Loading

โกลบอลเฮ้าส์ ทุ่ม224ล้านร่วมทุนวัสดุก่อสร้าง ลาว

วันที่ : 29 กันยายน 2558
โกลบอลเฮ้าส์ ทุ่ม224ล้านร่วมทุนวัสดุก่อสร้าง ลาว

'สยามโกลบอลเฮ้าส์' ทุ่มงบ 224 ล้านบาท จับมือพันธมิตรในลาวรุกธุรกิจวัสดุก่อสร้างและตกแต่งบ้าน หวังช่วยขยายให้ครบวงจรมากยิ่งขึ้น พร้อมตั้งเป้ารุกประเทศอื่น ในกลุ่มซีแอลเอ็มวี แย้มอยู่ระหว่างรอ ความชัดเจนด้านกฎหมายเพื่อเข้าลงทุนในพม่า

  นายวิทูร สุริยวนากุล ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) GLOBAL เปิดเผยว่า บริษัท โกลบอลเฮ้าส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด GBI ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ และบริษัท เอสซีจี ดิสทริบิวชั่น จำกัด  SCG ในสัดส่วนอย่างละ 50% ได้เข้าถือหุ้น 40% ในบริษัท สุวันนี โฮมเซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) SVN ซึ่งภายหลังจากที่บริษัท สุวันนี เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ลาว สัดส่วนการถือหุ้นของบริษัท เอสซีจี ดิสทริบิวชั่น จะลดเหลือประมาณ 34%

ทั้งนี้ บริษัท สุวันนี โฮมเซ็นเตอร์ มีทุนจดทะเบียนประมาณ 1,120 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้ราว 8 บาทต่อหุ้น ซึ่งหากคิดตามสัดส่วน การถือหุ้นเฉพาะของบริษัทเองจะใช้เงินลงทุนราว 224 ล้านบาท

สำหรับบริษัท สุวันนี โฮมเซ็นเตอร์ ถือเป็นผู้นำในธุรกิจวัสดุตกแต่งและก่อสร้าง ซึ่งเปิดดำเนินการมากว่า 20 ปี ซึ่งที่ผ่านมานั้นจะเน้นไปที่วัสดุตกแต่งบ้านเป็นหลัก โดยหลังจากบริษัทเข้าไปถือหุ้นในครั้งนี้ ตั้งเป้าหมายที่จะช่วยให้ธุรกิจของบริษัท สุวันนี ขยายให้ครอบคลุมธุรกิจวัสดุก่อสร้างและตกแต่งอย่างครบวงจร โดยสามารถขายสินค้าไปยังทุกกลุ่มอุตสาหกรรมการก่อสร้างและตกแต่ง

"ปัจจุบันรูปแบบธุรกิจวัสดุก่อสร้างแบบครบวงจรในลาวยังไม่มีใครทำ ซึ่งการเข้าไปถือหุ้นครั้งนี้จะยังคงให้อำนาจการบริหารหลักกับผู้บริหารของสุวันนี โดยบริษัทจะเข้าไปช่วยสนับสนุนด้านระบบไอที รวมถึงแหล่งวัตถุ ซึ่งจะช่วยให้บริษัท สุวันนี ขยายฐานลูกค้าได้ครอบคลุมทุกกลุ่ม และมีลักษณะเดียวกับธุรกิจของสยามโกลบอลเฮ้าส์ ซึ่งบริษัทชื่อว่าโอกาสในการขยายธุรกิจในลาวยังมีอีกมาก จากแนวโน้มการขยายตัวของสังคมเมือง ในประเทศ" นายวิฑูร กล่าว

สำหรับสัดส่วนการถือหุ้นที่ 40% ในปัจจุบันนั้น บริษัทมองว่าเป็นจุดที่เหมาะสมแล้วสำหรับทั้ง 2 ฝ่าย แม้บริษัทเองอยากจะถือหุ้นในสัดส่วนที่มากกว่านี้

ทั้งนี้ บริษัทมีแผนที่จะขยายธุรกิจให้ครอบคลุมทุกประเทศในกลุ่มซีแอลเอ็มวี ได้แก่ ลาว พม่า กัมพูชา และเวียดนาม ซึ่งล่าสุดหลังจากที่ลาวประสบความสำเร็จแล้ว ขณะนี้บริษัทกำลังดำเนินการเจรจากับพันธมิตรในพม่า ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการรอความชัดเจนและข้อตกลงด้านกฎหมาย ซึ่งหากได้ข้อสรุปโดยเร็วก็น่าจะช่วยให้การขยายธุรกิจทำได้เร็วเช่นกัน  "การขยายธุรกิจในกลุ่มซีแอลเอ็มวีนี้บริษัทมองไว้ทั้งรูปแบบของการร่วมทุนกับพันธมิตรท้องถิ่น และการเข้าไปลงทุนด้วยตัวเอง ซึ่งหากต้องการความรวดเร็วคงจะต้องใช้การร่วมทุน และอาจจะต้องพิจารณาปัจจัยอื่นประกอบ อาทิ การขยายธุรกิจในพม่าซึ่งมีข้อจำกัดเรื่องของภาษา ทำให้บริษัทเลือกใช้การร่วมทุนกับพันธมิตรท้องถิ่น ส่วนของการขยายธุรกิจนั้นบริษัทจะยังคงเน้นธุรกิจวัสดุก่อสร้างและตกแต่งเช่นเดียวกับบริษัท เพราะมีความเข้าใจในธุรกิจที่ตรงกัน" นายวิฑูร กล่าว

สำหรับบริษัท สุวันนี โฮมเซ็นเตอร์ ปัจจุบันมี 4 สาขา และภายหลังจากการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ลาวจะนำเงินที่ได้ไปขยายสาขาเพิ่มอีก 3 แห่ง ซึ่งบริษัทคาดว่าจะช่วยให้รายได้มีอัตราการเติบโตราว 20-30% นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนจะขยายสาขาไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น พม่า และกัมพูชา ต่อไปในอนาคต

โดยสินค้าจะแบ่งออกเป็น 7 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มกระเบื้องและโครงสร้างหลัก 2.กลุ่มหลังคาและตกแต่งโครงสร้าง 3.กลุ่มสีและท่อ 4.กลุ่มไฟฟ้าและเครื่องมือช่าง 5.กลุ่มสุขภัณฑ์และห้องน้ำ 6.กลุ่มลิฟต์และบันไดเลื่อน 7.กลุ่มเฟอร์นิเจอร์ ทั้งนี้นอกจากบริษัทจะจำหน่ายสินค้าผ่านหน้าร้านแล้วยังจำหน่ายไปยังลูกค้าร้านค้าและลูกค้าโครงการอีกด้วย

ขณะที่ผลการดำเนินงานย้อนหลัง 3 ปี คือ ปี2557 มีรายได้รวม 1,245.12 ล้านบาท กำไรสุทธิ 85.03 ล้านบาท ปี 2556 มีรายได้รวม 1,057 ล้านบาท กำไรสุทธิ 56.75 ล้านบาท และปี 2555 รายได้รวม 921.81 ล้านบาท กำไรสุทธิ 42.57 ล้านบาท

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

 

ข่าววัสดุก่อสร้าง-เฟอร์นิเจอร์ อื่นๆ