Loading

เล็งลงทุนเมกะโปรเจคไทยสิงคโปร์รุกพื้นที่เขตศก.พิเศษ-เชื่อศักยภาพไทยโตรับเออีซี

วันที่ : 27 มกราคม 2558
เล็งลงทุนเมกะโปรเจคไทยสิงคโปร์รุกพื้นที่เขตศก.พิเศษ-เชื่อศักยภาพไทยโตรับเออีซี

นครินทร์ ศรีเลิศ

"เฮดจ์ฟันด์" สิงคโปร์ จับตาไทยเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเขตเศรษฐกิจพิเศษ รุกลงพื้นที่ ขอข้อมูลบีโอไอและพบผู้บริหารภาครัฐ "ศิริพร" ประเมินทุนสิงคโปร์มองไทยมีศักยภาพเติบโตสูงกว่าเพื่อนบ้าน หลังยุทธศาสตร์การลงทุนฉบับใหม่ หนุนการพัฒนากลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ขณะที่นักวิชาการทีดีอาร์ไอระบุนักลงทุนสิงคโปร์ใช้ประโยชน์จากข้อตกลงอาเซียนด้านการเงิน ผ่อนเงื่อนไขโยกเงินร่วมทุนโครงการขนาดใหญ่ภาครัฐ

นงศิริพร นุรักษ์ ผู้อำนวยการกอง ส่งเสริมการลงทุนไทยในต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริม การลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยถึงกรณีที่ผู้บริหาร จากธนาคารซีไอเอ็มบี สิงคโปร์ ได้นำผู้บริหารกองทุนเฮดจ์ฟันด์ (Hedge Funds) จากประเทศสิงคโปร์เดินทางเข้ามายังประเทศไทยและได้พบกับม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อสอบถามนโยบายเรื่องการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งนโยบายการผลักดันพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษของประเทศไทย เพื่อนำไปเป็นข้อมูลในการตัดสินใจลงทุนและเป็นข้อมูลให้กับนักลงทุนทั่วโลก ซึ่งจดทะเบียนในสิงคโปร์อยู่แล้ว และมีความสนใจจะมาลงทุนในประเทศไทยใช้ประกอบการตัดสินใจ

ทุนสิงคโปร์มองไทยศักยภาพสูง

นางศิริพร กล่าวว่า นักลงทุนสิงคโปร์มองว่าการที่รัฐบาลมีโยบายในการผลักดันโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการคมนาคมขนส่งและการผลักดันให้เกิดเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ชายแดน จะสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในระยะยาวและมีศักยภาพในการเติบโตทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับ ประเทศอื่นๆในอาเซียน โดยกองทุนเฮดจ์ฟันด์นี้มีวัตถุประสงค์ในการลงทุนที่ หลากหลาย ทั้งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ให้ผลตอบแทนที่ดี ซึ่งสำหรับประเทศไทยก็คาดว่าจะเป็นโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐาน เนื่องจากรัฐบาลไทยกำลังเตรียมจะลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ต่างๆ

นางศิริพร กล่าวว่า ที่ผ่านมาประเทศสิงคโปร์ ให้ความสำคัญกับการลงทุนอุตสาหกรรมไทยต่อเนื่อง เห็นได้จากยอดการขอการส่งเสริมการลงทุน ปี 2557 ที่สิงคโปร์มียอดการขอการส่งเสริม การลงทุนในประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 4 รองจากญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป (EU)โดยสิงคโปร์มียอดคำขอส่งเสริม การลงทุนในปีที่ผ่านมาสูงถึง 43,980 ล้านบาท ซึ่งการที่สิงคโปร์ให้ความสำคัญ ในการลงทุนในไทยต่อเนื่อง เพราะสามารถ

นำเงินลงทุนในภาคเศรษฐกิจแท้จริง (Real sector) ทั้งในกลุ่มอุตสาหกรรมและ การลงทุนด้านการคมนาคม ที่ผู้รับเหมาเอกชนของไทยมีประสบการณ์สูงและเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆในอาเซียน ไทยมีข้อได้เปรียบหลายด้าน ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ที่ตั้งภูมิศาสตร์ของไทย ซึ่งนักลงทุนสิงคโปร์มองว่าไทยมีศักยภาพเศรษฐกิจ ที่เติบโตได้อีกในอนาคต

ตรวจเช็คข้อมูลขั้นตอนลงทุนไทย

          นอกจากนั้นนักลงทุนกลุ่มนี้ยังให้ความสำคัญกับการลงทุนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ และได้มีการเดินทางดูพื้นที่จริงที่ จ.อุดรธานี เพื่อศึกษาโอกาสและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ก่อนที่จะมาพบกับรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ นอกจากนั้นยังสอบถามข้อมูลขั้นตอน การลงทุนในไทยจากบีโอไอ เพื่อนำไปเป็นข้อมูลให้กับนักลงทุนในสิงคโปร์ด้วย

"สิงคโปร์มองหาโอกาสลงทุนในประเทศต่างๆ ในอาเซียนอยู่เสมอ เนื่องจากสิงคโปร์มีข้อจำกัดด้านพื้นที่และทรัพยากร โดยเฉพาะ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในไทย เนื่องจากไทยมีประสบการณ์การก่อสร้างมากกว่าประเทศ อื่นๆ ในอาเซียน และโครงสร้างพื้นฐานไทยจะเชื่อมโยงไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้"

นอกจากนี้จากการปรับยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุนฉบับใหม่ของไทยที่ส่งเสริมอุตสาหกรรมในสาขาเฉพาะด้าน มากขึ้น เช่น อุตสาหกรรมเทคโนโลยีไซเบอร์และชีวภาพ ทำให้สิงคโปร์มองเห็นโอกาส ในการลงทุนในอุตสาหกรรมในไทยมากขึ้น โดยการรุกเข้ามากลุ่มทุนสิงคโปร์ ถือเป็นการศึกษาข้อมูลเชิงรุกทันทีของกองทุนขนาดใหญ่ของประเทศที่ต้องการมาลงทุนในไทย

แผนย้ายเงินเอื้อสิงคโปร์ลงทุน

น.ส.บุญวรา สุมะโน นักวิชาการสถาบันเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)กล่าวว่า การเดินทางเข้ามาของกลุ่มเฮดจ์ฟันด์ของสิงคโปร์ในประเทศไทย เพื่อศึกษาการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและการผลักดันเขตเศรษฐกิจพิเศษของรัฐบาล มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นการทำงานในเชิงรุกของกองทุนการเงินขนาดใหญ่ของสิงคโปร์ ที่เดินทางเข้ามาตามกรอบข้อตกลงความร่วมมืออาเซียน (ASEAN Agreement Framework) เกี่ยวกับ การเคลื่อนย้ายทางการเงินที่ไทยได้มีการลงนาม ร่วมกับสิงคโปร์และมาเลเซียไปเมื่อเร็วๆนี้

โดยสาระสำคัญคือการให้ทั้งสามประเทศที่มีการลงนามร่วมกันอำนวยความสะดวก สำหรับการเคลื่อนย้ายทางการเงินโดยเสรี หรือให้รัฐบาลต่างๆผ่อนปรนเงื่อนไขการเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างประเทศมากขึ้น

ตามข้อตกลงนี้จะเอื้อให้เกิดการ เคลื่อนย้ายเงินทุนจากประเทศใดประเทศหนึ่ง ไปลงทุนโครงการขนาดใหญ่ในอีก ประเทศหนึ่ง ซึ่งสิงคโปร์มีความพร้อมทางทรัพยากรการเงิน ภายใต้เงื่อนไขนี้ผู้จัดการกองทุนขนาดใหญ่ในสิงคโปร์ สามารถอนุมัติการโอนเงินมาลงทุนในประเทศไทยได้ โดยไม่ต้องผ่านเงื่อนไขที่เข้มงวดเหมือนในอดีต ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้สิงคโปร์สามารถเข้ามาลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ หากรัฐบาลมีการเปิดให้เอกชนลงทุนร่วมกับภาครัฐ (PPP) หรือสามารถที่จะเข้ามาลงทุนร่วมกับเอกชนของไทย หรือประเทศอื่นๆ ที่มีแผนจะขยายการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษที่จะมีการจัดตั้งขึ้นใหม่ได้

เชื่อลุยเขตศก.พิเศษอีสานเข้าเวียดนาม-จีน

สิงคโปร์ย่อมมีความสนใจเพราะ การลงทุนในประเทศไทย โดยเฉพาะในเขตเศรษฐกิจพิเศษทางด้านภคตะวันออกเฉียงเหนือ สามารถวางแผนในการส่งสินค้าไปยังประเทศกัมพูชา เวียดนาม และจีนตอนใต้ รวมทั้งการลงทุนในพื้นที่ดังกล่าวไม่มีปัญหาเรื่องการขาดแคลนแรงงานมากนัก ซึ่งการรับมือในเรื่องนี้ประเทศไทยในฐานะผู้ปฏิบัติต้องกำหนดหลักเกณฑ์ต่างๆ ให้สอดคล้องเนื่องจากข้อตกลงอาเซียนนั้นเป็นการตกลงกันในกรอบกว้างๆเท่านั้น

น.ส.บุญวรา กล่าวว่า แนวโน้มการลงทุนที่สิงคโปร์จะสนใจลงทุนในประเทศไทย ในส่วนที่เป็นโครงสร้างพื้นฐาน สิงคโปร์น่าจะ อยากให้รัฐบาลไทยผลักดันการก่อสร้างรถไฟเส้นทางกรุงเทพ - ปาดังเบซาร์ ลงไปยังพื้นที่ทางใต้ เพราะสามารถที่จะเชื่อมโยงจากสิงคโปร์ ผ่านมาเลเซีย มายังประเทศไทยได้ และโครงการนี้จะช่วยให้การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ภาคใต้ ในจ.สงขลา ซึ่งมีเขตเศรษฐกิจพิเศษหาดใหญ่ ปะดังเบซาร์ และสะเดามีความคึกคักมากขึ้นและช่วยส่งเสริมการค้าชายแดนระหว่างไทย - มาเลเซีย

อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนในการพัฒนาเส้นทางรถไฟในสายนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลควรประกาศแผนที่จะก่อสร้าง ที่ชัดเจนเช่นกัน

"จากการสอบถามนักธุรกิจและ นักลงทุนในพื้นที่ภาคใต้ ก็บอกว่าอยากให้เส้นทางรถไฟเกิดขึ้นเพราะการคมนาคมขนส่งทางบกในภาคใต้ยังมีข้อจำกัดมากและเป็นคอขวด เนื่องจากยังไม่มีเส้นทางรถไฟทางคู่ โดยนักธุรกิจสะท้อนว่าการก่อสร้างเส้นทางรถไฟ ไม่จำเป็นที่จะต้องสร้างจากกรุงเทพลงมาจนถึงยะลา แต่สร้างจากยะลาขึ้นไปก็ได้ เพราะปัจจุบันการคมนาคมขนส่งในพื้นที่และบริเวณใกล้ด่านต่างๆ มีความแออัด คับแคบหากมีการขนส่งทางราง เข้ามาช่วย ก็จะสามารถแก้ปัญหานี้ได้และช่วยผลักดันให้การลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษในภาคใต้เกิดขึ้นได้รวดเร็วกว่า" น.ส.บุญวรากล่าว

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

 

ข่าวเขตเศรษฐกิจพิเศษ อื่นๆ