Loading

กาญจนบุรีขานรับเขตศก.พิเศษเล็งจัด พื้นที่ 8 พันไร่ รอลงทุน

วันที่ : 22 กันยายน 2558
กาญจนบุรีขานรับเขตศก.พิเศษเล็งจัด พื้นที่ 8 พันไร่ รอลงทุน

นครินทร์ ศรีเลิศ

ภาคเอกชนกาญจนบุรี ขานรับ นโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ หวังสร้างนิคม - Eco Twon เชื่อมโครงการทวาย เล็งเสนอ 10 ประเภทกิจการขอสิทธิประโยชน์เพิ่ม จังหวัดเตรียมพื้นที่ 8000 ไร่สร้างแหล่งลงทุน นิคม-ศูนย์โลจิสติกส์ รับลงทุน รองผู้ว่ากาญจนุบรีห่วงปัญหา ขาดแรงงานฝีมือ เก็งกำไรที่ดินพุ่ง

ธีระชัย ชุติมันต์ ประธานหอการค้าจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า ภายหลังจากที่จังหวัดกาญจนบุรีได้รับการประกาศโดยคณะกรรมการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) ให้เป็นจังหวัดหนึ่งที่ที่มีพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ได้แก่ในพื้นที่ ต.แก่งเซี่ยน และ ต.บ้านเก่า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพเชื่อมโยงกับระเบียงเศรษฐกิจตอนใต้ของอาเซียน โดยจากจุดผ่านแดนถาวร บ้านพุน้ำร้อน ต.บ้านเก่า อ.เมือง สามารถเดินทางไปยังเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ในประเทศพม่า โดยมีระยะทางห่างกันเพียง 138 กิโลเมตร

ทั้งนี้ปัจจุบัน จังหวัดกาญจนบุรีอยู่ระหว่างเตรียมพื้นที่และความพร้อมในการรองรับการลงทุนรองรับอุตสาหกรรม และการลงทุนที่จะสามารถเชื่อมโยงการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษกาญจนบุรีและเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต นายธีระชัย กล่าวต่อไปว่า นอกจากกาญจนบุรีจะได้รับการประกาศ เป็นพื้นที่สนับสนุนการจัดตั้งอุตสาหกรรมครบทั้ง 13 ประเภทกิจการเป้าหมาย ตามประกาศของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ซึ่งได้สิทธิประโยชน์ในการเว้นภาษีนิติบุคคลสูงสุด 8 ปี ภาคเอกชนและหน่วยงานราชการภายในจังหวัด ยังหารือกันเพื่อที่จะขอรับการส่งเสริมสิทธิประโยชน์ในการลงทุน ในกิจการ อื่นๆเพิ่มเติมจำนวน 10 กลุ่มอุตสาหกรรม

โดยจะเสนอเรื่องไปยังสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในฐานะเลขานุการของ กนพ. ที่สามารถส่งเสริมให้เกิดขึ้นในพื้นที่โดยเป็นอุตสาหกรรมที่สามารถส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ทั้งในเขตเศรษฐกิจพิเศษกาญจนบุรีและเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ได้แก่ กิจการอบพืชและไซโล กิจการการผลิตภัณฑ์จากผลพลอยได้หรือเศษวัสดุทางการเกษตร กิจการผลิตโครงสร้างโลหะสำหรับงานก่อสร้างหรืองานอุตสาหกรรม กิจการผลิตสิ่งพิมพ์ทั่วไป กิจการผลิตอาหารสัตว์หรือส่วนผสมอาหารสัตว์

กิจการผลิตวัสดุก่อสร้างและกิจกรรมการผลิตคอนกรีตอัดแรง สำหรับงานสาธารณูปโภค (ยกเว้นการผลิตกระเบื้องมุงหลังคาหรือกระเบื้องปูผนัง) กิจกรรมผลิตสิ่งปรุงแต่งสำหรับประทินร่างกาย เช่น สบู่ ยาสระผม ยาสีฟัน กิจการผลิตภัณฑ์พลาสติกสำหรับสินค้าอุปโภค เช่น บรรจุภัณฑ์พลาสติก กิจการผลิตสิ่งของจากเยื่อกระดาษ เช่น กล่องกระดาษ กิจการพัฒนาอาคารสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมและ/หรือคลังสินค้า

นอกจากนั้นยังอยู่ในระหว่างเจรจากับนักลงทุนญี่ปุ่น ที่มีความสนใจจะลงทุนในอุตสาหกรรมยาง และอุตสาหกรรมสีเขียว (Eco town) ในประเทศไทยให้เข้ามาลงทุนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษกาญจนบุรี โดยในส่วนของโรงงานในกลุ่มอุตสาหกรรม สีเขียวนั้นเดิมกลุ่มทุนมีแผนจะไปลงทุนใน จ.ราชบุรีแต่ติดขัดเรื่องการยอมรับของภาคประชาชนอาจสามารถขยับมาลงทุนในพื้นที่กาญจนบุรีแทนได้

นายสรรเพชญ ศลิษฏ์อรรถกร ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่าในส่วนของการเตรียมความพร้อมพื้นที่ในการรองรับเขตเศรษฐกิจพิเศษ ปัจจุบันได้มีข้อตกลงกับทางราชการ คือ จะใช้พื้นที่ราชพัสดุที่อยู่ในความดูแลของกองทัพประมาณ 8,000 ไร่ ในพื้นที่รอยต่อ ต.แก่งเสี้ยน และ ต.บ้านเก่า มากำหนดผังเมืองรองรับการจัดตั้งพื้นที่สำหรับการลงทุนและจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม

ประกอบไปด้วยศูนย์ราชการ ศูนย์การอำนวยความสะดวกสำหรับนักลงทุน ศูนย์บริการโลจิสติกส์ รวม 3,000 ไร่ พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมรวม 3,000 ไร่ และพื้นที่คลังสินค้า 1,000 ไร่ ที่เหลือเป็นพื้นที่ที่อยู่อาศัยของแรงงานและสาธารณูปโภคอื่นๆ ซึ่งการนิคมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ได้เข้ามาศึกษาการจัดตั้งพื้นที่สำหรับตั้งนิคมอุตสาหกรรมแล้วว่าพื้นที่ใดมีความเหมาะสมมากที่สุด หลังจากนี้เมื่อเริ่มมีการสร้างสาธารณูปโภคแล้วก็จะเริ่มแบ่งแปลงในการเช่าหรือขายให้กับเอกชนได้ ทั้งนี้ การเกิดขึ้นของพื้นที่เขต เศรษฐกิจพิเศษในกาญจนบุรี โดยใช้จุดเด่นในเรื่องของการมีพื้นที่ชายแดนเชื่อมโยงกับโครงการฯทวายในพม่า ถือว่าเป็นการเปลี่ยนโฉมเศรษฐกิจของกาญจนบุรีในอนาคต เนื่องจากปัจจุบันกาญจนบุรี มีรายได้ส่วนใหญ่มาจากภาคเกษตรและภาคการท่องเที่ยว

โดยพืชเศรษฐกิจส่วนใหญ่เป็นอ้อย และมีโรงงานอ้อนอยู่ในพื้นที่มากถึง 1,600 โรงงาน ขณะที่รายได้ที่สำคัญอีกส่วนหนึ่งมาจาก ภาคการท่องเที่ยวโดยรายได้จากภาคการท่องเที่ยวในกาญจนบุรีเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยปัจจุบันขยายตัวประมาณ20%ต่อเนื่องหลายปีและมียอดนักท่องเที่ยวประมาณ 7 ล้านคนต่อปี  ซึ่งคาดว่าในอนาคตจำนวนนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นอีกหลายล้านคนเมื่อมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน รวมทั้งการก่อสร้างถนน 2 ช่องทางจราจรเชื่อมชายแดนไทยกับพื้นที่เขตเศรษฐกิจทวายในพม่าแล้วเสร็จในอีก 2 -3 ปีข้างหน้า

บุญญะพัฒน์ จันทรอุไร รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่าภาคเอกชนในจังหวัดกาญจนบุรีมีการตื่นตัวพอสมควรในเรื่องการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและการได้รับการประกาศเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนของกาญจนบุรี แต่คาดว่าปัญหาสำคัญของเขตเศรษฐกิจพิเศษกาญจนบุรีที่จะเกิดขึ้นเมื่อมีการลงทุนในอุตสาหกรรมต่างๆตามประเภทกิจการที่ได้รับการส่งเสริมก็คือการขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะแรงงานที่มีฝีมือ โดยในปัจจุบันบางโรงงานที่มีการลงทุนอยู่แล้วก็ไม่สามารถหาแรงงานได้เพียงพอต้องจ้างแรงงานต่างด้าวเพื่อทำการผลิต คาดว่าในเบื้องต้นจะมีการขาดแคลนแรงงานฝีมือในพื้นที่อีกประมาณ 1,000 ตำแหน่ง

อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นและเห็นได้ชัดก็คือการเก็งกำไรราคาที่ดินซึ่งแม้ว่าในความเป็นจริง จ.กาญจนบุรี มีพื้นที่ที่สามารถออกโฉนดซื้อขายอย่างถูกกฎหมายได้เพียง1%แต่มีนักลงทุนจำนวนมากที่หาซื้อเอกสารครอบครองที่ดินสำหรับทำกินซึ่งไม่ใช่ในรูปโฉนด โดยเฉพาะในพื้นที่ที่บริเวณเขตเศรษฐกิจพิเศษ และใกล้กับเส้นทางคมนาคมหลักในจังหวัด โดยในระยะ5ปีที่ผ่านมาที่ดินศักยภาพ เช่นที่ติดถนนใหญ่ ราคาเพิ่มจากไร่ละ 20,000 บาท เป็น 2 ล้านบาทต่อไร่

ซึ่งราคายังอยู่ในระดับสูงแม้จะมีการประกาศเวนคืนที่ดินหรือนำที่ดินราชพัสดุของรัฐมาให้เอกชนเช่าสำหรับลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษแล้วก็ตาม โดยส่วนหนึ่งที่ราคาที่ดินยังสูงอยู่มากนอกจากการเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนราคาที่ดินยังถูกบวกเพิ่มด้วยข่าวการเชื่อมโยงกาญจนบุรีกับโครงการทวายฯด้วย

"กาญจนบุรี อยู่ระหว่างเตรียมพื้นที่ และความพร้อมในการรองรับการลงทุน"

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

 

ข่าวเขตเศรษฐกิจพิเศษ อื่นๆ