Loading

คอนโดฯสายสีม่วงล้นตลาด แน่น! 23 กม.แสนยูนิต/นักลงทุนเมินค้ากำไร/ขายดีๆ 2 ปีหมด

วันที่ : 3 ตุลาคม 2558
คอนโดฯสายสีม่วงล้นตลาด แน่น! 23 กม.แสนยูนิต/นักลงทุนเมินค้ากำไร/ขายดีๆ 2 ปีหมด

ล้น! เกินความต้องการ คอนโดมิเนียมเกาะแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง "บางซื่อ-บางใหญ่" ผุดแล้ว 40 โครงการ เฉียด 1 แสนยูนิต แห่เปิดแน่นขนัด 23 กม. 16 สถานี ปี 57 ปีเดียว ซัพพลายเพิ่ม 117% สวนทางดีมานด์ที่มีไม่มาก แค่คนในพื้นที่ซื้ออยู่เอง ในขณะนักลงทุนซื้อเก็งกำไรน้อยเกินคาด กูรูอสังหาฯ ชี้ต้องลากยาวถึง 2 ปีจึงขายหมด

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ปีนี้ซบเซากว่าปีที่ผ่านมา เห็นได้จากจำนวนยูนิตที่เปิดขายใหม่ทั้งปีคาดว่ามีจำนวนอยู่ที่ 65,000 ยูนิต จากที่เคยคึกคักกว่า 100,000 ยูนิต โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมเกาะแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วงที่ผู้ประกอบ การพัฒนาโครงการแข่งกันอย่างดุเดือดตั้งแต่เริ่มโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงในปี 2551 ตลอดทั้งเส้นตั้งแต่สถานี บางซื่อ-บางใหญ่ คอนโดฯ แห่เปิดปีละไม่ต่ำกว่า 10,000 ยูนิต มีจำนวนโครงการคอนโดมิเนียมรวมแล้วกว่า 40 โครงการ ซึ่งในปี 2557 ที่ผ่านมาเปิดใหม่ 15 โครงการ และในปี 2558 นี้ เปิดไปแล้วกว่า 5 โครงการ

นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดเผย "สยามธุรกิจ" ว่าคอนโดฯ ที่เกาะติดตลอดเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีม่วงสะสมถึงปัจจุบันนี้ไม่ต่ำกว่า 80,000 ยูนิต หากนับย้อนไปตั้งแต่ปี 2551 เพราะแต่ละปีเปิดเฉลี่ยประมาณ 10,000 ยูนิต เนื่องจากในช่วงเริ่มก่อสร้างรถไฟฟ้าสายนี้ผู้ประกอบการต่างคาดว่าจะเป็นเส้นทางที่บูมใกล้เคียงกับเส้นสุขุมวิทจึงได้แห่เปิดโครงการใหม่กันอย่างคึกคัก แต่เมื่อมีการสร้างเสร็จแล้วเปิดขายกลับพบว่า ผู้ซื้อส่วนใหญ่ต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองมากกว่าการซื้อเก็งกำไร ซึ่งผิดจากที่คาดการณ์ไว้ จึงเกิดเป็นซัพพลายสะสมและเกิดจำนวนยูนิตเหลือขายจำนวนมาก

"หากไม่มีอะไรออกมากระตุ้นตลาด คาดว่าคอนโดฯ เกาะแนวรถ ไฟฟ้าสายสีม่วงที่มียอดสะสมอยู่ขณะนี้จะเปิดขายหมดต้องใช้เวลาถึง 2 ปี เพราะ 80% เป็นการซื้อเพื่ออยู่อาศัยของคนในย่านนี้และใกล้เคียงเป็นหลัก" นายสัมมา กล่าว

ด้าน นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยข้อมูลกับ "สยามธุรกิจ" ว่าจากการสำรวจข้อมูลของสำนักวิจัยและพัฒนาของบริษัทพบว่า ทำเลรถไฟฟ้าสายสีม่วงจากช่วงสถานีบางซื่อ-สะพานพระนั่งเกล้า เป็นทำเลที่มีการเปิดตัวคอนโดมิเนียมสูงที่สุด โดยมีโครงการอาคารชุดเปิดใหม่ 15 โครงการจำนวน 13,284 ยูนิตเฉพาะในช่วงปี 2557 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นจำนวนที่เพิ่มขึ้นถึง 117% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยราคาเฉลี่ยของคอนโดฯ ในย่านนี้อยู่ที่ 2.24 ล้านบาท หรือปรับราคาเพิ่มขึ้น 17% มีราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 63,757 บาทต่อตร.ม. มียอดขาย ณ วันเปิดตัวเฉลี่ย 42%

โดยเป็นทำเลที่มีโครงการสร้างเสร็จจดทะเบียนสูงที่สุดอีกด้วยถึงจำนวน 23 โครงการ ส่งผลให้ทำเลนี้มีซัพพลายโดยรวมในตลาดค่อนข้างมากและทำเลนี้ยังคงมีแนวโน้มการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมเติบโตต่อเนื่องในอนาคต ด้วยปัจจัยด้านศักยภาพทั้งสาธารณูปโภคและสาธารณูปการและปัจจัยสำคัญคือเป็นทำเลที่เกาะติดโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง

ในส่วนของแอล.พี.เอ็น. นั้น ณ ครึ่งปีแรกของปี 2558 นี้ เปิดใหม่ 3 โครงการซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่รวมจำนวน 4,271 ยูนิต คิดเป็น 13% ของจำนวนยูนิตขายใหม่ทั้งหมด โดยมียูนิตเฉลี่ยต่อโครงการประมาณ 1,400 ยูนิต ได้แก่ โครงการลุมพินี วิลล์ นครอินทร์-ริเวอร์วิว, โครงการ The Tree Elagance และโครงการ Posh Twelve ติวานนท์ 12 มียอดขาย ณ วันเปิดตัว 30%

"สายสีม่วงนี้ยังคงมีการเปิดตัวคอนโดมิเนียมอยู่ต่อเนื่องจากปี 2557 เนื่องจากเป็นเส้นที่รถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายแรกเปิดใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 12 สิงหาคมปีหน้า" นายโอภาส กล่าว

ขณะที่ นางสาวอลิวัสสา พัฒนถาบุตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีบี ริชาร์ด เอลลิส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวในงานเสวนา "เจาะลึกศักยภาพและความเสี่ยงอสังหาริมทรัพย์ กรุงเทพจตุรทิศ" ว่า ณ วันนี้คอนโดฯ มีโอเวอร์ซัพพลายเกิดขึ้นแล้ว โดยเฉพาะในทำเลรถไฟฟ้าสายสีม่วง ซึ่งเป็นทำเลที่อยู่รอบนอกหรือชานเมือง แต่การเปิดโครงการใหม่ๆ เยอะมาก

"ในย่านนี้ที่สำคัญผู้ซื้อส่วนใหญ่ซื้อเพื่ออยู่เอง ซึ่งเป็นคนที่อาศัยอยู่เดิมและคนที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง แต่การซื้อเพื่อการลงทุน เก็งกำไร ปล่อยเช่านั้นมีน้อย แต่หากมีการกระตุ้นตลาด ก็จะทำให้คนกล้าซื้อเพื่อหวังผลตอบแทนในระยะยาว ซึ่งสินค้าที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่และรีเซลปลายปีนี้จะมีออกมาเยอะมาก" นางสาวอลิวัสสา กล่าว

สำหรับโครงการคอนโดมิเนียมที่เปิดในย่านนี้ อาทิ ลุมพินี คอนโดทาวน์ รัตนาธิเบศร์ ของ บมจ.แอล.พี.เอ็น, โครงการคาซ่า คอนโด ของ บมจ.ควอลิตี้ เฮ้าส์, ไอดิโอ โมบิ วงศ์สว่าง ของบมจ.อนันดาฯ, ศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ต ของ บมจ.ศุภาลัย, โครงการเอส 9 ของ บมจ.สัมมากร, พลัม คอนโด ของ บมจ.พฤกษาฯ, แอมเบอร์ ของ บมจ.อีสเทอร์สตาร์ฯ และโครงการชีวาทัย อินเตอร์เชนจ์ ของ บมจ.ชีวาทัย เป็นต้น

ทั้งนี้ รถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่-บางซื่อ ใช้วงเงินก่อสร้าง 6 หมื่นล้านบาท มีระยะทางประมาณ 23 กิโลเมตร เป็นระยะทางยกระดับทั้งหมด (ลอยฟ้า) มี 16 สถานี ได้แก่ สถานีคลองบางไผ่, สถานีตลาดบางใหญ่, สถานีสามแยกบางใหญ่, สถานีบางพลู, สถานีบางรักใหญ่ สถานีท่าอิฐ, สถานีไทรม้า, สถานีสะพานพระนั่งเกล้า, สถานีแยกนนทบุรี 1, สถานีศรีพรสวรรค์, สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี, สถานีกระทรวงสาธารณสุข, สถานีแยกติวานนท์, สถานีวงศ์สว่าง, สถานีบางซ่อน และสถานีเตาปูน โดยสถานีเตาปูนเป็นสถานีเปลี่ยนเส้นทาง (Interchange Station) ระหว่างสายสีม่วงและสายสีน้ำเงิน

เส้นทางเดินรถเริ่มจากบริเวณคลองบางไผ่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าถนนวงแหวนรอบนอก (ตะวันตก) กาญจนาภิเษก เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนรัตนาธิเบศร์ ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาใกล้สะพานพระนั่งเกล้า ก่อนถึงสี่แยกแครายจะเลี้ยวขวาไปตามถนนติวานนท์ เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนกรุงเทพฯ-นนทบุรี ถึงบริเวณแยกเตาปูน มีสถานีเตาปูนเป็นสถานีเชื่อมต่อกับสถานีบางซื่อของรถไฟฟ้ามหานครสายเฉลิมรัชมงคล (รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT) และในอนาคตจะเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ และรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ

นายพีระยุทธ สิงห์พัฒนากุล ผู้ว่าการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวพร้อมจะเปิดให้บริการในปี 2559 โดยจะเริ่มทดสอบระบบในช่วงเดือนมกราคม-เมษายน และจะทดสอบเดินรถเสมือนจริงและเปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการได้ในเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม ก่อนจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 12 สิงหาคม 2559 อัตราค่าโดยสารพื้นฐานเริ่มต้นที่ 16 บาท และคิดตามระยะทางสถานีละ 2 บาท เช่นเดียวกับรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT อย่างไรก็ดี การส่งมอบขบวนรถไฟฟ้าจะครบทั้ง 21 ขบวน 63 ตู้ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2559 แต่ละขบวนที่นำมาวิ่งสายสีม่วงนี้จะมีตู้โดยสาร 3 ตู้ รองรับผู้โดยสารได้ขบวนละ 921 คนต่อขบวน และสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 50,000 คนต่อชั่วโมงต่อทิศทาง เบื้องต้นคาดว่าจะมีผู้โดยสารมาใช้บริการวันละ 100,000-150,000 คน

ที่มา : หนังสือพิมพ์สยามธุรกิจ

 

 

 

ข่าว reic จากสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ