Loading

รัฐเดินหน้าหนุนเขตศก.พิเศษเต็มสูบ สระแก้ว พร้อม!รับมือ AEC

วันที่ : 5 กันยายน 2558
รัฐเดินหน้าหนุนเขตศก.พิเศษเต็มสูบ สระแก้ว พร้อม!รับมือ AEC

นับเป็นความมุ่งมั่นและนโยบายสำคัญอันหนึ่งของรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในการปักหมุดประเทศไทยลงแผนที่เศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อสร้างความแข็งแกร่ง ในการผนึกกำลังร่วมกันของกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนบนเวทีการค้าและการลงทุนการให้ความสำคัญกับการจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (SEZs-Special Economic Zones) บริเวณชายแดนของประเทศไทยจึงเกิดขึ้น ที่สำคัญยังเป็นย่างก้าวสำคัญในการเข้าสู่ประตูประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC - ASEAN Economic Community) ในปี 2558 นี้

โดยกลยุทธ์ในการดำเนินการในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน จะช่วยสร้างพื้นที่เศรษฐกิจใหม่เน้นบริเวณชายแดนสำหรับระยะแรก ใช้ประโยชน์จากการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน สนับสนุนกลุ่มรัฐวิสาหกิจขนาดกลางและขนาด ย่อม (SMEs) และการลงทุนต่อเนื่องของไทยในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน ที่สำคัญเป็นการจัดระเบียบพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษชายแดน ช่วยแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายและสินค้าเกษตรที่ลักลอบ จากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามายังฝั่งไทย เป็นการกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และปัญหาความมั่นคงของประเทศบริเวณพื้นที่ที่ กนพ. กำหนดให้เป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน รัฐจะเข้าไปสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน สิทธิประโยชน์ ส่งเสริมการลงทุน การบริหารแรงงานต่างด้าวแบบไป-กลับ การให้บริการจุดเดียวเบ็ดเสร็จ และ การอื่นๆ ที่จำเป็น

นายภัคธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) ครั้งที่ 1/2557 มีการกำหนดพื้นที่ของจังหวัดสระแก้วต่อการให้ภาคเอกชนเข้าไปลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ รวมจำนวน 2 อำเภอ  คือ 1.อำเภออรัญประเทศ 2 ตำบล ได้แก่ ตำบลบ้านด่าน ป่าไร่ และตำบลท่าข้าม 2.อำเภอวัฒนานคร 1 ตำบล ได้แก่ ตำบลผักขะ รวมพื้นที่ 332.0 ตารางกิโลเมตร (207,500 ไร่)

พร้อมกำหนดรายละเอียดของการกำหนดกิจการเป้าหมายในการให้การส่งเสริมการลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจในจังหวัดสระแก้ว ดังนี้ 1.กิจการ เกษตรกรรมและผลิตผลจากการเกษตร 2.อุตสาหกรรมเบา 3.ผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักร และอุปกรณ์ขนส่ง 4.อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 5.เคมีและพลาสติก และ 6.กิจการบริการและสาธารณูปโภค

ส่วนภาพรวมของเศรษฐกิจจังหวัดสระแก้ว มีการค้าชายแดนระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชา ด้วยมูลค่าสูงที่สุดของประเทศ มีตลาดการค้าชาย แดนขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่ หรือตลาดโรงเกลือ และยังเป็นแหล่งอุตสาหกรรมการเกษตร ทั้งใน ส่วนของโรงสีข้าว โรงอบพืช และไซโล รวมไป ถึงอาหาร ห้องเย็น และการแปรรูปพืชพลังงานทดแทน ทั้งมันสำปะหลังและอ้อย ส่วนความเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน ทางกัมพูชามีพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษปอยเปต-โอเนียง อยู่ห่าง จากชายแดนประมาณ 40 กิโลเมตร บนพื้นที่การลงทุน 2,424 ไร่

ด้านนายอดิศักดิ์ เกรียงไกรอุดม อุตสาหกรรมจังหวัดสระแก้ว ชี้แจงถึงภาพรวมอุตสาหกรรมของจังหวัดสระแก้ว ว่า ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2558 มีโรงงานที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการ (สะสม) จำนวนทั้งสิ้น 433 โรงงาน เงินลงทุนรวมประมาณ 14,000 ล้านบาท จำนวนคนงาน 13,260 คน

ส่วนมูลค่าการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา ที่จังหวัดสระแก้ว ระหว่างเดือนมกราคม-พฤษภาคม 2558 มีมูลค่าการลงทุนรวม 35,515.92 ล้าน บาท แยกเป็นการส่งออก 26,180.49 ล้านบาท นำเข้า 9,335.43 ล้านบาท จังหวัดสระแก้ว ได้ดุลการค้า 16,845.06 ล้านบาท ส่วนในปี 2557 ทั้งปี มีมูลค่าการลงทุนรวม 74,771.75 ล้านบาท ส่งออก 59,508.78 ล้านบาท นำเข้า 15,262.97 ล้านบาท สระแก้วได้ดุลการค้ากัมพูชา 44,245.80 ล้านบาท

สินค้าส่งออกที่สำคัญมีมูลค่าการซื้อขายตรงชายแดนไทย-กัมพูชา ในช่วงระหว่างเดือนมกราคมพฤษภาคม 2558 มีดังนี้ 1.เครื่องดื่มที่ไร้แอลกอฮอล์ 2,621.82 ล้านบาท 2.ยานพาหนะอื่นๆ และส่วนประกอบ 2,432.24 ล้านบาท 3.รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 2,194.74 ล้านบาท 4.เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบฯ 1,944.81 ล้านบาท 5.รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ 1,866.25 ล้านบาท 6.เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์และส่วนประกอบ 1,253.85 ล้านบาท 7.ผลิตภัณฑ์เหล็กและเหล็กกล้า 1,248.22 ล้านบาท 8.ผลิตภัณฑ์พลาสติกอื่นๆ 1,161.52 ล้านบาท 9.น้ำมันเบนซิน 1,103.46 ล้านบาท และ 10. เครื่องสำอาง เครื่องหอม และสบู่ 1,096.14 ล้านบาท รวม 10 อันดับดังกล่าว มีมูลค่ารวม 16,858.05 ล้านบาท เมื่อรวมกับสินค้าอื่นๆ อีกทั้งหมด 26,914.44 ล้านบาท รวมมูลค่าการส่งออกของไทยไปกัมพูชา 43,799.49 ล้านบาท

ทั้งนี้ สินค้านำเข้าจากกัมพูชามายังประเทศ ไทยในช่วงเดียวกัน จำนวน 11,050.67 ล้านบาท ทำให้ไทยได้ดุลการค้ากัมพูชาตลอด 5 เดือนแรกของปี 2558 ที่ 32,748.82 ล้านบาท

          ด้านนายสินศักดิ์ ตวงหิรัญวิมล ผู้อำนวยการส่วนบริการศุลกากรด่านศุลกากรอรัญประเทศ กล่าวว่า รัฐบาลจะเดินหน้าการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและด่านศุลกากรตลอด จนสาธารณูปโภคนั้น ในระหว่างปี 2558-2559 ในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษระยะแรก 5 พื้นที่ (ตาก สระแก้ว ตราด มุกดาหาร สงขลา) จำนวน 6 ด่าน ในวงเงิน 10,443 ล้านบาท โดยสระแก้ว ได้งบประมาณถึง 2,112 ล้านบาท

อนึ่ง การจัดหาที่ดินสำหรับการลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ รัฐบาลได้มอบหมายให้กรมธนารักษ์ช่วยจัดให้หน่วยงานของรัฐเข้ามาใช้ประโยชน์ หรือจัดให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศ ไทย (กนอ.) หน่วยงานอื่นๆ ของรัฐหรือเอกชนเช่า ตามระยะเวลาที่กำหนดในหลักเกณฑ์ ซึ่งเส้นทางโรดแมป (Roadmap) ในการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษระยะแรก กำหนดไว้ในปีงบประมาณ 2559-2563

ที่มา : หนังสือพิมพ์สยามธุรกิจ

 

 

 

ข่าวเขตเศรษฐกิจพิเศษ อื่นๆ