเสธสินเชื่อ และ สุดท้ายคือภาวะที่อยู่อาศัยล้นตลาดหรือโอเวอร์ซัพพลาย โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมที่เปิดตัวในจังหวัดภูเก็ต พัทยา หากผู้ประกอบการรายใหม่ จะเข้าไปทำตลาดจะต้องระมัดระวังให้มาก

สร้างนวัตกรรมทางรอดอสังหาฯ

ทั้งนี้ จากปัญหาดังกล่าว แนวทางการแก้ไขและรับมือ ผู้ประกอบการควรสร้างนวัตกรรมทางการตลาด กระตุ้นกำลังซื้อที่ชะลอตัว พัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ต่างจากอดีตที่ซัพพลายเป็นตัวขับเคลื่อนตลาด โดยจะต้องมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมตลาด มีแคมเปญ โปรโมชั่นมาปลุกความมั่นใจผู้บริโภค เสริมจากมาตรการกระตุ้นอสังหาฯของภาครัฐ

ส่วนการขอสินเชื่อยาก หากเริ่มพบสัญญาณลูกค้าจ่ายเงินดาวน์ไม่สม่ำเสมอ โพสต์ขายต่อ ควรเจรจาให้ลูกค้าปรับสินค้าที่สอดคล้องกับกำลังซื้อ เป็นต้น สุดท้ายหากตลาดที่อยู่อาศัยล้นแต่ต้องการเข้าไปดำเนินโครงการ ต้องปรับสินค้าให้แตกต่าง แข่งขันด้วยการตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะ (นิช) ของลูกค้าให้ได้

"หากต้องการอยู่รอดในภาวะตลาดมีการเปลี่ยนแปลงสูงต้องเลือกและคิดใหม่ใส่นวัตกรรมเข้าไป"

ยังชะลอโอนรอมาตรการบังคับใช้

สำหรับภาพรวมธุรกิจอสังหาฯหลังรัฐบาลประกาศมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ ขณะนี้ผู้บริโภคยังคงชะลอการโอนที่อยู่อาศัย เนื่องจากรอประกาศบังคับใช้มาตรการ ซึ่ง คาดว่าจะเห็นผลภายใน 1-2 สัปดาห์ โดยประเมินยอดขายในไตรมาส 4 คาดว่ามาตรการดังกล่าวจะกระตุ้นตลาดอสังหาฯ ให้เติบโต 25% โดยตลาดที่อยู่อาศัยระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท มีสัดส่วนมากถึง 45% ของภาพรวมตลาด

ส่วนแนวโน้มธุรกิจอสังหาฯ ปีหน้า ตลาดภูมิภาคหรือต่างจังหวัดอาจยังมีปัญหา จากรายได้พืชผลทางการเกษตรของเกษตรกรตกต่ำ ปัญหาภัยแล้ง อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อกลุ่มเป้าหมาย ขณะที่ตลาดในกรุงเทพฯและปริมณฑลยังเติบโตได้ดี แต่คงขยายตัวไม่ถึง 10%

ความสามารถทำกำไรลด

เรืออากาศเอกกรี เดชชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายพัฒนาโครงการพิเศษ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอ็น กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงของอสังหาฯ ในปัจจุบันคือความสามารถในการทำกำไร เนื่องจากต้นทุนที่ดินมีมูลค่าสูงมาก โดยเฉพาะราคาที่ดินตามหัวเมืองใหญ่ๆในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล

ปัจจัยดังกล่าวยังทำให้ราคาที่อยู่อาศัยขยับหนีรายได้ของประชากรให้ห่างกันมากขึ้น หลายเท่าตัว โดย 4-5 ปีที่ผ่านมา อัตราเงินเดือน อาจเพิ่มขึ้น 5-6% ต่อปี แต่ราคาที่อยู่อาศัยสูงขึ้น 80-100%

บริหารต้นทุนอสังหาฯให้ต่ำ

ทั้งนี้ การบริหารความเปลี่ยนแปลงของอสังหาฯในยุคนี้คือการบริหารต้นทุนให้ต่ำ โดยซีพีเอ็นมองไม่เกิน 15%  การบริหารทำได้โดยหากพัฒนาโครงการใหม่ไม่จำเป็นต้องใช้ทีมงานเพิ่ม แต่ใช้เท่าที่มีให้เกิดประสิทธิภาพ การบริการสต็อกให้ดี เพราะอสังหาฯมีต้นทุนที่ดิน ค่าก่อสร้าง แต่การทำกำไรได้ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับการบริหารต้นทุน

ขณะเดียวกัน ต้องบริหารจัดการค่าก่อสร้างให้รัดกุม บริหารต้นทุนทางการเงิน จัดการสัดส่วนการลงทุนให้เหมาะสมทั้งโครงการแนวราบและแนวสูง

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนอสังหาฯของซีพีเอ็น คือการคาดการณ์ตลาดในระยะยาวว่าเป็นอย่างไร เหมือนกับธุรกิจค้าปลีกที่มองการคืนทุนการเติบโตในระยะ 10 ปี และต้องเข้าใจความต้องการของลูกค้าในเชิงลึก โดยไม่มองเพียงข้อมูลการซื้อขายในช่วงสั้น

อสังหาฯดันซีบีดีกระจายตัว

นายอิสระ บุญยัง นายกกิตติมศักดิ์และที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า ธุรกิจอสังหาฯมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โดยที่อยู่อาศัยจะถูกพัฒนาขึ้นบนทำเลเกาะติดแนวรถไฟฟ้ามากขึ้น ขณะที่การขยายตัว ทางเศรษฐกิจไปยังหัวเมือง จังหวัดต่างๆ นำไปสู่การกระจายตัวของศูนย์กลางเศรษฐกิจ (ซีบีดี) มากขึ้น จากเดิมมีเพียงจุดเดียว

ทั้งนี้ ปัจจัยดังกล่าว จะส่งผลต่อปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคก่อสร้างมากขึ้น ถือเป็นรอยต่ออสังหาฯที่เผชิญจุดวิกฤติขาดแคลนแรงงาน

นอกจากนี้ ภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ ปีนี้ยังเป็นปีแรกที่ตลาดภูมิภาค แยกขาดจากกรุงเทพฯ และปริมณฑลอย่างชัดเจน จากเดิมตลาดจะเติบโตในทิศทางเดียวกัน ซึ่งจากภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดี ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ทำให้อสังหาฯต่างจังหวัดหดตัวแรงถึงขั้นติดลบ ส่วนยอดโอนในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลเติบโต 6%

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

 

ข่าว reic จากสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ