Loading

3 อำเภอชายแดนพร้อมตั้งเขตศก.พิเศษเชียงราย

วันที่ : 4 พฤศจิกายน 2557
3 อำเภอชายแดนพร้อมตั้งเขตศก.พิเศษเชียงราย

ณัฐวัตร ลาพิงค์

มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เผยจังหวัดเชียงรายพร้อมเข้าสู่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ระบุ 3 อำเภอชายแดนมีศักยภาพโดดเด่นต่างกัน แนะภาครัฐภาคเอกชนระดมความคิดเห็นกำหนดแนวทางการจัดตั้งให้เกิดความเหมาะสม ระบุผลการศึกษา-สำรวจมีเพียงพอให้เห็นความชัดเจนได้ภายใน 6 เดือน ขณะที่หอการค้าจังหวัดเชียงราย ยันเป็นประตูการค้า- โลจิสติกส์-ท่องเที่ยวในอาเซียน

จังหวัดเชียงราย เป็นหนึ่งในการพัฒนาเป็นพื้นที่พัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ระยะที่ 2 ซึ่งจะเกิดขึ้นร่วมกับอีก 4 จังหวัดคือ กาญจนบุรี หนองคาย นครพนม และนราธิวาส โดยจะเริ่มการพัฒนาตั้งแต่ปี 2559 โดยก่อนหน้านี้ ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษใน 12 แห่งครอบคลุม 10 จังหวัด แบ่งเป็น 2 ระยะ เฟสแรกใช้งบประมาณปี 2558 นำร่อง 5 แห่ง ประกอบด้วย ต.ท่าสายลวด จ.ตาก, ต.บางทรายใหญ่ จ.มุกดาหาร, ต.บ้านไร่ จ.สระแก้ว, ต.แสนตุ้ง จ.ตราด และ ต.ฉลุง จ.สงขลา ส่วนเฟส 2 เพิ่มเขตเศรษฐกิจพิเศษอีก 7 แห่ง ใช้งบประมาณปี 2559 ประกอบด้วย จ.เชียงราย 3 แห่ง ได้แก่ อ.แม่สาย อ.เชียงแสน อ.เชียงของ และอีก 4 จังหวัด ได้แก่ จ.กาญจนบุรี, จ.หนองคาย, จ.นครพนม และจ.นราธิวาส

สำหรับจังหวัดเชียงราย เป็นหนึ่งในจังหวัดที่ได้รับเลือกให้มีการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งใน 3 อำเภอที่จะได้รับการพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกินพิเศษคือ แม่สาย เชียงแสน และเชียงของ ต่างก็มีความโดดเด่นในแต่ละด้านซึ่ง ที่ อ.แม่สายมีความโดดเด่นทางด้านการค้าระหว่างประเทศ ที่เชื่อมต่อระหว่างพรมแดน ไทย - พม่า ขณะที่อ.เชียงแสน มีความโดดเด่น ในด้านการท่องเที่ยวที่มีแหล่งท่องเที่ยวสามเหลี่ยมทองคำ และเป็นจุดขนส่งสินค้าทางเรือ ที่มีการนำเข้าและส่งออกไปยังจีน และที่ อ.เชียงของ มีความโดดเด่นในการเป็นประตูสู่อาเซียนที่เพิ่งสร้างสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงไทย-ลาวเสร็จ และยังเชื่อมต่อกับถนนอาร์ 3 เอ เชื่อมต่อไปยังสปป.ลาว และจีน

แนะกำหนดแนวทางใน6เดือน

นายวันชัย ศิริชนะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า จังหวัดเชียงรายมีความพร้อมในหลายด้านอยู่แล้ว ทั้งการท่องเที่ยว การคมนาคม และโลจิสติกส์ ถือว่าเป็นจังหวัดที่มีความพร้อมทุกด้าน การที่จะเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษของจังหวัดเชียงรายทั้งจังหวัดคงเป็นไปไม่ได้ ความเป็นเขตเศรษฐิจพิเศษในจังหวัดเชียงรายในพื้นที่ 3 อำเภอ คือแม่สาย เชียงแสน และเชียงของนั้น ทางรัฐบาลจะต้องมีความจริงจังและจริงใจที่จะส่งเสริมให้ 3 อำเภอนี้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจคล่องตัว และโอกาสที่จะส่งเสริมให้เติบโตเป็นไปได้ แต่ก็ต้องได้รับความร่วมมือทั้งระดับจังหวัด และฝ่ายการค้า ฝ่ายธุรกิจ และภาคเอกชน จะต้องร่วมมือกันในการพัฒนา ซึ่งทางจังหวัดจะต้องระดมพล ระดมความคิด รวมทั้ง สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม หรือสภาพัฒน์จะต้องเข้ามามีส่วนร่วม

สำหรับการศึกษา และสำรวจนั้นมีมามากพอสมควรแล้ว แต่ยังไม่มีการทำกันอย่างจริงจัง แต่วันนี้ในรายละเอียดต่างๆยังไม่ได้เริ่มทำ หากมีการเริ่มทำแล้วคาดว่าภายใน 6 เดือนก็จะได้คำตอบว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษในเชียงรายนั้นจะออกมาเป็นแนวทางใด แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่กระทันหันทีทาง คณะ คสช. ได้เล็งเห็นที่จะให้จังหวัดเชียงรายเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ แต่ก็เป็นความคิดในเชิงนโยบาย ซึ่งในความเป็นจริงหากมีการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษแล้ว จะต้องมีการทำการตลาดให้คนมาลงทุนทำธุรกิจค้าขายมากพอ

"ปัจจุบันทางพม่า และลาวก็ได้เริ่มในการพัฒนามิติใหม่ทางเศรษฐกิจ และจีนก็มุ่งมั่นในการขยายการลงทุนมายังประเทศทางใต้ หากผนวกทั้ง 3 แห่งเข้าด้วยกันนี้ คิดว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษในเชียงรายจะยืนยาว ซึ่งทางมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเองก็ยินดีที่จะร่วมกับทางจังหวัดและทางรัฐบาลอย่างเต็มที่ในการที่จะศึกษาข้อมูลหรือความพร้อมต่างๆ ซึ่งขณะนี้ทางมหาวิทยาลัยก็ได้ตั้งหน่วยที่ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ เพื่อเป็นแนวทางในการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ  " อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าว

"เชียงราย"ประตูสู่การค้า-โลจิสติกส์

ด้านนายบุญธรรม ทิพย์ประสงค์ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า การจัดตั้งเขตเศรษฐิจพิเศษในจังหวัดเชียงรายได้มีการพูดถึงเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา ถามว่าเราพร้อมหรือไม่ ตอบได้เลยว่าภาคประชาชนหรือเอกชน มีความพร้อมอยู่ตลอดเวลา แต่จังหวัดเชียงรายไม่สามารถมองในกรอบใดกรอบหนึ่งได้ในการพัฒนา เพราะที่ อ.แม่สาย เชียงแสน ละเชียงของต่างก็เป็น อำเภอที่มีศักยภาพอย่างยิ่ง ในการที่จะพัฒนาและเดินไปด้วยกันได้

ทางจังหวัดเชียงรายรอเพียงกรอบของทางรัฐบาลว่าต้องการดำเนินการอย่างไรบ้าง อย่างเช่นที่แม่สาย อาจจะเป็นศูนย์กลางเงินของอาเซียน ที่เชียงแสนอาจจะเป็นฮับในการท่องทเยว และการขนส่งสินค้าทางน้ำ ที่เชียงของอาจจะเป็นศูนย์กลางในการเปลี่ยนถ่ายสินค้า ซึ่งทั้ง 3 แห่งมีความแต่กต่างกันโดยสิ้นเชิง หากจะถามว่า อำเภอไหนมีความโดดเด่น สามารถระบุได้เลยว่าแต่ละอำเภอมีควมโดดเด่นของมันเอง

ชี้เป็นประตูลุ่มน้ำโขงตอนบน

หากมีการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษในจังหวัดเชียงราย ผู้ประกอบการต่างก็มองเห็นลู่ทางว่าจังหวัดเชียงรายนั้น จะเป็นประตูที่จะก้าวไปสู่ในลุ่มแม่น้ำโขงตอนบนในกลุ่มจีนที่มีประชากรไม่ตำกว่า 300 ล้านคน ซึ่งจะเป็นคำตอบสำหรับคนไทยและลูกหลานในอนาคตของการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างแน่นอน สำหรับความพร้อมที่จะเปิดประคมอาเซียนจังหวัดเชียงรายมีความพร้อมอยู่แล้ว

เพียงแต่อยากให้แต่ละฝ่ายหันหน้าคุยกัน ทั้งทางรัฐบาลและทางเอกชน ซึ่งทางรัฐบาลอาจจะมีแผนอยู่แล้ว แต่หากได้พูดคุยกัน การที่จะพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษของ จังหวัดเชียงราย จะสามารถดำเนินไปได้ด้วยดี ซึ่งการตัดสินใจใดๆ ในการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษคนเชียงรายเองจะสามารถตอบคำถามได้ดีที่สุด

อย่างไรก็ตาม จังหวัดเชียงรายจะเป็นจุดศูนย์กลางในด้านต่างๆ และยังเหมาะสมเป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยว อีกทั้งยังจะเป็นครัวที่จะผลิตสินค้าทางการเกษตรเข้าสู่กลุ่มลุ่มแม่น้ำโขงที่มีประชากรกว่า 300 ล้านคน และการค้าจะเป็นเรื่องทีมีความสำคัญ โดยการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษในจังหวัดเชียงรายนั้นจะต้องศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด และมีการพูดคุยกันในทุกด้านเพื่อเตรียม ความพร้อม เพื่อจะเป็นศูนย์กลางในด้าน ต่างๆ ของอาเซียน และนำเศรษฐกิจที่ดีมาสู่ประเทศได้

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

 

ข่าวเขตเศรษฐกิจพิเศษ อื่นๆ