Loading

ชำแหละยากระตุ้นอสังหาฯปลุกกำลังซื้อบ้านพยุงศก.

วันที่ : 26 สิงหาคม 2558
ชำแหละยากระตุ้นอสังหาฯปลุกกำลังซื้อบ้านพยุงศก.

รัฐบาลโดยทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ที่มี สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นแม่ทัพ เตรียมที่จะใช้ยากระตุ้นเศรษฐกิจ ที่กำลังปักหัวให้พลิกฟื้นกลับมา ให้ได้ ซึ่งถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องลงมือทำทันที โดยพุ่งเป้าไปที่การฟื้นกำลังซื้อภาคเกษตร และการเร่งกระจายการลงทุนไปยังภูมิภาค คาดว่า รองนายกฯ สมคิดจะเร่งจัดชุดยากระตุ้นเสนอคณะรัฐมนตรี ในเร็ววันนี้

หนึ่งในมาตรการที่กำลังลุ้นกันว่าจะได้อยู่ในชุดยากระตุ้นเศรษฐกิจด้วยหรือไม่ นั่นคือ มาตรการกระตุ้นภาคธุรกิจอสังหาฯ ซึ่งที่ผ่านมา ผู้ประกอบการอสังหาฯ ได้พยายามส่งข้อมูลให้รัฐบาลรับทราบถึง ปัญหาที่เกิดขึ้นกับภาคอสังหาฯ ซึ่งเกี่ยวโยงกับภาคเศรษฐกิจโดยรวม และเสนอแนะให้ใช้ธุรกิจอสังหาฯ เป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะเป็นธุรกิจที่สามารถสร้าง Multiplier effect สูง จากธุรกิจเกี่ยวเนื่องที่เป็นห่วงโซ่อุปทานอยู่มากมายหลายชั้น

อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอของเอกชนที่ส่งผ่านไปให้ทีมเศรษฐกิจชุดก่อนกลับไม่เป็นผล อาจจะด้วยแนวนโยบายที่รัฐบาลเลือกใช้ และ ที่สำคัญ ความเห็นของผู้ประกอบการที่ยังไม่ตกผลึก เพราะข้อมูลในมือรัฐบาลที่ได้จากบริษัทรายใหญ่ยืนยันว่า ธุรกิจอสังหาฯ ยังเติบโตได้ดี แม้เศรษฐกิจจะยังชะลอตัว แต่ถึงกระนั้น ข้อมูลดังกล่าวก็ถึงมือสมคิด ในฐานะที่ปรึกษาเศรษฐกิจและ รองประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของ คสช.ในขณะนั้นด้วยเช่นกัน

รายงานจากกระทรวงการคลัง ระบุว่า ก่อนที่รองนายกฯ สมคิด จะเข้ารับตำแหน่งคุมทีมเศรษฐกิจ ได้เชิญเอกชนภาคอสังหาฯ เช่น บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท บริษัทศุภาลัย บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค รวมทั้งศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์เข้าไปให้ข้อมูลธุรกิจอสังหาฯ ซึ่งภาคเอกชนยืนยันว่า ภาพรวมของตลาดอยู่ในภาวะชะลอตัว โดยเฉพาะตลาดในต่างจังหวัดได้ตกลงอย่างหนัก จากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ และปัญหาภัยแล้ง อย่างไรก็ตาม บริษัทอสังหาฯ รายใหญ่ยังมีการเติบโต

นอกจากนี้ ยังได้เสนอให้พิจารณาใช้มาตรการกระตุ้นที่เคยใช้มาแล้ว ได้แก่ การลดค่าธรรมเนียมการโอน ลดค่าจดจำนอง ลดภาษีธุรกิจเฉพาะ การอุดหนุนดอกเบี้ยต่ำ ระยะเวลาคงที่ รวมถึงการพิจารณาส่งเสริมการลงทุนบ้านสำหรับผู้มีรายได้น้อย เป็นต้น ซึ่งในครั้งนั้น สมคิดที่กำลังจะเข้ามาเป็นรอง นายกฯ คุมเศรษฐกิจก็ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธแต่อย่างใด

ขณะเดียวกัน ตัวแทนจาก 3 สมาคมในธุรกิจอสังหาฯ ได้แก่ สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และสมาคมอาคารชุดไทย ก็ได้เสนอผ่านทางกระทรวงการคลังให้ใช้มาตรการกระตุ้น อสังหาฯ เช่นกัน เพราะเห็นว่าภาวะเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว หากปล่อยต่อไปในไตรมาส 3-4 สถานการณ์จะทรุดหนักลงไปอีก ซึ่งทาง 3 สมาคมเห็นว่า ควรจะมีการกระตุ้น กำลังซื้อบ้านโดยการลดค่าโอนลดค่าจดจำนอง และใช้ดอกเบี้ย ต่ำ เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อ โดยจำกัดวงเงินสำหรับบ้านราคา 2 ล้านบาทแรก แต่สำหรับภาษีธุรกิจเฉพาะที่ผู้ประกอบการจะได้ประโยชน์นั้น เอกชนเห็นว่าไม่จำเป็นต้องลดหย่อนให้ เพราะจะเน้นการช่วยเหลือผู้ซื้อบ้านเป็นหลัก

ทั้งนี้ ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลมักจะหยิบมาตรการกระตุ้นภาคธุรกิจอสังหาฯ มาใช้ เพื่อช่วยขับเคลื่อนในเกือบทุกครั้งที่ภาวะเศรษฐกิจมีปัญหาชะลอตัว ซึ่งที่ผ่านมาก็ถือว่าได้ผลในระดับหนึ่งจึงเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ใช้มาอย่างต่อเนื่อง เพราะการลดค่าโอน จดจำนอง และภาษีธุรกิจเฉพาะ รัฐไม่จำเป็นต้องควักเงินในการอุดหนุน เพียงแต่รัฐจะสูญเสีย รายได้จากภาษีส่วนหนึ่งไป แต่ก็ได้คืนกลับมาหากประชาชนมีการ ซื้อ-ขายบ้านในจำนวนที่มากขึ้น ซึ่งจะเกิด Multiplier effect ไปยังหลายธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ยกเว้นการอุดหนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ที่ต้องใช้งบประมาณรัฐลงไปอุดหนุน

ทั้งนี้ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจก็รู้ประโยชน์จากการใช้มาตรการ กระตุ้นอสังหาฯ เป็นอย่างดี เพราะในสมัยที่ร่วมรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่า การกระทรวงการคลัง ก็ได้นำมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ มาใช้ เพื่อกระตุ้นตลาดและภาวะเศรษฐกิจที่ยังล้มลุกคลุกคลาน หลังผ่านวิกฤตเศรษฐกิจมาได้ไม่นานนัก นอกจากนี้ยังมีส่วนร่วมผลักดันให้เกิดศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ การตั้งสภาที่อยู่อาศัย รวมถึงการกระตุ้นตลาดบ้านมือสอง สิ่งเหล่านี้ล้วนแสดงให้เห็นว่า สมคิดเข้าใจลึกซึ้งกับธุรกิจอสังหาฯ เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจำกัดด้านการใช้งบประมาณและการ จัดเก็บรายได้ รวมถึงเป้าหมายในการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เน้นประชาชนรากหญ้าในภาคเกษตรกรรม และกระจายการลงทุนไปสู่ภูมิภาค โดยเฉพาะในหัวเมืองเศรษฐกิจสำคัญและเมืองเศรษฐกิจพิเศษ จึงอาจจะทำให้การกระตุ้นภาคอสังหาฯ ยังไม่ใช่ความจำเป็นเร่งด่วนที่สุด จึงอาจจะไม่ได้อยู่ในยาชุดแรกที่จะใช้กระตุ้นเศรษฐกิจก็อาจเป็นได้ หรือแม้ว่ารัฐบาลจะสนใจใช้บริการจากมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ มา กระตุ้นเศรษฐกิจจริง ก็ต้องเล่นบท ลับ ลวง พราง เอาไว้ก่อน เพราะหากประชาชนรับรู้ข่าวก็อาจจะมีปัญหาให้เกิดภาวะชะลอโอนเพื่อรอมาตรการ ซึ่งจะกลายเป็นการ ซ้ำเติมธุรกิจยิ่งขึ้นไปอีกก็เป็นได้ เช่นกัน

แม้เวลานี้จะยังไม่ฟันธงลงไปได้ชัดว่า รัฐจะใช้มาตรการกระตุ้น อสังหาฯ ด้วยหรือไม่ แต่สิ่งหนึ่ง ที่หลายฝ่ายเป็นห่วงและต้องการให้รัฐบาลทำ คือ หากจะใช้มาตรการกระตุ้นควรจะต้องช่วยเหลือประชาชนให้มีโอกาสซื้อบ้านเพื่ออยู่อาศัยอย่างแท้จริง อย่าให้มาตรการกลายเป็นเครื่องมือสำหรับนักเก็งกำไร หรือนักลงทุน ซื้อปล่อยเช่า และไม่ทำให้สภาพตลาดเกิดอาการ บิดเบี้ยว หรือก่อให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา อย่างเช่น ก่อให้เกิดซัพพลายใหม่จนนำไปสู่ภาวะล้นตลาดได้

ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

 

 

 

ข่าว reic จากสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ