Loading

ลดค่าโอนจดจำนองกระตุกอสังหาฯกระตุ้นเศรษฐกิจ

วันที่ : 3 ตุลาคม 2558
ลดค่าโอนจดจำนองกระตุกอสังหาฯกระตุ้นเศรษฐกิจ

หลังจากรัฐบาลประกาศจะออกมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ในเร็วๆ นี้ ทำให้เริ่มมีสัญญาณของการชะลอการตัดสินใจซื้อและโอนบ้านของประชาชน เนื่องจากต้องการได้รับสิทธิพิเศษจากมาตรการดังกล่าว แต่จนถึงขณะนี้แนวทางที่รัฐบาลจะนำมากระตุ้นยังไม่มีความชัดเจน แม้ว่า อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ประกาศว่าจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.)พิจารณาในสัปดาห์หน้าก็ตาม

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า  รมว.คลังสั่งให้เร่งสรุปมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งประกอบด้วย 1.การพิจารณาปรับลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองลง จากเดิมอัตรา 2% ของราคาประเมินของทางราชการ ลดลงเหลือ 0.01%

2.ลดค่าธรรมเนียมการจดจำนองอสังหาริมทรัพย์ลงจากเดิม 1% เหลือ 0.01% โดยจะให้มีผลบังคับใช้เป็นเวลา 3-6 เดือน ซึ่งจะต้องมีการยกร่างประกาศเป็นกฎกระทรวงต่อไป

มาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ในรอบนี้ จะไม่มีการเสนอให้ลดภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% เนื่องจากภาษีดังกล่าวเป็นการช่วยผู้ประกอบการภาคอสังหาริมทรัพย์ มากกว่าที่จะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ และยังทำให้รายได้ภาครัฐลดลงในทางอ้อม

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสาระหลักของมาตรการนั้นถือว่าตกผลึกแล้ว แต่ประเด็นที่ยังไม่สามารถสรุปได้ในขณะนี้ คือ ราคาบ้าน ที่จะได้รับสิทธินี้เป็นจำนวนเท่าใด ระหว่าง 1.5-2 ล้านบาท และ 1-5 ล้านบาท ซึ่งเรื่องนี้ทางฝ่ายนโยบายจะเป็น ผู้ตัดสินใจ เนื่องจากผลลัพธ์ที่ได้จากมาตรการนี้จะแตกต่างกันอย่างมาก

สาเหตุเพราะหากจำกัดวงเงินราคาบ้านที่อยู่อาศัยไว้แค่ 1.5-2 ล้านบาท ผลสัมฤทธิ์ทางนโยบายในการกระตุ้นเศรษฐกิจ19,150 จะจำกัดวงแคบอยู่เฉพาะคอนโดมิเนียม บ้านที่อยู่อาศัยชานเมืองและในพื้นที่ ต่างจังหวัด ซึ่งเท่ากับเป็นการจำกัดการ กระตุ้นกำลังซื้อในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่หากเปิดกว้างให้มีระดับราคา 1-5 ล้านบาท จะสามารถกระตุ้นกำลังซื้ออสังหาริมทรัพย์ในวงกว้างมากขึ้น

"นโยบายที่ได้รับมาเบื้องต้นให้ เน้นเรื่องการกระตุ้นการตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ให้เร็วขึ้น และต้องการให้สิทธิพิเศษแก่ผู้มีรายได้น้อยเป็นด้านหลัก คณะทำงานจะเสนอมาตรการนี้ให้ รมว.คลัง พิจารณาทันทีที่ได้ข้อสรุป" แหล่งข่าวชี้แจง

ขณะที่ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่จะลดค่าโอน ค่าจดจำนองต่างๆ จะไม่มีผลกับผู้ประกอบการ เพราะตอนนี้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ยังดีอยู่เลย คนจนได้สิทธิพิเศษต่างๆ ยกตัวอย่าง เช่น การซื้อบ้านราคา 1.5 ล้านบาท

ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า ตลาดอสังหาฯ ทั้งประเทศที่มีมูลค่าประมาณ 5 แสนล้านบาท ถ้าจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยใช้มาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ให้ได้ผล ไม่ควรกำหนดเงื่อนไขแค่ที่อยู่อาศัยไม่เกิน 2 ล้านบาท เพราะจะช่วยได้ 10% ของตลาดรวม ซึ่งไม่ใหญ่พอ แต่ต้องกระตุ้นบ้านใหม่ทุกระดับราคา ถึงจะช่วยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะสั้นได้เร็ว

          "ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีมูลค่า 5 แสนล้านบาท/ปี สามารถขับเคลื่อน ธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้ 2.9 เท่า โดยมีสัดส่วน 12-13% ของจีดีพี และใช้ ผลิตภัณฑ์ในประเทศถึง 90% หากภาครัฐใช้ภาคอสังหาริมทรัพย์เป็นตัวช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น จะได้ผลเร็วและแรง" ประเสริฐ กล่าวทั้งนี้ การนำมาตรการภาษีในเรื่องของการลดค่าโอนและค่าจดจำนองเหลือ 0.01% และการปรับเงื่อนไขการปล่อย สินเชื่อให้กับผู้มีรายได้น้อยจะเป็นตัวช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ดี ชดเชยภาค ส่งออกที่คาดว่าจะติดลบถึง 5% และมีส่วนผลักดันจีดีพีให้ได้ 3% ตามที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลควรสรุปให้เร็วและชัดเจนภายในต้นเดือน ต.ค.นี้ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบจากลูกค้าที่ชะลอโอนเพื่อรอมาตรการ

"ในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้จะมีคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ และปริมณฑลรอโอนมูลค่าสูงถึง 8 หมื่นล้านบาท ส่วนทาวน์เฮาส์กับบ้านเดี่ยวจะโอนประมาณ 4 หมื่นล้านบาท รวมเป็น 1.2 แสนล้านบาท หากรัฐขับเคลื่อนมาตรการภาษีได้รวดเร็วจะทำให้เงินจากภาคอสังหาฯ ไปขับเคลื่อนธุรกิจต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว" ประเสริฐ กล่าว

ด้าน อิสระ บุญยัง นายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า การที่รัฐบาลจะออกมาตรการภาษี ไม่ว่าจะเป็นการลดค่าธรรมเนียมการโอน ลดค่าธรรมเนียมจดจำนอง แต่กำหนดไว้ที่ราคาบ้านไม่เกิน 1.5 ล้านบาทนั้น เชื่อว่าพอจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ เนื่องจากคนที่ซื้อที่อยู่อาศัยต่ำกว่า 1.5 ล้านบาท/ยูนิต เป็นกลุ่มที่เข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัยได้ค่อนข้างยาก จึงน่าจะให้สิทธิกับคนซื้อบ้าน 1.5 ล้านบาท สำหรับคนที่ซื้อในราคาที่เกิน 1.5 ล้านบาท ส่วนที่เกินจากจำนวนดังกล่าวจะต้องจ่ายภาษีในอัตราปกติ

"แม้ว่าที่ผ่านมาตัวเลขปฏิเสธสินเชื่อจากสถาบันการเงินนั้นจะเพิ่มขึ้น แต่หากพิจารณาดูจะพบว่าสินเชื่อไม่ได้ก่อให้เกิดหนี้เสีย (เอ็นพีแอล) ตามมา นอกจากนี้ ยังพบว่าในปี 2557 การปล่อยสินเชื่อ ที่อยู่อาศัยรวมสูงสุดในรอบ 17 ปี แสดงว่าความต้องการที่อยู่อาศัยยังมีอยู่จริงและมากขึ้น โดยในไตรมาสแรก ปี 2557 มีการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยอยู่ที่ 1 แสนล้านบาท ไตรมาส 2 อยู่ที่ 1.4 แสนล้านบาท ส่วนในไตรมาสแรกปีนี้อยู่ที่ 1.3 แสนล้านบาท ในไตรมาส 2 อยู่ที่ 1.43 แสนล้านบาท" อิสระ กล่าว

ด้าน อธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ให้ความเห็นว่า ในเวลานี้ต้องการให้รัฐบาลนำมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ออกมากระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะที่ผ่านมามีตัวเลขธนาคารปฏิเสธการปล่อยสินเชื่อสูงถึง 30%

สอดรับกับ อนันต์ อัศวโภคิน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ที่ประเมินว่า ตลาดในช่วงที่ผ่านมาชะลอตัวลง 20-30% แต่ใกล้ถึงจุดต่ำสุดแล้ว และคาดว่าจะค่อยๆ ฟื้นตัวได้ในปีหน้า

ด้าน เชาวน์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า เท่าที่ติดตามข่าวมาตรการที่รัฐจะออกมาเป็นเพียงมาตรการชั่วคราว เพื่อช่วยลดยอดอสังหาริมทรัพย์ที่ค้างขายอยู่เท่านั้น เพราะปีนี้มีอสังหาริมทรัพย์ค้างขายมากถึง 1.7 แสนยูนิต จากปกติที่จะมีเพียง 1-1.2 แสนยูนิต แต่จะช่วยให้มีการขายอสังหาริมทรัพย์ได้มากแค่ไหนยังบอกไม่ได้

ขณะที่ สัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า โครงการเปิดตัวใหม่ในปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 1.03 แสนหน่วย ลดลงจากปีก่อนที่มีโครงการเปิดขายใหม่ 1.2 แสนหน่วย และคาดว่าในไตรมาสสุดท้ายจะยังคงชะลอตัวอยู่ เพราะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลน่าจะปรากฏผลในช่วงปลายปีไปจนถึงต้นปี 2559

ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

 

 

 

ข่าว reic จากสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ