Loading

จัดทูตพาณิชย์ลุยแก้ส่งออกเคาะ5พันล.เอสเอ็มอีเฟส2

วันที่ : 28 ตุลาคม 2558
จัดทูตพาณิชย์ลุยแก้ส่งออกเคาะ5พันล.เอสเอ็มอีเฟส2

'บิ๊กป๊อก'สั่งคุมเข้มงบ 5 ล้าน ปลัด มท.ยันวางกรอบป้องโกง ชี้งบยังไม่ออกไปสักสลึง ผู้ว่าฯอุตรดิตถ์สั่งสอบข่าว ผญบ.ขอใต้โต๊ะ 25 % สรุปใน 7 วัน            

ไฟเขียวเอสเอ็มอีเฟส2-5พันล.

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ที่ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นางอรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานว่า ครม.เห็นชอบตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอมาตรการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเอสเอ็มอี วงเงิน 5,097 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถช่วยเหลือ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้ทั้งสิ้นกว่า 100,000 ราย ซึ่งมาตรการดังกล่าวเป็นมาตรการระยะที่ 2 ต่อเนื่องจากกระทรวงการคลัง เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับเอสเอ็มอี แบ่งการดำเนินงานเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรกมีเป้าหมายช่วยเหลือ เอสเอ็มอี จำนวน 70,040 ราย วงเงินรวม 3,260 ล้านบาท มี 4 โครงการ คือ การเสริมสร้างความเข้มแข็งของเอสเอ็มอีกลุ่มที่ประกอบการอยู่แล้ว จำนวน 55,338 ราย วงเงิน 2,947.07 ล้านบาท, การสร้างผู้ประกอบการใหม่เชิงสร้างสรรค์และนวัตกรรม จำนวน 22,715 ราย วงเงิน 408.47 ล้านบาท, การช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่ประสบปัญหาทางธุรกิจ ปรับแผนธุรกิจเป็นการเร่งด่วน จำนวน 17,000 ราย วงเงิน 630 ล้านบาท และการสร้างและพัฒนาปัจจัยสนับสนุน 2,450 ราย วงเงิน 1,112.31 ล้านบาท

ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล

นางอรรชกากล่าวว่า ส่วนที่ 2 เป็นการ บูรณาการของ 4 กระทรวงหลัก ประกอบด้วย กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ที่ได้ช่วยกันพิจารณาแผนงานโครงการเพิ่มเติม โดยขอจัดสรรงบประมาณจากกองทุน สสว.มาสนับสนุนมี 11 โครงการ วงเงินรวม 1,837.17 ล้านบาท คาดว่าจะช่วยเหลือเอสเอ็มอีได้ 27,463 ราย

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุม ครม.ได้เห็นชอบมาตรการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 5 รอบบัญชี สำหรับเอสเอ็มอี สตาร์ตอัพ โดยมีข้อแม้ว่าจะต้องจดทะเบียนพาณิชย์กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 จนถึง 31 ธันวาคม 2559 และต้องมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาท สำหรับอุตสาหกรรมที่วางเป้าหมายไว้จะมี 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มเทคโนโลยีและนวัตกรรม 2.กลุ่มการเกษตรแปรรูป และ 3.กลุ่มวิจัยพัฒนา

ช่วยชาวนา3โครงการ3.9หมื่นล.

พล.ต.สรรเสริญกล่าวว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบโครงการช่วยเหลือผู้ปลูกข้าวนาปี 2558/2559 และรักษาเสถียรภาพราคาข้าวตามที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้เสนอ โดยจะประกอบด้วย 3 โครงการ คือ 1.โครงการลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับเกษตรกรเหลือ 3% ในระยะเวลา 6 เดือน โดยจะเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน 2559 ทั้งนี้คาดว่าจะมีเกษตรกรได้ประโยชน์ 1 ล้านครอบครัว และจะใช้วงเงินประมาณ 975 ล้านบาท 2.โครงการให้สินเชื่อกับสหกรณ์การเกษตรและวิสาหกิจชุมชนเพื่อซื้อข้าวเปลือกเก็บไว้รอการขายหรือซื้อข้าวเพื่อนำไปแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยคาดว่าจะช่วยลดผลผลิตออกจากระบบได้ 2 ล้านตัน ใช้วงเงิน 12,500 ล้านบาท และ 3.โครงการให้สินเชื่อกับเกษตรกรรายย่อยและสหกรณ์การเกษตรฯเพื่อซื้อข้าวเก็บไว้นำยุ้งฉางรอการขาย โดยคาดว่าจะช่วยลดผลผลิตข้าวออกจากระบบได้ 2 ล้านตัน และจะใช้วงเงินประมาณ 2.6 หมื่นล้านบาท

มาตรการยางถกสัปดาห์หน้า

พล.ต.สรรเสริญกล่าวว่า นายกฯได้กล่าวในที่ประชุมว่ามาตรการชดเชยราคายางนั้นจะขัดกับหลักองค์การค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) ซึ่งมาตรการช่วยเหลือชาวสวนยางมีหลายวิธี เช่น การลดพื้นที่การเพาะปลูก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการบุกรุกผืนป่าและการสร้างโรงงานอุตสาหกรรมให้นำยางที่ผลิตในประเทศมาใช้มากขึ้น โดยมาตรการทุกอย่าง พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ จะนำไปหารือกับคณะกรรมการยางฯ จากนั้นในสัปดาห์หน้าจะนำเสนอมาตรการทั้งหมดเข้า ครม.เพื่อพิจารณาต่อไป

          นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ออมสินยังไม่ได้รวบรวมยอดสินเชื่อโครงการบ้านออมสินเพื่อประชาชนสำหรับผู้มีรายได้น้อยจนถึงระดับปานกลาง วงเงินจำนวน 10,000 ล้านบาท ที่ปล่อยกู้ในวันแรกเมื่อวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมาว่าปล่อยกู้ไปเท่าใด โดยจะขอสรุปยอดเป็นรายสัปดาห์ ดังนั้นยอดปล่อยกู้สัปดาห์นี้น่าจะทราบในช่วงสัปดาห์หน้า

'บิ๊กตู่'ขู่แก้ปัญหายางตามกม.

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงภายหลังประชุม ครม.ว่า การช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง มีการหารือโดยให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงพาณิชย์ ไปหารือคุยกันว่าจะดูแลสวนยางอย่างไร อยากจะบอกว่าให้ทุกคนต้องเคารพกฎหมาย เคารพในคำสั่ง คสช. และ พ.ร.บ.การยางที่ออกมาแล้ว เพราะฉะนั้น จะพูดคุยกับบุคลากรหรือบุคคลที่อยู่ในองค์กรเหล่านี้ คนที่ไม่ได้ไปเคลื่อนไหวนอกองค์กร นอกช่องทาง ตนจะพูดกับคนที่เป็นไปตามกฎหมาย เขาต้องไปควบคุมดูแลให้ได้ ไม่ใช่ กลุ่มนี้พูด แล้วกลุ่มนั้นมาใหม่มาตั้งกลุ่มใหม่อย่างนี้ รับไม่ได้ ใครทำผิดกฎหมาย ผิดคำสั่ง คสช.ดำเนินคดี ถ้าใครเข้ามาอยู่ในกระบวนการพูดอยู่ในกระบวนการ ตนหาทางแก้ปัญหาให้ ใครไปร่วมกับพวกที่เป็นแกนนำไม่ต้องรับการช่วยเหลือ เพราะถือว่าไม่สนองนโยบาย

ประชุมกรอ.จ.อุบลฯ12พ.ย.

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นประธานการประชุมร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจในภูมิภาค (กรอ.ภูมิภาค) ที่ จ.อุบลราชธานี ในวันที่ 12 พฤศจิกายนนี้ พร้อมตรวจเยี่ยม รับทราบปัญหา รับทราบความก้าวหน้าในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการน้ำ ภัยแล้ง การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการปลูกพืช การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งหลายที่ลงไปยังท้องถิ่น โดย พล.อ.ประยุทธ์ย้ำในที่ประชุม ครม.ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมการเรื่องการบรรยายสรุปแผนงานสิ่งที่ดำเนินการที่ผ่านมาและในอนาคตให้มีความชัดเจน และมีเรื่องใดบ้างที่ต้องแก้ไขปัญหาด้วยกฎหมายพิเศษ คาดว่าการเดินทางครั้งนี้จะได้แนวทางการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจนในแต่ละเรื่อง

กลุ่มอาหาร-อัญมณีคิวต่อไป

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ กระทรวงมีแผนนำผู้บริหารระดับสูง (ซีอีโอ) กลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร อัญมณี และเครื่องประดับ กลุ่ม Wellness (สุขภาพ ความงาม อายุรเวช) เข้าหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อร่วมมือกันในการฟื้นฟูเศรษฐกิจและผลักดันการส่งออก หลังจากที่ได้เชิญซีอีโอ กลุ่มยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์เข้าพบปะหารือกับนายกรัฐมนตรีแล้ว และเตรียมนำแผนการแก้ปัญหาและผลักดันการส่งออกระยะสั้นและระยะยาวต่อที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาการค้าระหว่างประเทศครั้งแรก ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในเดือนพฤศจิกายนนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาและอุปสรรคการส่งออกที่มีหลายกระทรวงเกี่ยวข้อง รวมถึงการปรับโครงสร้างการส่งออกทั้งระบบอย่างบูรณาการ

จัดทูตพาณิชย์เจาะลึกอาเซียน

นายสุวิทย์กล่าวว่า แผนผลักดันการส่งออกคือการจัดทัพทูตพาณิชย์ที่มีความสามารถและเก่งสุดไปประจำในประเทศกลุ่มอาเซียน 9 ประเทศ ตามยุทธศาสตร์การเจาะลึกอาเซียน รองรับปี 2559 ที่เปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ซึ่งอาเซียนเป็นตลาดส่งออกที่มีการขยายตัวต่อเนื่องและมีศักยภาพ ส่วนแผนเจาะตลาดเชิงลึกให้เน้นเจาะตลาดเมืองสำคัญ 50 เมืองของโลก และ 50 เมืองของอาเซียน โดยทูตพาณิชย์จะต้องเข้าไปสำรวจว่าแต่ละเมืองมีโอกาสสำหรับสินค้าและบริการของไทยอย่างไร แล้วทำแผนในการบุกเจาะตลาด

"ส่งออก 9 เดือนของปีนี้ ทำได้ 161,563 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 4.98% แม้จะไม่ดีนัก แต่เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ถือว่าเอาตัวรอดไปได้ เพราะหากเทียบการส่งออกกับประเทศท็อป 20 ประเทศผู้ส่งออกใหญ่สุดของโลก ตัวเลขส่งออก 8 เดือนแรก พบว่าการส่งออกของไทยติดลบน้อยกว่าหลายประเทศ เช่น รัสเซีย -30.7% ออสเตรเลีย -21.8% นิวซีแลนด์ -17.6% อินเดีย -15.3% สิงคโปร์ -14% ญี่ปุ่น -9.2% เกาหลีใต้ -9.0% สหรัฐ -6.1% และหลายประเทศส่วนแบ่งตลาดของไทยในตลาดคู่ค้าทุกประเทศเพิ่มขึ้น เช่น ญี่ปุ่น สหรัฐ สหภาพยุโรป จีน มาเลเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง เกาหลีใต้ ไต้หวัน อินเดีย ออสเตรเลีย ชิลี แอฟริกาใต้ และรัสเซีย" นายสุวิทย์กล่าว

พท.ชี้'สมคิด'ไม่ผ่านประเมิน

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า คณะทำงานเศรษฐกิจพรรค พท.เห็นว่าการส่งออกในเดือนกันยายนที่ลดลง 5.51% ทำให้ 9 เดือนของปีนี้ ติดลบแล้ว 4.98% และยังไม่มีแนวโน้มที่จะดีขึ้น แถมหนี้เสียของธนาคารก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ของไทยก็ถูกเวียดนามแซงไปเรียบร้อยแล้ว การลงทุนจากต่างประเทศก็ลดลงเรื่อยๆ ทั้งนี้ ไม่มีทิศทางที่เศรษฐกิจจะดีขึ้นแต่อย่างไร แสดงถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ออกมาไม่น่าจะได้ผล นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ คงไม่ผ่านประเมิน 3 เดือนของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ที่กำหนดเส้นตายไว้แน่ ซึ่งไม่ต่างอะไรกับ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกฯ

กรมที่ดินเตรียมพร้อมโอนบ้าน

นายชูศักดิ์ ศรีอนุชิต ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยในงานสัมมนาทิศทางตลาดที่อยู่อาศัยกรุงเทพฯและปริมณฑล จัดโดยศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ที่โรงแรมพูลแมน กรุงเทพฯ แกรนด์ สุขุมวิท ว่า ขณะนี้มีการชะลอการโอนกรรมสิทธิ์ เพราะมาตรการกระตุ้นภาครัฐที่ออกมายังไม่มีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบ โดยกรมที่ดินกำลังเร่งจัดระบบและเตรียมความพร้อมรองรับการโอนที่อยู่อาศัย คาดว่าในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ จะเริ่มลดค่าธรรมเนียมและค่าจดจำนองลงเหลือ 0.01% ซึ่งประเมินว่าการโอนที่อยู่อาศัยจะคึกคักในช่วงแรกและเบาบางลง ก่อนที่จะกลับมาคึกคักอีกครั้งในช่วงก่อนหมดมาตรการ โดยมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์จะเป็นการเร่งการโอนและทำให้คนตัดสินใจโอนเร็วขึ้น ทำให้มีเม็ดเงินเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจและหมุนต่อไปยังธุรกิจอื่นๆ

ชี้โอน1.5แสนยูนิต-4.7แสนล.

นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า มาตรการรัฐบาลในการลดค่าธรรมเนียมการโอนและค่าจดจำนองลงเหลือ 0.01% ที่ให้สิทธิบ้านทุกราคา ทั้งบ้านใหม่และบ้านมือสองทั่วประเทศ ประเมินว่าจะมีการโอนบ้านในระยะ 6 เดือน สิ้นสุดเดือนเมษายน 2559 ประมาณ 40% ของจำนวนยูนิตที่แล้วเสร็จพร้อมโอนในช่วง 6 เดือนนี้ หรือประมาณ 157,000 ยูนิต แบ่งเป็นบ้านใหม่ 97,000 ยูนิต และบ้านมือสอง 60,000 ยูนิต มูลค่ารวม 470,400 ล้านบาท โดยจะมีเงินที่ลดหย่อน 14,018  ล้านบาท จำนวนนี้เป็นการลดหย่อนเฉพาะผู้ซื้อ 9,314 ล้านบาท ส่วนบ้านหลังแรกที่ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ซึ่งจะได้ลดหย่อนภาษี 20% ประเมินว่าจะมีการโอนบ้านระหว่างนี้จนถึง 31 ธันวาคม 2559 ประมาณ 30% ของจำนวนยูนิตที่แล้วเสร็จพร้อมโอนในช่วงเวลาดังกล่าวหรือประมาณ 79,300 ยูนิต มูลค่ารวม 125,200 ล้านบาท โดยมูลค่าลดหย่อนภาษี 20% ระยะ 5 ปีอยู่ที่ 25,040 ล้านบาท หรือปีละ 5,008 ล้านบาท

เผยที่ดินสีลมวาละ1.5ล.

นายเอกวัฒน์ มานะแก้ว รองอธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า ขณะนี้กรมธนารักษ์อยู่ระหว่างการจัดราคาประเมินรอบใหม่ระหว่างปี 2559-2562 โดยจะต้องประเมินที่ดินรายแปลงรวม 32 ล้านแปลง ปัจจุบันคืบหน้า 80% และจะประกาศใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2559 โดยราคาที่ประเมินที่ดินเบื้องต้น ราคาที่ดินทั่วประเทศปรับขึ้นเฉลี่ย 25% เมื่อเทียบกับราคาประเมินงวดก่อนหน้า โดยราคาที่ดินกรุงเทพฯปรับขึ้นเฉลี่ย 15% ราคาสูงสุด 1,500,000 บาทต่อตารางวา (ตร.ว.) ย่านสีลม ต่ำสุด 00 บาทต่อ ตร.ว. เป็นที่ดินตาบอด โดยทำเลที่ปรับขึ้นมากที่สุดตามแนวรถไฟฟ้า 75% ซึ่งรถไฟฟ้าสายสีเขียวหมอชิต-สะพานใหม่ ปรับขึ้นมากที่สุด ราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 215,000 บาทต่อ ตร.ว. ส่วนรถไฟฟ้าสายสีม่วงบางใหญ่-บางซื่อ ราคายังปรับขึ้นต่อเนื่องเฉลี่ยอยู่ที่ 227,500 บาทต่อ ตร.ว. ด้านปริมณฑล สมุทรสาครปรับขึ้นสูงที่สุด 50% ราคาสูงสุด 64,000 บาทต่อ ตร.ว. ต่ำสุด 400 บาทต่อ ตร.ว นนทบุรี ปรับขึ้นประมาณ 9% สูงสุด 170,000 บาทต่อ ตร.ว. ต่ำสุด 1,000 บาทต่อ ตร.ว. ปทุมธานี ปรับขึ้นเกือบ 5% สูงสุด 100,000 บาทต่อ ตร.ว. ต่ำสุด 600 บาทต่อ ตร.ว สมุทรปราการปรับขึ้น 15% สูงสุด 160,000 บาทต่อ ตร.ว. ต่ำสุด 500 บาทต่อ ตร.ว ส่วนนครปฐมไม่เปลี่ยนแปลง สูงสุด 86,000 บาทต่อ ตร.ว. ต่ำสุด 125 บาท ต่อ ตร.ว.

ที่ดินจ.ตากเพิ่มสูงสุด42%

"ที่ดินต่างจังหวัดที่กำลังพัฒนาและเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ราคาที่ดินปรับสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เช่น น่าน ปรับขึ้น 111% สูงสุดเป็น 85,000 จากเดิม 45,000 บาทต่อ ตร.ว. ต่ำสุดจาก 15 เป็น 25 บาทต่อ ตร.ว. ส่วน เลย ปรับขึ้นประมาณ 83% สูงสุดเป็น 55,000 จากเดิม 40,000 บาทต่อ ตร.ว. ต่ำสุดจาก 40 เป็น 50 บาทต่อ ตร.ว และเพชรบูรณ์ ก็ปรับขึ้นมาเช่นกัน ทั้งนี้ ที่ดินเขตเศรษฐกิจพิเศษพบว่าปรับขึ้นเฉลี่ย 40-50% โดย ตาก ปรับเพิ่มสูงสุด 42% มุกดาหาร ปรับขึ้น 38% สงขลา ปรับขึ้น 35% หนองคาย ปรับขึ้น 37% สระแก้วเพิ่มขึ้น 24% ส่วนตราดอยู่ระหว่างการประเมินราคา" นายเอกวัฒน์กล่าว

'บิ๊กป๊อก'สั่งคุมเข้มงบ5ล้าน

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ออกมาเปิดเผยเรื่องการทุจริตเงินโครงการตำบลละ 5 ล้านบาท ว่า ขณะนี้โครงการยังไม่เริ่ม และอยู่ในขั้นตอนการเสนอจากภาคประชาชน ทางสำนักงบประมาณพิจารณาและส่งกลับไปแล้วประมาณ 19% นอกจากนี้ กรมบัญชีกลางกำลังดำเนินการวางข้อกำหนดเพื่อกำกับไม่ให้มีการทุจริต ส่วนทางมหาดไทยจะใช้วิธีการปิดประกาศให้ทุกคนได้รับทราบ และให้ประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของโครงการมามีส่วนในการบริหารโครงการ รวมถึงได้ขอสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เข้ามาร่วมเป็นกรรมการด้วย

ปลัดมท.ยันไร้โกง-สอบเข้ม

นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ในฐานะที่กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินโครงการนี้ มีมาตรการในการดูแลและตรวจสอบ ดังนี้ 1.โครงการทุกโครงการที่เสนอมายังจังหวัด จะต้องเป็นโครงการที่ถูกเสนอโดยคณะกรรมการหมู่บ้านหรือกองทุนหมู่บ้าน 2.เมื่อคณะกรรมการในระดับจังหวัด โดยมีผู้แทนของหอการค้าและสภาอุตสาหกรรมจังหวัดที่เป็นภาคเอกชนเป็นกรรมการร่วมได้มีการอนุมัติ เมื่อไปถึงยังตำบลและหมู่บ้าน ได้กำหนดให้มีการขึ้นป้ายประกาศให้คนในหมู่บ้านทราบ รวมถึงมีการลงข้อมูลเกี่ยวกับโครงการดังกล่าวไว้ในเว็บไซต์ของกระทรวงมหาดไทย ทำให้มีการตรวจสอบได้ 3.คณะกรรมการตรวจรับตามระเบียบข้าราชการ ได้มีการเพิ่มให้ผู้แทนชาวบ้านเป็นกรรมการตรวจรับด้วย จากเดิมที่มีอยู่โครงการละ 3 คน เราได้เพิ่มขึ้นมาอีกโครงการละ 2 คน เป็นโครงการละ 5 คน

จี้'ตู่'เปิดหลักฐานทุจริต

นายกฤษฎากล่าวต่อว่า ขณะเดียวกัน มีผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย รวมถึง กระทรวงอื่นๆ ตนได้สั่งการให้ร่วมกันตรวจสอบ โดยภายในสัปดาห์นี้ จะมีการหารือกับ ป.ป.ช.ได้มีการทำบันทึกข้อตกลง ร่วมกันแล้วเพื่อหาทางที่จะป้องกันแก้ไขการคอร์รัปชั่น

"ไม่ว่าจะนายจตุพร หรือใครก็ตามรู้เห็นว่ามีใครทุจริตหรือมีการเรียกร้องค่าหัวคิว ขอรายละเอียดและรายชื่อให้ชัดเจน โดยจะส่งมาทางลับหรือจะส่งโดยเปิดเผยหรือจะแสดงความคิดเห็นไว้ในเว็บไซต์ของตำบลละ 5 ล้านก็ได้ เราพร้อมที่จะตรวจสอบเพื่อความโปร่งใส ขอเรียนให้ทราบว่าจนถึงขณะนี้โครงการดังกล่าวเพิ่งเริ่มดำเนินการ ยังไม่มีการอนุมัติเม็ดเงินลงไปในพื้นที่แม้แต่สลึงเดียว เพราะฉะนั้น ตอนนี้ถือว่ายังไม่เสียหาย" นายกฤษฎากล่าว

ผู้ว่าฯอุตรดิตถ์สั่งสอบใน7วัน

นายสุระศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าฯอุตรดิตถ์ กล่าวว่า กรณีมีข้าราชการระดับสูงของที่ว่าการอำเภอพิชัยรายหนึ่งให้ผู้ใหญ่บ้านรายหนึ่งไปพบกับผู้รับเหมาเพื่อติดต่อให้งานซึ่งเป็นโครงการตำบลละ 5 ล้านบาท แต่จะต้องจ่าย 25 เปอร์เซ็นต์ จ่ายก่อน 10 เปอร์เซ็นต์ งานเสร็จเรียบร้อยก็จ่ายครบ มีผู้รับเหมาหลายรายปฏิเสธ ด้วยเหตุผลขาดทุน หากทำจะต้องใช้ส่วนผสมของวัสดุที่ไม่มีคุณภาพ งานออกมาไม่ดี ล่าสุด สั่งปลัดอาวุโส อ.พิชัย ที่รักษาการแทนนายอำเภอพิชัยให้ตั้งปลัดอำเภอและท้องถิ่น อ.พิชัย เป็นกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว โดยให้สอบสวนให้เสร็จสิ้นภายใน 7 วันแล้วรายงานมาให้จังหวัดทราบทันที ได้สั่งกำชับว่าจะต้องเชิญนายพิศาล ปั่นวงษ์ก๋อ ผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด เจเอ แพลน และผู้ใหญ่บ้านที่ถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมดังกล่าว ขณะนี้ทราบแล้วว่าเป็นผู้ใหญ่บ้านตำบลใด จะต้องเชิญเข้ามาให้ข้อมูล หากผลสอบออกมาว่ามีข้าราชการบนที่ว่าการอำเภอพิชัยคนใด ผู้ใหญ่บ้านรายนี้มีความผิดตามที่ถูกกล่าวหาจะต้องถูกดำเนินการทางวินัยและอาญาอย่าง เด็ดขาด

"ผมกำชับไปยังปลัดจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอทุกแห่งให้ทำการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจัง ห้ามมีเรื่องรับผลประโยชน์เกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด โครงการใดที่ใช้งบประมาณตำบลละ 5 ล้านบาททำแล้วไม่ตรงกับความต้องการ ผู้ที่ทำโครงการจะต้องรับผิดชอบด้วย ผมเอาจริงกับเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่น ใครกล้าลองของก็ทำดู" นายสุระศักดิ์กล่าว

โวยขรก.กรมทรัพย์ข่มขู่ของบฯ

นายเทียนชัย มังคโชติ ผู้รับเหมารายหนึ่งใน จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า มีข้าราชการสังกัดทรัพยากรน้ำบาดาล ภาค 5 จ.พิษณุโลก รายหนึ่ง อ้างว่าเป็นตัวแทนของบริษัทแห่งหนึ่งของกำนันผู้กว้างขวางรายหนึ่งในพื้นที่ อ.เมืองอุตรดิตถ์ เข้าไปติดตามงบประมาณโครงการก่อสร้างต่างๆ ในพื้นที่ จ.อุตรดิตถ์ ใช้เวลาราชการเข้าไปยื่นซองเสนอราคา พร้อมข่มขู่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการประกวดราคาว่าจะต้องให้งานรับเหมาก่อสร้างกับบริษัทของตนเอง หากไม่ให้งานรับเหมาก่อสร้าง จะมีผลกระทบต่องบประมาณของหน่วยงานที่ข้าราชการรายนี้สังกัดอยู่ที่จะลงแก้ปัญหาในแต่ละพื้นที่อย่างแน่นอน ดังนั้น จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบพฤติกรรมของผู้ใต้บังคับบัญชาไม่ให้แสดงพฤติกรรมที่ส่อไปในทางทุจริตต่องบประมาณแผ่นดินอีกต่อไป

ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน

 

 

 

ข่าว reic จากสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ