Loading

ลุ้นมาตรการอสังหาฯทันใช้สิ้นต.ค.ฟื้นยอดโอนสิ้นปี-ลดปฏิเสธสินเชื่อ

วันที่ : 26 ตุลาคม 2558
ลุ้นมาตรการอสังหาฯทันใช้สิ้นต.ค.ฟื้นยอดโอนสิ้นปี-ลดปฏิเสธสินเชื่อ

3 ไตรมาส ยอดเปิดขาย คอนโดลดลง 10.3%

ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ สรุปยอดไตรมาส3/2558 ตลาดชะลอตัว แต่คาดไตรมาสสุดท้ายคึกคัก ลุ้นมาตรการลดค่าโอน-จดจำนอง ทันใช้ใน สิ้นเดือนต.ค.นี้ กระตุ้นกลุ่มหลักสินค้าพร้อมโอนภายในสิ้นเม.ย.2559

นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ กล่าวถึงมาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังริมทรัพย์ของรัฐบาล ที่ผ่านมติครม.เมื่อสัปดาห์ก่อนว่า ขณะนี้รอประกาศกระทรวงมหาดไทย ที่จะส่ง หนังสือเวียนไปยังกรมที่ดิน และสำนักงานที่ดินสาขาต่างๆ ซึ่งคาดว่าน่าจะประกาศบังคับใช้ได้ทันภายในเดือนต.ค.นี้ และจะช่วยกระตุ้นยอดโอนอสังหาฯในช่วงไตรมาสสุดท้ายปีนี้ ต่อเนื่องไปถึงสิ้นเดือนเม.ย.2559 ตามระยะเวลา 6 เดือนที่รัฐบาลได้กำหนดกรอบเวลาไว้

นอกจากจะช่วยด้านยอดโอนให้คึกคักมากขึ้น อีกส่วนของมาตรการที่ให้ธนาคาร อาคารสงเคราะห์ มาเน้นปล่อยสินเชื่อบ้าน หลังแรก ด้วยเงื่อนไขที่ผ่อนปรนมากขึ้น จะช่วยลดปัญหาการปฏิเสธสินเชื่อ ที่ก่อนหน้านี้มียอดเพิ่มสูงขึ้น จากความเข้มงวดในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงินต่างๆ ลงได้

อย่างไรก็ตาม ในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมา โครงการที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ ประเภทห้องชุด (คอนโด) มีจำนวนโครงการและจำนวนหน่วยลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า คือ เปิดขายใหม่ 27 โครงการ รวมหน่วยในผังประมาณ 11,300 หน่วย และเมื่อรวมตลอด 3 ไตรมาสแรก มีอาคารชุดเปิดขายใหม่ประมาณ 105 โครงการ รวมหน่วยในผังประมาณ 43,700 หน่วย เมื่อเทียบ กับใน 3 ไตรมาสแรกของปี 2557 ซึ่งมีโครงการอาคารชุดเปิดขายใหม่ 107 โครงการ หน่วยในผังรวมประมาณ 48,700 หน่วย แสดงว่าจำนวนโครงการอาคารชุดใกล้เคียงกัน แต่จำนวนหน่วยห้องชุดในผังลดลงประมาณ 10.3%

โดยห้องชุดเปิดขายใหม่ในกรุงเทพฯปริมณฑล ในช่วงเวลาดังกล่าว เป็นโครงการของผู้ประกอบการที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประมาณ 55 โครงการหรือมากกว่าครึ่งหนึ่ง แต่มีจำนวนหน่วยในผังประมาณ 29,300 หน่วย หรือ 67% ของหน่วยในผังโครงการอาคารชุดเปิดขายใหม่ทั้งหมดใน 3 ไตรมาสแรก เป็นสัดส่วนที่เพิ่มมากขึ้นจากปี 2557 ซึ่งผู้ประกอบการที่เป็นบริษัท จดทะเบียนมีจำนวนหน่วยในผังเพียง 57%

ผู้ประกอบการที่เปิดขายหน่วยห้องชุดใหม่ มากที่สุดใน 3 ไตรมาสแรก คือ แอลพีเอ็น จำนวน 4 โครงการ รวม 4,900 หน่วย รองลงมาคือ อนันดา จำนวน 6 โครงการ รวม 4,650 หน่วย และ เอพี (ไทยแลนด์) จำนวน 5 โครงการ รวม 4,050 หน่วย

แบ่งตามพื้นที่จังหวัด พบว่า 63% ของหน่วย อาคารชุดที่เปิดขายใหม่ใน 3 ไตรมาสแรกของปีนี้ อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ 18% อยู่ในนทบุรี และ 16% อยู่ในสมุทรปราการ ที่เหลืออยู่ในอีกเพียง 3% อยู่ในปทุมธานี และนครปฐม

สัดส่วนของห้องชุดราคาแพงกว่า 5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 9% ในปี 2557 เป็น 16% เมื่อรวม 3 ไตรมาสแรกปีนี้ (แต่ลดลงจาก 21% เมื่อสิ้นสุดครึ่งปีแรกปีนี้) ทั้งนี้ ห้องชุดระดับราคาแพงดังกล่าว ส่วนใหญ่เปิดขาย ในช่วงไตรมาสแรกต่อเนื่องต้นไตรมาส 2  ขณะที่สัดส่วนของห้องชุดราคาไม่เกิน 2 ล้านบาทก็ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 53% ในปี 2557 เป็น 39% เมื่อรวม 3 ไตรมาสแรกปีนี้ (ใกล้เคียงกับข้อมูล ณ สิ้นสุดครึ่งแรกของปีนี้ ซึ่งลดลง 40%)  มูลค่าโครงการอาคารชุดเปิดขายใหม่ใน 3 ไตรมาสแรก ปี 2558 เท่ากับประมาณ 156,100 ล้านบาท คิดเป็นประมาณ 80% ของมูลค่า โครงการทั้งปี 2557 ซึ่งเท่ากับ 194,700 ล้านบาท เนื่องจากมีห้องชุดระดับราคาสูงมากขึ้น

ในส่วนของบ้านจัดสรร ในพื้นที่กรุงเทพฯปริมณฑล ผู้ประกอบการเปิดขายโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ประเภทบ้านจัดสรรมากขึ้นในไตรมาส 3 โดยเปิดขายใหม่ 70 โครงการ รวมหน่วยในผังประมาณ 11,900 หน่วย และเมื่อรวม ตลอด 3 ไตรมาสแรก มีโครงการบ้านจัดสรรเปิดขายใหม่ประมาณ 205 โครงการ รวมหน่วยในผังประมาณ 32,000 หน่วย เมื่อเทียบกับใน 3 ไตรมาสแรกของปี 2557 ซึ่งมีบ้านจัดสรรเปิดขายใหม่ 203 โครงการ หน่วยในผังรวมประมาณ 35,500 หน่วย แสดงว่าจำนวนโครงการใกล้เคียงกัน แต่จำนวนหน่วยในผังลดลงประมาณ 9.8%

หน่วยบ้านจัดสรรเปิดขายใหม่ในกรุงเทพฯปริมณฑลในช่วงเวลาดังกล่าว เป็นโครงการของ ผู้ประกอบการที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาด หลักทรัพย์ประมาณ 102 โครงการหรือประมาณครึ่งหนึ่ง แต่มีจำนวนหน่วยในผังประมาณ 21,300 หน่วย หรือ 67% ของหน่วยในผังโครงการ บ้านจัดสรรเปิดขายใหม่ทั้งหมดใน 3 ไตรมาสแรก แม้จะเป็นสัดส่วนที่มากแต่ก็ยังลดลงจากตลอดทั้งปี 2557 ซึ่งผู้ประกอบการที่เป็นบริษัทจดทะเบียนมีจำนวนหน่วยในผังมากถึง 74%

ทั้งนี้ ในปี 2557 มีโครงการบ้านจัดสรรเปิดขายใหม่ทั้งสิ้น 258 โครงการในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล ด้วยจำนวนหน่วยในผังรวมประมาณ 45,200 หน่วย

ผู้ประกอบการที่เปิดขายหน่วยบ้านจัดสรรใหม่มากที่สุดใน 3 ไตรมาสแรกคือ พฤกษา เรียลเอสเตท จำนวน 27 โครงการ รวมประมาณ 8,000 หน่วย รองลงมาคือ ควอลิตี้เฮ้าส์  จำนวน 10 โครงการ รวมประมาณ 2,300 หน่วย และ เอพี (ไทยแลนด์) จำนวน 11 โครงการ รวมประมาณ 1,900 หน่วย

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

 

ข่าว reic จากสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ