Loading

6นักลงทุนยื่นขอบีโอไอ เขตศก.พิเศษ

วันที่ : 10 กรกฎาคม 2558
6นักลงทุนยื่นขอบีโอไอ เขตศก.พิเศษ

ตั้งศูนย์ OSS อำนวยความสะดวกลงทุนชายแดน

"บีโอไอ"เผยทุนไทย 5-6 ราย ยื่นขอเข้าไปลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน จ.ตาก และสระแก้ว ด้านทุนเกาหลี ไต้หวัน ญี่ปุ่น ลุยสำรวจพื้นที่ ยอมรับครึ่งปียอดขอรับการส่งเสริมฯ ต่ำกว่าเป้า ยังมั่นใจทั้งปีถึง 3-3.5 แสนล้าน

นางหิรัญญา สุจินัย เลขาธิการคณะกรรมการ ส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนว่า ในขณะนี้มี ผู้ประกอบการชาวไทย 5-6 รายได้ติดต่อขอรับการส่งเสริมการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน จ.ตาก และสระแก้ว โดยทั้งหมดนี้จะเป็นอุตสาหกรรมเบา กลุ่มผลิตภัณฑ์พลาสติก เฟอร์นิเจอร์ เครื่องตกแต่งบ้าน เครื่องนุ่งห่ม ชิ้นส่วนยานยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์

ในส่วนของนักลงทุนต่างชาติ ล่าสุดได้มี กลุ่มผู้ประกอบการจากประเทศเกาหลีใต้ และไต้หวัน เข้ามาลงพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนแล้ว ส่วนกลุ่มนักลงทุนญี่ปุ่นกำลังจะเข้ามาดูพื้นที่ ซึ่งมั่นใจว่าหลังจากนี้จะมีจำนวนนักลงทุนต่างชาติเข้ามาขอลงทุนในส่วนนี้เพิ่มขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นอุตสาหกรรมอุปโภค บริโภค และชิ้นส่วนต่างๆ รวมไปถึงธุรกิจโลจิสติกส์

สำหรับยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนในรอบ 6 เดือนนั้น ยอมรับว่ายังมีไม่มาก และ ยังต่ำกว่าเป้าที่วางไว้ แต่ทั้งนี้ยังมั่นใจว่ายอด การขอรับการส่งเสริมฯทั้งปีจะถึงตามเป้าหมาย 3-3.5 แสนล้านบาท  ถ้ามองในส่วนอุตสาหกรรม เป้าหมายที่เป็นอุตสาหกรรมไฮเทคโนโลยี รวมทั้ง การตั้งสำนักงานใหญ่ข้ามประเทศ(IHQ)และบริษัทการค้าระหว่างประเทศ(ITC)  มีสัดส่วน สูงถึง 60% ของยอดคำขอรับการส่งเสริมฯ ทั้งหมดซึ่งตรงกับเป้าหมายที่วางไว้ ถือว่า ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง

"บีโอไอมองว่าในช่วงครึ่งปีหลัง เพราะว่า นโยบายการส่งเสริมต่างๆ ของภาครัฐจะสามารถขับเคลื่อนได้อย่างเต็มที่ แต่ทั้งนี้จะต้องจับตาปัจจัยลบที่มาจากความซบเซาของเศษฐกิจโลก แต่ทั้งนี้นักลงทุนต่างชาติส่วนใหญ่ต่างก็มองว่า ไทยยังเป็นประเทศที่น่าลงทุน ประกอบกับนโยบาย ส่งเสริมการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน ก็มีความชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จึงมั่นใจว่ายอดการ ขอรับการส่งเสริมจะถึงเป้า 3-3.5 แสนล้านบาทอย่างแน่นอน"นางหิรัญญา กล่าว

นอกจากนี้ บีโอไอ ยังได้เปิดศูนย์ OSS เป็นส่วนของบริการที่เพิ่มขึ้นของศูนย์ OSOS ซึ่งจะมีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเข้ามาเกี่ยวข้อง เป็นเครือข่ายเพิ่มขึ้น จากเดิมที่มีจำนวน21หน่วยงาน เพิ่มเป็น 38 หน่วยงานจาก14กระทรวง และองค์กรภาคเอกชนอีก9แห่ง เพื่อร่วมเป็นเครือข่ายในการให้ข้อมูลสนับสนุนการดำเนินธุรกิจ เช่น สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันการเงิน เป็นต้น

ศูนย์จะให้คำปรึกษาแนะนำและข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจ การขอใบอนุญาต การรับเรื่องหรือรับคำขอต่าง ๆ เช่น การขอรับส่งเสริมการลงทุน การขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน การจดทะเบียนนิติบุคคล การขอ ใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังเป็นศูนย์ในการให้บริการข้อมูล คำปรึกษาแนะนำตลอดจนเชื่อมโยงและประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อบริการแก่ผู้ที่สนใจลงทุนในกิจการ IHQ และ ITC รวมทั้งการลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ส่วนการบริการด้านข้อมูลการลงทุนในเขต พัฒนาเศรษฐกิจพิเศษนั้น จะมีการประสานความ ร่วมมือกับศูนย์บริการเบ็ดเสร็จในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษทั้ง 10 พื้นที่อย่างใกล้ชิด

โดยกระทรวงและหน่วยงานภาครัฐที่มาร่วมให้บริการที่ศูนย์ OSOS ประกอบด้วย กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงาน สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงแรงงาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงคมนาคม กระทรวงท่องเที่ยว และกีฬา กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ส่วนหน่วยงานเอกชนและรัฐวิสาหกิจ ประกอบด้วย ธนาคารและสถาบันการเงิน การนิคมหรือเขตอุตสาหกรรม การสื่อสารแห่งประเทศไทย และบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เป็นต้น

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

 

ข่าวเขตเศรษฐกิจพิเศษ อื่นๆ