Loading

ธุรกิจจี้รัฐสร้างความเชื่อมั่นหวั่นทุบท่องเที่ยว – เศรษฐกิจ

วันที่ : 19 สิงหาคม 2558
ธุรกิจจี้รัฐสร้างความเชื่อมั่นหวั่นทุบท่องเที่ยว – เศรษฐกิจ

ภาคธุรกิจห่วงสถานการณ์ระเบิดบริเวณแยกราชประสงค์กระทบความเชื่อมั่นผู้บริโภคฉุดตลาดชะลอตัวหนัก จากเดิมคาดหวังกำลังซื้อและเศรษฐกิจจะกลับมาฟื้นตัวในครึ่งปีหลังนี้

          ไพบูลย์ กนกวัฒนาวรรณ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวคงปฏิเสธไม่ได้ว่าน่าจะส่งผลถึงจำนวนนักท่องเที่ยวที่ต้องลดลง เนื่องจากย่านราชประสงค์เป็นย่านธุรกิจการค้า การชอปปิงที่สำคัญ

"สิ่งสำคัญขณะนี้ คือการสร้างความ เชื่อมั่นทั้งในและต่างประเทศให้เร็วที่สุด  ทั้งในเรื่องของมาตรการป้องกันที่จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำ และเร่งเยียวยาผู้บาดเจ็บ เสียชีวิต ให้นานาประเทศได้เห็น"

สำหรับ มาตราการรักษาความปลอดภัยของห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้าในกลุ่มเดอะมอลล์ กรุ๊ป ได้ปรับระดับรักษาความปลอดภัยเป็นระดับ A ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยกำลังพนักงานรักษาความปลอดภัยกว่า 150 นาย กลางวันกว่า 200 นายต่อสาขา ทั้งในและนอกเครื่องแบบ มีสุนัขตำรวจเข้ามาช่วยดูแลเพิ่มขึ้น ตรวจเข้มบริเวณมุมอับ ถังขยะ และมีการตั้งเต้นท์ด้านหน้าเพื่อรับแจ้งเหตุ ประสานงาน และตรวจเข้มกระเป๋า และรถยนต์เข้าออกอย่างละเอียด

ทั้งนี้ กิจกรรมการตลาด และรายการส่งเสริมกาขายภายในห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า ยังคงดำเนินการตามปกติไม่มีการยกเลิกงานแต่อย่างใด

ปิยวรรณ ลีละสมภพ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด กล่าวว่า ต้องยอมรับ ว่าขณะนี้ลูกค้าชาวไทยและนักท่องเที่ยว ต่างชาติ "สะดุด" บ้าง

"เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่อยากให้มองเป็นด้านลบ เพราะเรายังคงเชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะควบคุมสถานการณ์ได้ และสามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจให้เป็นไปตามแผนได้เหมือนเดิม"

ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย และกรรมการผู้จัดการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า อุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบในทันที คือ ภาคการท่องเที่ยว ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่กล้าเดินทางมาไทย

"หากไม่มีเหตุการณ์รุนแรงซ้ำ หรือรัฐบาลสามารถเรียกความเชื่อมั่นขึ้นมาได้ ภาคการท่องเที่ยวอาจได้รับผลกระทบในระยะสั้น"

ทั้งนี้ แม้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่หากการท่องเที่ยวไทยได้รับผลกระทบ "ระยะยาว" ย่อมส่งผลต่อภาวะเศรษฐกิจ ครึ่งปีหลังไม่ฟื้นตัวตามคาดการณ์

อย่างไรก็ตาม จากปัจจัยลบดังกล่าว  ผู้ประกอบการอสังหาฯ จะต้องดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวัง ทั้งในเรื่องการลงทุน การเปิดโครงการใหม่ พร้อมปรับกลยุทธ์ ให้ความสำคัญต่อการโอนกรรมสิทธิ์ เพื่อให้มีกระแสเงินสดหมุนเวียนในบริษัท เพื่อรักษาความเข้มแข็งทางการเงิน และฐานเงินทุน รองรับภาวะเศรษฐกิจที่อาจไม่ฟื้นตัวตามคาดการณ์

อธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า เหตุการณ์ระเบิดบริเวณแยกราชประสงค์ เบื้องต้นมีผลกระทบระยะสั้นต่อภาคอสังหาฯ ในแง่ "ความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลง" อาจชะลอการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย ประมาณ 1 เดือน หากไม่มีเหตุการณ์ซ้ำ

"อุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบมาก คือ ภาคการท่องเที่ยว ห้างสรรพสินค้า แหล่งบันเทิง เหตุการณ์ระเบิดย่อมสร้างความตกใจ ทำให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจชะลอการเดินทาง ขณะที่ผู้บริโภคไม่กล้าเดินทางไปในแหล่งชุมชน"

สำหรับภาพรวมอสังหาฯ ไตรมาส 3 ยังไม่ดีขึ้น การขายโครงการในส่วนของบ้านจัดสรรยังมีความเคลื่อนไหว แต่คอนโดมิเนียม การขายค่อนข้างช้า เพราะช่วงครึ่งปีแรกได้มีการดูดซับดีมานด์ไปแล้วค่อนข้างมาก จากการเร่งเปิดตัวโครงการใหม่ ขณะที่ตลาดต่างจังหวัด ไม่ดีขึ้นเช่นกัน อัตราการขายน้อยลงมาก โดยเฉพาะคอนโดแทบไม่มียอดการซื้อขาย โครงการบ้านจัดสรร มียอดขายน้อยลงมาก จากผลกระทบราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ปัญหาภัยแล้ง ทำให้ผลผลิตสินค้าเกษตรและเม็ดเงินหมุนเวียนในภูมิภาคลดลง

สัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า ธุรกิจอสังหาฯ ได้รับผลกระทบระยะสั้นจากปัญหาความ เชื่อมั่นผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุน และเก็งกำไร หายไปจากตลาด หลังลดลงมากแล้วในช่วงที่ผ่านมา

สำหรับ กลุ่มผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง เชื่อว่าจะยังคงซื้อที่อยู่อาศัยต่อไปจากความจำเป็นหลายๆ ประการที่ต้องการที่อยู่อาศัย นอกจากนี้ การซื้อที่อยู่อาศัย เป็นการมองอนาคตระยะยาวกว่าจะได้อยู่อาศัยอีก 2-3 ปี ขณะที่ตลาดอาคารสำนักงานไม่ได้รับผล กระทบเพราะเป็นสัญญาเช่าระยะยาว ส่วนตลาดโรงแรมอาจได้รับผลกระทบจาก นักท่องเที่ยวที่ลดลง ขณะที่ตลาดคอนโด ในเมือง เชื่อว่าจะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เพราะโครงการที่อยู่ระหว่างการขายส่วนใหญ่ตั้งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุค่อนข้างมาก

"เชื่อว่าไทยจะสามารถผ่านเหตุการณ์นี้ไปได้ ยิ่งหากรัฐบาลสามารถฟื้นความเชื่อมั่นได้เร็ว ด้วยการคลี่คลายคดี สร้างความ เชื่อมั่นในระบบรักษาความปลอดภัย เชื่อว่า จะเรียกความเชื่อมั่นจากนักท่องเที่ยว  นักลงทุน และประชาชนได้"

'ห้าง-ศูนย์การค้า'เข้มมาตรการปลอดภัย

สถานการณ์ระเบิดบริเวณแยกราชประสงค์ ทำให้ผู้ประกอบการต้องเข้มงวดมาตรการรักษาความปลอดภัย พร้อมประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของพนักงาน และลูกค้าที่ใช้บริการ

สมาคมผู้ประกอบการวิสาหกิจในย่าน ราชประสงค์ (RSTA) ระบุว่า สมาคมฯ ได้เพิ่มระบบความรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง โดยประสานกับสมาชิกทั้งหมดในการตรวจรักษาความปลอดภัย ทั้งมาตรการตรวจค้นรถยนต์ที่เข้าออกอาคาร ห้ามจอดรถค้างคืน  การตรวจค้นสัมภาระบุคคลทุกทางเข้าออกของอาคาร ที่เปิดให้บริการ สำหรับทางเดินลอยฟ้าและบนพื้นถนน พร้อมจัดเจ้าหน้าที่สายตรวจเดินเท้าตรวจตราตลอดเส้นทาง 24 ชั่วโมง และเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทั้งย่านราชประสงค์อีก 25%

โดยสมาคมฯ เชื่อมั่นในการดำเนินงานของภาครัฐ ในการนำย่านราชประสงค์ให้กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด โดยขอให้นักท่องเที่ยวมีความมั่นใจในการกลับมาท่องเที่ยวและใช้บริการภายในย่าน

ณัฐพงษ์ กิจนิจชีวะ ผู้อำนวยการใหญ่อาวุโสปฏิบัติการ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวถึงมาตราการ ความปลอดภัยของห้างสรรพสินค้าในกลุ่มเดอะมอลล์ว่า  ได้ปรับระดับความปลอดภัยเป็น "ระดับ A" มีการดูแลความปลอดภัย 24 ชม. ในช่วงเวลา กลางคืนเพิ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกว่า 150 นาย ต่อสาขา ในช่วงกลางวันเพิ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 200 นายต่อสาขา มีการ สั่งการแม่บ้านทำความสะอาด รวมถึงพนีกงาน ดูแลถังขยะ และมุมอับต่างๆ ประสานงานสุนัขตำรวจมาช่วยดูแลความปลอดภัยเพิ่มเติม

มีการจัดตั้งมีการตั้งเต็นท์อำนวยการด้านหน้าห้าง มีเจ้าหน้าที่รับแจ้งเหตุประจำ มีการตรวจรถยนต์เข้าออกอย่างเข้มงวด มีการตรวจกระเป๋าลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ รวมถึงมีการประเมินสถานการณ์ และประสานงานกับ เจ้าหน้าที่ ตลอดเวลา ทำให้ทุกคนมั่นใจได้ว่าทุกคนจะมีความปลอดภัยเมื่อมาใช้บริการ

วารุณี กิจเจริญพูลสิน ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)  กล่าวว่า บิ๊กซีได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยเป็นพิเศษ และเชื่อมั่นในการรักษาความปลอดภัยของภาครัฐ เชื่อว่าสถานการณ์ทุกอย่างน่าจะกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว  ซึ่ง บิ๊กซีได้ทำการสื่อสารไปยังลูกค้าทั้งไทยและต่างชาติผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย

โดย บิ๊กซี สาขาราชดำริ ได้เพิ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้งภายในและนอก เพิ่มความถี่ในการเดินตรวจเข้มงวด ตรวจสอบการใช้งานของกล้องซีซีทีวี ประตูเปิดปิดอัตโนมัติที่สามารถปิดล็อคอัตโนมัติเมื่อเกิดเหตุ

ขณะที่ กลุ่มบริษัท สยามพิวรรธน์ เจ้าของ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ พาราไดซ์พาร์ค และโครงการไอคอนสยาม ระบุว่า วิกฤติการณ์ครั้งนี้ จะผ่านพ้นด้วยดีจากความร่วมมือของทุกฝ่าย ด้วยทัศนคติเชิงบวกในการขับเคลื่อนประเทศไทยเป็นหนึ่งในใจของผู้คนทั่วโลกที่อยากมาเยี่ยมเยือนเช่นเคย

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

 

ข่าว reic จากสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ