Loading

นายกฯถกโสมร่วมศก.พิเศษ'ทวายโปรเจ็กต์'

วันที่ : 12 ธันวาคม 2557
นายกฯถกโสมร่วมศก.พิเศษ'ทวายโปรเจ็กต์'

นายกฯ พบนักธุรกิจเกาหลีใต้ชูพื้นที่ลงทุนเพียบ ดึงร่วมเขตศก.พิเศษ "ทวายโปรเจ็กต์" ยาหอม "เค-วอเตอร์" รอปรับแผนบริหารจัดการน้ำ ส.พระปกเกล้าเสวนา เชื่อปฏิรูปไม่สูญเปล่า"ประเวศ"แนะสร้างพลังพลเมือง ผลักดันสังคมสันติสุข "ไพบูลย์" ตีปี๊บเพิ่มช่องร้องผ่านส.ส.-ส.ว. บี้หน่วยงานรัฐเผยข้อมูลสัมปทาน 1 ล้านอัพ

เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. ที่โรงแรมลอตเต นครปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี เวลา 07.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้พบปะหารือกับภาคธุรกิจชั้นนำเกาหลีใต้ระหว่างรับประทานอาหารเช้า โดยมีผู้เข้าร่วมจากภาคธุรกิจเกาหลีใต้

นายกฯพบนักธุรกิจเกาหลีใต้

ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกสำนักนายกฯได้สรุปสาระสำคัญในการหารือว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้อธิบายถึงสถานการณ์การเมืองไทย เพื่อสร้างความมั่นใจว่าไทยมีความสงบและมีความมั่นคง โดยขณะนี้ต้องการเวลาเพื่อพัฒนาไปสู่เสถียรภาพทางการเมืองที่ยั่งยืนพร้อมกันนี้ได้ส่งเสริมให้ภาคเอกชนเกาหลีใต้เข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น เนื่องจากยังใช้โอกาสไม่เต็มศักยภาพและย้ำว่าไทยยังมีพื้นที่และโอกาสให้เกาหลีใต้มาลงทุนได้อีกมาก

ทั้งนี้ นายกฯกล่าวว่า อุตสาหกรรมเกาหลีใต้มีความโดดเด่น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงเช่น อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร อุปกรณ์ เคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ และพลังงานทดแทน ตลอดจนอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งไทยเองเป็นฐานการผลิตยานยนต์ที่สำคัญในอาเซียน และมีศักยภาพที่จะเป็นโรงงานผลิตรถยนต์ให้แก่เกาหลีใต้ได้ เนื่องจากไทยมีความพร้อมทั้งแง่ปัจจัยพื้นฐาน ตลาดและความนิยมเกาหลี อีกทั้งรัฐบาลส่งเสริมให้ภาคเอกชนต่างประเทศเข้ามาลงทุน โดยเฉพาะในสาขาที่ไทยให้ความสำคัญ เช่น การบริหารจัดการขยะพลังงานทดแทนและเทคโนโลยีดาวเทียม

สั่งแจงเงินกองทุนน้ำมัน

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกสำนักนายกฯเปิดเผยว่า ที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์  ได้ปรารภเรื่องการทำความเข้าใจของกระทรวงพลังงาน(พง.)และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่มีต่อภาคส่วนต่างๆ โดยต้องการให้ชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน ด้วยการใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย และเท่าทันต่อเหตุการณ์ เช่นปัจจุบันราคาน้ำมันโลกตกลง แต่ยังเกิดข้อสงสัยว่าเหตุใดราคาน้ำมันในประเทศ ไม่ลดลงตามหรือลดลงเพียงเล็กน้อย ซึ่งนายกฯเน้นย้ำให้ประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนเกิดความเข้าใจ โดยเฉพาะประเด็นที่ต้องนำเงินไปอุดหนุนกองทุนน้ำมัน ซึ่งได้ทำมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดปัญหากรณีหากน้ำมันราคาสูงกองทุนดังกล่าวจะสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนได้ โดยที่ประชาชนไม่ต้องจ่ายค่าน้ำมันเท่ากับราคาในตลาดโลก

นอกจากนี้ ไทยให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตร และอาหาร โดยเฉพาะข้าว ยางพารามันสำปะหลัง ซึ่งเกาหลีมีศักยภาพด้านเทคโนโลยี ช่วยพัฒนาให้เป็นสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม และขยายโอกาสด้านการตลาดให้แก่ไทยได้ ขณะเดียวกันนายกฯได้ขอให้ภาคธุรกิจเกาหลี ช่วยผลักดันการเปิดตลาดเพิ่มเติม ให้แก่สินค้าเกษตรของไทย โดยเฉพาะเนื้อไก่ ผลไม้ ข้าวยางพารา ซึ่งได้มีนักลงทุนเกาหลีให้ความสนใจที่จะแปรรูปผลไม้ โดยเฉพาะมะม่วงไทย เพราะมีรสชาติดี

"ประเวศ"แนะสร้างพลังพลเมือง

ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะสถาบันพระปกเกล้าจัดงาน"เสวนาสาน ใจประชา สู่การปฏิรูปประเทศไทย" เพื่อเป็นการเปิดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แสดงทัศนะ และข้อเสนอแนะสู่แนวทางการปฏิรูปประเทศอย่างมีส่วนร่วมจากหลายภาคส่วนพร้อมนำเสนอผลการศึกษาวิชาการโดยนักศึกษาสถาบันพระปกเกล้า

พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาส ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า การปฏิรูปในครั้งนี้จะมีสิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้น ตนยืนยันว่าการปฏิรูปครั้งนี้ไม่ใช่สิ่งที่สูญเปล่า ไม่ใช่การปฏิรูปที่เสียของตามที่มีความกังวล เชื่อว่า การปฏิรูปครั้งนี้ จะสามารถทำได้ตามกรอบเวลาที่วางไว้ ทั้งนี้การปฏิรูปประเทศเกี่ยวข้องกับคนทุกคน ดังนั้นคนไทยคนหนึ่งก็ควรมีส่วนเกี่ยวข้องกับการปฏิรูปครั้งนี้

นพ. ประเวศ วะสี ประธานหลักสูตรการเสริมสร้างสังคมสันติสุข สถาบันพระปกเกล้า กล่าวเปิดการเสวนาและแสดงปาฐกถาพิเศษเรื่อง "พลังสังคม ขับเคลื่อนประเทศ" กล่าวว่า ความปรองดองต้องเริ่มทำสิ่งสูงสุดที่ทุกคนจะไม่ทะเลาะกัน นั่นก็คือความสันติสุขของสังคม เพราะหากเริ่มคุยเรื่องอื่น ทั้งการเมือง เศรษฐกิจก็จะเถียงกัน และทำให้เกิดความแตกแยกมากขึ้น  สังคมไทยได้พยายามดิ้นรน ที่จะแสวงหาสังคมสันติสุข ซึ่งปัจจัยในการสร้างสังคมไทยสันติสุข อาทิ การคืนอำนาจให้ประชาชน สามารถจัดการตนเองได้ตามวัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่น ทั้งรูปแบบชุมชนจัดการตนเองและจังหวัดจัดการตนเอง

ไม่รวมศูนย์การเมือง-ปกครอง

นอกจากนั้น การสร้างอาชีพเต็มพื้นที่ โดยต้องให้ประชาชนทุกคนมีอาชีพ แต่ที่ผ่านมาเราพัฒนาระบบเศรษฐกิจ แบบทำลายเศรษฐกิจชุมชน  การศึกษา ต้องสอนวิธีคิด การปฏิบัติ ไม่ใช่การท่องจำเหมือนที่ผ่านมาและปฏิรูปการศึกษาให้เชื่อมโยงกับเรื่องอื่นๆ อย่างเป็นระบบก็จะสามารถสร้างสังคมสันติสุขได้ สร้างสัมพันธภาพเชิงอำนาจ โดยต้องทำให้ทุกคนมีความเสมอภาพกัน ปฏิรูประบบราชการให้มีการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่นและกระจายอำนาจการเมืองการปกครองไม่ให้เป็นการรวมแบบรวมศูนย์ เพราะจะเป็นการต่อสู้ทางการเมืองที่รุนแรงและสร้างความเป็นธรรม ยุติธรรมในสังคม นอกจากนั้นต้องมีวิธีการแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี เพราะทุกสังคม ทุกประเทศล้วนมีปัญหาจึงต้องเน้นแก้ปัญหาแบบสันติวิธีเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง

นพ.ประเวศ กล่าวอีกว่า ขณะนี้การปฏิรูปถูกผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติโดยตน เห็นว่า การปฏิรูปจะดูแค่การปฏิรูปการเมืองอย่างเดียวไม่ได้ เพราะการจะสร้างให้สังคมเกิดสันติสุขได้นั้น ต้องอาศัยการปฏิรูปในหลายๆ เรื่อง ทั้งนี้แม้สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) แม้จะมีอายุเพียง1 ปี แต่การปฏิรูปประเทศไทยมีอายุยาวนาน10 -20 ปี ดังนั้นต้องอาศัยเครือข่ายพลเมือง เครือข่ายประชาชนกลุ่มต่างๆ เรื่องการผลักดันปฏิรูป เพราะหากประชาชนมีความตื่นตัวกับการปฏิรูปก็จะทำให้การปฏิรูปสำเร็จ ประเทศชาติดีขึ้นเกิดสังคมสันติสุขได้ในที่สุด.

เพิ่มช่องร้องผ่านส.ส.-ส.ว.

นายไพบูลย์ นิติตะวัน ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณากรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญคณะที่ 8 ภาค 3 นิติธรรม ศาล และตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ หมวด 2 องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญและองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ในคณะ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญกล่าวว่า วันนี้คณะอนุฯ จะเสนอหลักเกณฑ์ต่อ กมธ.ยกร่าง เพื่อพิจารณาบัญญัติในรัฐธรรมนูญ ถึงการสรรหาคนมาเป็นกรรมการในองค์กรอิสระ และที่มาของคณะกรรมการในการสรรหาฯ รวมถึงภาคองค์กรเอกชนที่ใช้งบประมาณแผ่นดิน โดยให้เพิ่มช่องทางให้ประชาชนยื่นเรื่องร้องต่อองค์กรอิสระ จากเดิมที่ต้องร้องผ่านองค์กรอิสระ ให้สามารถยื่นเรื่องร้องเพิ่มผ่านทาง ส.ส.หรือ ส.ว.ไปยังศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลยุติธรรมได้ด้วย

ส่วนการตรวจสอบทุจริตคอรัปชัน เสนอให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐโดยการตั้งสภาตรวจสอบภาคประชาชนทุกจังหวัด ทำหน้าที่ร่วมตรวจสอบแทน ป.ป.ช.จังหวัด และกกต.จังหวัดเพื่อให้ตรวจสอบการทุจริตการเลือกตั้งรวมไปด้วย โดยสามารถยื่นร้องต่อศาลโดยตรงได้โดยไม่ต้องผ่านอัยการพร้อมเสนอตั้งสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ทำหน้าที่ประเมินผลงานองค์กรอิสระทุกปี พร้อมให้เผยแพร่ให้สาธารณะทราบ

นอกจากนั้นยังเสนอให้หน่วยงานของรัฐ ที่เกี่ยวกับการออกสัมปทานบัตรหรือใบอนุญาตใดๆ จากรัฐ ที่มีมูลค่าเกิน1 ล้านบาท ต้องเปิดเผยข้อมูลการขอสัมปทานบัตรหรือใบอนุญาตต่างๆ ให้สาธารณชนทราบทั้งทางสื่อทั่วไปและสื่อออนไลน์ เพื่อลดการทุจริตคอร์รัปชัน แต่ทั้งนี้เป็นแค่ข้อเสนอต่อ กมธ.ยกร่าง ต้องรอการพิจารณาของ สปช. สนช. ครม.และกมธ.ยกร่างด้วย

ปชป.หวั่นพาคนไทยติดกับดัก

นายภูมิสรรค์  เสนีวงศ์  ณ อยุธยา ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และกิจกรรมพิเศษภาคอีสาน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะเลขานุการทีมประสานงานมวลชนฯ กล่าวว่า  ตนรู้สึกเป็นห่วงการโยนความคิดที่สับสนในการร่างรัฐธรรมนูญ 3 ประเด็น คือ1.วิธีการเลือกตั้งที่มาของนายกฯ ครม.ส.ส. และ ส.ว.โดยอยากให้มองถึงสาเหตุของปัญหาว่า มาจากบุคคลที่ไม่เคารพกฎหมาย แก้ผิดให้เป็นถูก จนถึงวันนี้กฎหมายยังทำอะไรคนเหล่านี้ไม่ได้ ขออย่าพาประชาชนหลงติดกับดัก กับคำว่า รัฐธรรมนูญ เพราะปัญหาหลักคือ การปฏิรูปคน ส่วนวิธีการได้มาซึ่งตำแหน่งทางการเมืองของนายกฯหรือครม. คณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง ควรศึกษาแก่นแท้ของวัฒนธรรมของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ให้เข้าใจก่อนการร่าง เพราะประชาชนไม่ได้ชอบแกงส้มทุกคนแต่ถ้าต้องจำใจก็ขอให้มีรสชาติที่พอกินได้

2. วิธีการยุติธรรม ขณะนี้ล่วงเลยมานานพอสมควร เช่น คดีจำนำข้าว ที่กระบวนการดำเนินคดีล่าช้าจนสังคมเริ่มสงสัย จึงอยากให้มีการกำหนดกรอบระยะเวลาในแต่ละขั้นตอนของการดำเนินคดีให้ชัดเจนและกระชับ เพื่อป้องกันการเตะถ่วงจากช่องว่างของกฎหมายในการลงโทษผู้ทำผิด และ 3. วิธีการมีส่วนร่วม ตนเชื่อว่าประชาชนทั้งประเทศอยากปรองดองกัน แต่การปรองดองกับสิ่งที่ผิดครรลองครองธรรมคงไม่ง่ายนัก วันนี้ประชาชนยังรอความหวังและเชื่อมั่นในตัวนายกฯ และหัวหน้า คสช.  โดยอยากให้นายกฯใช้เวลาที่มีค่านี้พลิกฟื้นบ้านเมืองกลับมาสู่สงบ ร่มเย็น ภายใต้พระบรมโพธิสมภารอีกครั้ง

ค้านนายกฯตรง เปิดช่องซื้อเสียง

นายวุฒิสาร ตันไชย โฆษกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงข้อเสนอการเลือกนายกฯและครม. โดยตรงว่า คงต้องฟังความเห็นจากทุกภาคส่วนก่อน อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นระบบใดก็มีปัญหาทั้งหมดเพราะปัญหาทั้งหมดเกิดจากตัวบุคคลว่า จะมาทำงานเพื่อการเมืองหรือบ้านเมือง ส่วนตัวไม่เห็นด้วย หากจะออกแบบระบบมา เพื่อป้องกันการทุจริตซื้อสิทธิขายเสียงมาตั้งเป็นโจทย์เพื่อแก้ปัญหา

"ถ้าจะมองว่า มีปัญหาการทุจริตซื้อเสียง ก็ต้องแก้เรื่องการซื้อเสียงโดยตรง ไม่ใช่ไปแก้ที่ระบบ ซึ่งไม่ตอบโจทย์เรื่องการป้องกันการซื้อเสียงระบบดังกล่าวหากควบคุมเรื่องการซื้อเสียงไม่ดี ก็จะคุ้มกว่าแบบเดิมเพราะได้เป็นนายกฯ เลย อย่างไรก็ตาม หากเรื่องใดที่มีข้อถกเถียงกันมากๆ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรมนูญคงต้องหยิบยกมาพิจารณาเป็นเรื่องท้ายๆ"

สนช.จ่อสรุปแนวทางข้อเสนอ

นายบุญเลิศ คชายุทธเดช โฆษกคณะกรรมาธิการประชาสัมพันธ์เพื่อการปฏิรูป สภาปฏิรูปแห่งชาติแถลงข่าวถึงการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ เพื่อพิจารณาข้อเสนอต่อการยกร่างรัฐธรรมนูญโดยคณะกรรมาธิการวิสามัญสภาปฏิรูปแห่งชาติทั้ง 18 คณะ ก่อนนำส่งให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 19  ธ.ค.ระหว่างวันที่ 15-17ธ.ค.นี้ ว่า ในวันพรุ่งนี้ (12 ธ.ค.) ในช่วงบ่าย คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (วิป สปช.) จะประชุมร่วมกันเพื่อกำหนดประเด็นที่จะอภิปราย เพื่อให้การดำเนินการประชุมเป็นไปอย่างราบรื่น โดยการอภิปรายในประเด็นสำคัญได้แก่ ด้านการเมือง ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน และด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม จะได้เวลาอภิปรายมากกว่าด้านอื่นๆ โดยจะอภิปรายกันในวันสุดท้าย

"ผมให้เรียกการประชุมในวันดังกล่าวว่า เป็นวันเสียงประชาชน ที่ สปช.จะสะท้อนความเห็นและข้อเสนอแนะของประชาชนที่คณะกรรมาธิการปฏิรูป ทั้ง 18 ได้รับฟังความคิดเห็น เพื่อจะเสนอข้อคิดเห็นต่างๆให้กับคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญในที่ประชุม สปช.ทั้งนี้ การอภิปรายจะเป็นไปอย่างกระชับ ชัดเจน และสร้างสรรค์ เนื่องจากมีประเด็นสำคัญจำนวนมาก"

สำหรับในการประชุม ประธานคณะกรรมาธิการแต่ละคณะ จะชี้แจงหลักการให้ที่ประชุมทราบ และเปิดโอกาสให้สมาชิกที่สงวนคำแปรญัตติรวมถึงสมาชิก สปช.ที่ไม่ได้อยู่ในกรรมาธิการได้อภิปราย โดยจะเป็นการแลกเปลี่ยนความเห็นที่ไม่มีการลงมติ โดยจะนำข้อคิดเห็นที่แตกต่างแนบไปพร้อมข้อเสนอแนะของแต่ละคณะกรรมาธิการ เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งตลอดการประชุม จะมีการถ่ายทอดสดผ่านวิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา และวิทยุโทรทัศน์ของกรมประชาสัมพันธ์

ที่มา : หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย

 

 

 

ข่าวเขตเศรษฐกิจพิเศษ อื่นๆ