Loading

เอกชนนิ่ง!ลุยงานปกติ ชี้เหตุบึ้มกระทบระยะสั้น

วันที่ : 19 สิงหาคม 2558
เอกชนนิ่ง!ลุยงานปกติ ชี้เหตุบึ้มกระทบระยะสั้น

เอกชนนิ่ง! ผู้ประกอบการราชประสงค์เปิดให้บริการลูกค้าตามปกติ พร้อมยกระดับความปลอดภัยเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ระบุประสานงานเจ้าหน้าที่ล่าคนร้ายเต็มที่ ด้าน ปตท.แนะรัฐเร่งฟื้นความเชื่อมั่น ขณะที่ผู้ประกอบการด้าน อสังหาฯ เชื่อกระทบแค่ระยะสั้น แต่หวังไม่เกิดเหตุ ซ้ำเติมกระทบความเชื่อมั่นอีก

รายงานข่าวจากสมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ (RSTA) แจ้งว่า ด้วยสถานการณ์เกี่ยวกับเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ วันที่ 17 สิงหาคม 2558 ณ เวลา 19.00 น. ที่ผ่านมาว่าขณะนี้ทางสมาคมฯได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการให้ข้อมูลอันเป็นผลดีต่อภาครัฐในการติดตาม ผู้กระทำความผิดในครั้งนี้ ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสมาชิกภายในย่าน ทางสมาคมฯ กำลังอยู่ในระหว่างการเก็บรวบรวมข้อมูล และประเมินความเสียหาย

ทั้งนี้ ศูนย์การค้าต่างๆ ภายในย่านยังคงเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวและลูกค้าตามปกติ ตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม 2558 ดังนี้  1. ศูนย์การค้าเกษร เปิดทำการปกติ 10.00- 20.00 น.  2. ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เปิดทำการปกติ 10.00-22.00 น. 3. ศูนย์การค้าอัมรินทร์ พลาซ่า เปิดทำการปกติ 10.00- 20.00 น. และ 4. ศูนย์การค้าเอราวัณ แบงค็อก เปิดทำการปกติ เวลา 10.00-21.00 น.

ส่วนความเสียหายนั้น รั้วศาลท่านท้าวมหาพรหมจะได้รับความเสียหาย แต่สำหรับ องค์ท่านท้าวมหาพรหม นั้นไม่ได้รับความชำรุดเสียหายแต่ประการใด ซึ่งงดการเปิดให้ประชาชนเข้าสักการะในวันที่ 18 สิงหาคม 2558 และจะเปิดตามปกติในวันที่ 19 สิงหาคม 2558 เวลา 06.00-22.00 น. ทั้งนี้ ย่าน ราชประสงค์ร่วมกับมูลนิธิท่านท้าวมหาพรหม ได้เร่งดำเนินการซ่อมแซมรั้วและบริเวณโดยรอบศาลฯ ส่วนเส้นทางจราจรโดยรอบแยกราชประสงค์นั้น สามารถใช้สัญจรได้ตามปกติทุกเส้นทางในเวลา 12.30 น. เป็นต้นไป

ทางสมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์และสมาชิกได้เพิ่มระบบความรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง โดยประสานกับสมาชิกทั้งหมดในการตรวจรักษาความปลอดภัย ทั้งมาตรการตรวจค้นรถยนต์ที่เข้าออกอาคาร ห้ามจอดรถค้างคืน ตรวจค้นสัมภาระบุคคลทุกทางเข้าออกของอาคารที่เปิดให้บริการ สำหรับทางเดินลอยฟ้าและบนพื้นถนน พร้อมทั้งได้จัด เจ้าหน้าที่สายตรวจเดินเท้าตรวจตราตลอดเส้นทาง 24 ชั่วโมง และเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้งย่านฯ มากขึ้นอีก 25%

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็น กล่าวว่า จากเหตุการณ์ความไม่สงบ บริเวณแยกราชประสงค์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ยังเปิดปกติ วันอังคารที่ 18 ตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น.  โดยช่วงเช้าจะมีการปิดถนนพระราม 1 ตั้งแต่แยกอังรีดูนังต์ถึงถนน ราชประสงค์ และแยกราชประสงค์ทุกด้าน จนถึงเวลา 12.00 น.

บริษัทฯ ได้เพิ่มความเข้มงวดของมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยใช้จำนวนเจ้าหน้าที่เต็มกำลังเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจค้นบุคคล ณ จุดติดตั้งเครื่องสแกนอาวุธ และวัตถุต้องสงสัยที่บริเวณทางเข้าออก ทุกจุดของศูนย์ฯ ตรวจค้นยานพาหนะอย่างเข้มงวด ร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการรักษาความปลอดภัยรวมถึงอำนวยความสะดวกในการใช้อุปกรณ์รักษาความปลอดภัยอย่างเต็มที่ เช่นกล้อง CCTV ทั้งภายนอกและภายในอาคาร มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตรวจตราดูแลอย่างครอบคลุมทั่วพื้นที่ของศูนย์การค้า และพื้นที่โดยรอบศูนย์ฯ รวมถึงสกายวอล์กอีก ด้วย

นางสาววารุณี กิจเจริญพูลสิน ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาราชดำริ เปิดบริการตามปกติตั้งแต่ 09.00 น. เบื้องต้นมีนักท่องเที่ยวและคนไทยเข้ามาใช้บริการแม้จะมีการปิดถนนบริเวณหน้าห้างซึ่งกระทบต่อการเดินทาง คาดว่าสถานการณ์ทุกอย่างจะเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วเพราะบิ๊กซีได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยเป็นพิเศษ โดยบิ๊กซีได้ทำการสื่อสารไปยังลูกค้าทั้งไทยและต่างชาติผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย

นายอรรณพ อมาตยกุล ผู้อำนวยการฝ่ายป้องกันการสูญหาย บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าบิ๊กซี  สาขา ราชดำริ เพิ่มการดูแลความปลอดภัยของสาขา ดังนี้ เพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทั้งภายในและนอกห้าง จัดให้มีเจ้าหน้าที่ประจำจุดต่างๆ ในห้างและเพิ่มความถี่ในการเดินตรวจตราทุกจุดอย่างเข้มงวด เช่น ห้องน้ำ ถังขยะ เป็นต้น ตรวจสอบการใช้งานของกล้อง CCTV ในสาขา และยืนยันว่ากล้องทุกตัวใช้งานได้อย่างดี ตรวจสอบประตูเปิดปิดอัตโนมัติของห้างหากมีเหตุการณ์ไม่ปกติ ประตูนิรภัยดังกล่าวจะปิดล็อกอัตโนมัติเพื่อรักษาความปลอดภัย ปรึกษาพร้อมประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้สาขาอย่างใกล้ชิด

ปตท.แนะรัฐเร่งฟื้นเชื่อมั่น

นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธาน เจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เผยว่าจากเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์เมื่อเวลา 19.00 น. ของวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา ทาง ปตท.ได้สั่งยกระดับการรักษาความปลอดภัยทั้งสถานีบริการน้ำมันและคลังน้ำมันและก๊าซฯทั่วประเทศ ซึ่งเหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบภาพรวมต่อเศรษฐกิจประเทศ เนื่องจากเศรษฐกิจไทยต้องพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยว ส่วนจะกระทบมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับภาครัฐที่จะออกนโยบายเพื่อเรียกความเชื่อมั่นได้หรือไม่ เหมือนกับเกาหลีที่มีเกิดโรคไวรัสเมอร์ส ทำให้นักท่องเที่ยวหายไปแต่เมื่อเหตุการณ์สิ้นสุดลงรัฐบาลเกาหลีก็ออกมาตรการกระตุ้นการท่องที่ยว

นอกจากนี้ ภาครัฐต้องมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมหภาคโดยเฉพาะเศรษฐกิจรากหญ้าให้กลับมาเข้มแข็ง หลังจากประสบปัญหาภัยแล้ง ราคาพืชผลการเกษตรไม่ดี

ภาคอสังหาฯเชื่อเหตุระเบิดกระทบระยะสั้น

ด้านนายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวถึงเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นว่า จะส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระยะสั้น จากการขาดความเชื่อมั่นของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุน และเก็งกำไร อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงเชื่อว่าจะยังคงซื้อต่อไป เพราะเป็นความจำเป็น และเป็นการซื้อระยะยาว หากเป็นคอนโดมิเนียมกว่าจะได้อยู่อาศัยอีก 2-3 ปีจนกว่าโครงการจะก่อสร้างแล้วเสร็จ หากผู้บริโภคมั่นใจรายได้ในอนาคตก็เชื่อว่าจะยังซื้อที่อยู่อาศัย ส่วนตลาดอาคารสำนักงานจะไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากเป็นสัญญาเช่าระยะยาว ขณะที่ตลาดโรงแรมอาจได้รับผลกระทบจากการที่นักท่องเที่ยวลดลง

"ประเทศไทยผ่านความบอบช้ำทางการเมืองเหตุระเบิดรายวัน การเผาบ้านเผาเมืองในช่วงที่การเมืองไม่สงบมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน จึงเชื่อว่าจะสามารถผ่านเหตุการณ์นี้ไปได้ และหากรัฐบาลสามารถฟื้นความเชื่อมั่นได้เร็ว เช่น คลีคลายคดี หรือสามารถจับคนร้าย รู้กลุ่มที่วางระเบิด สร้างความเชื่อมั่นถึงระบบรักษาความปลอดภัยก็เชื่อว่าจะสามารถเรียกความเชื่อมั่นทั้งจากนักท่องเที่ยว นักลงทุนและประชาชนได้ ส่วนตลาดคอนโดมิเนียมในเมืองเชื่อว่าจะไม่ได้รับผล กระทบมากนัก เพราะโครงการส่วนใหญ่ที่อยู่ระหว่างการขายตั้งอยู่ห่างจากจุดเกดุเหตุค่อนข้างมาก"

หวังไม่มีเหตุการณ์ซ้ำเติม

นายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า เหตุการณ์ระเบิดเชื่อว่ามีผลกระทบระยะสั้น สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ในแง่ของความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลง และอาจทำให้ชะลอการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยออกไป บวกลบประมาณ 1 เดือน หากไม่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นซ้ำ  ในอนาคตอย่างไรก็ต้องซื้อ เพราะที่อยู่อาศัยเป็นสิ่งจำเป็น  และปัจจุบันผู้ซื้อส่วนใหญ่จะเป็นผู้ซื้ออยู่อาศัยจริง ขณะที่ซื้อเพื่อการเก็งกำไร และลงทุนเพื่อปล่อยเช่า มีจำนวนลดลงไปมาก นับตั้งแต่เศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้จะมีความอ่อนไหวต่อเหตุการณ์มากกว่า

อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมที่ได้รับผล กระทบมาก คือ ภาคการท่องเที่ยว ห้างสรรพสินค้า แหล่งบันเทิง เหตุการณ์ระเบิดย่อมสร้างความตกใจ ทำให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจชะลอการเดินทาง รวมทั้งทำให้ผู้บริโภคไม่กล้าเดินทางไปในแหล่งชุมชน

นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย และกรรมการผู้จัดการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า อุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบในทันทีคือภาคการท่องเที่ยว ทำให้นักท่องเที่ยวไม่กล้าเดินทางมาไทย ซึ่งหากไม่มีเหตุการณ์รุนแรงซ้ำขึ้นมาอีก หรือรัฐบาลสามารถเรียกความเชื่อมั่นขึ้นมาได้ ภาคการท่องเที่ยวก็อาจได้รับผลกระทบในระยะสั้นเท่านั้น แต่หากการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบระยะยาวก็จะส่งผลต่อภาวะเศรษฐกิจ และส่งผลต่อเนื่องยังภาคธุรกิจอื่นได้

ส่วนภาคอสังหาฯ อาจได้รับผลกระทบหากการท่องเที่ยวชะลอตัวเป็นเวลานาน แต่เชื่อว่าตลาดอสังหาฯจะไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะกำลังซื้อส่วนใหญ่เป็นการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง ส่วนการที่จุดเกิดเหตุอยู่ย่านกลางเมือง ก็เชื่อว่าไม่ทำให้คนเลิกซื้อคอนโดฯในเมือง หรือแนวรถไฟฟ้า เพราะทำให้สะดวกสบายในการเดินทาง

ที่มา : ASTV ผู้จัดการรายวัน

 

 


 

ข่าว reic จากสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ