Loading

ธนารักษ์ เดินหน้าพัฒนาที่ดินหมอชิต

วันที่ : 17 กรกฎาคม 2558
ธนารักษ์ เดินหน้าพัฒนาที่ดินหมอชิต

เผยตกลง"บางกอก  เทอร์มินอล" ลงตัว

กรมธนารักษ์ มั่นใจพัฒนาที่ดินหมอชิตเดินหน้าปีนี้ หลังเจรจา "บางกอกเทอร์มินอล" วางรูปแบบโครงการ เตรียมหารือผลตอบแทนก่อนเสนอ ครม. อนุมัติ

นายจักรกฤศฎิ์ พาราพันธกุล อธิบดีกรมธนารักษ์เปิดเผยความคืบหน้าโครงการพัฒนาที่ดินราชพัสดุบริเวณหมอชิตว่า ขณะนี้ กรมธนารักษ์ ได้เจรจาข้อตกลงเกี่ยวกับรูปแบบการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวกับ บริษัท บางกอกเทอร์มินอล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทคู่สัญญาเดิมเรียบร้อยแล้ว

ขั้นตอนจากนี้ จะเป็นกระบวนการเจรจาเรื่องมูลค่าและผลตอบแทนโครงการ โดยคณะกรรมการที่ทำหน้าที่ในการเจรจามูลค่าและ ผลตอบแทน มี นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน จะร่วมประชุมเพื่อสรุปแนวทางในเร็วๆ นี้ จากนั้นจะนำเสนอเข้าสู่การอนุมัติของคณะรัฐมนตรี (ครม.)

หากคณะกรรมการชุดนี้เจรจาสรุปดังกล่าวได้ โครงการหมอชิตจะเริ่มต้นได้เร็วภายในปีนี้ ซึ่งกรมธนารักษ์ ต้องการให้โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นโดยเร็ว เพราะเป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาที่ดินราชพัสดุเชิงพาณิชย์ของกรมธนารักษ์เป็นหนึ่งในโครงการลงทุนของภาครัฐ ที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่โครงการนี้ มีความล่าช้ามานานหลายสิบปี

"ตอนนี้ ธนารักษ์กับภาคเอกชน สามารถตกลงรูปแบบการพัฒนาโครงการกันได้แล้ว โดยพื้นที่ ที่จะพัฒนาเหลือประมาณ 8 แสนตารางเมตร จากเดิม 9 แสนตารางเมตร ส่วนที่หายไป 1 แสน ตารางเมตร  ขสมก.ขอพัฒนาเอง ซึ่งตกลงกันได้"

สำหรับมูลค่าโครงการคาดเพิ่มขึ้นจากเดิม ประมาณการไว้ราว 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นมูลค่าโครงการที่ตกลงกับภาคเอกชนในช่วงหลายสิบปีก่อนหน้า แต่ขณะนี้เศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไป ทำให้มูลค่าโครงการต้องเพิ่มขึ้น

สำหรับสาเหตุที่กรมธนารักษ์ ทำการเจรจาพัฒนาพื้นที่กับ บริษัท บางกอกเทอร์มินอล จำกัด เพราะตามกฎหมายแล้ว สัญญาเดิม กับบริษัทดังกล่าว ยังมีผลผูกพัน ทำให้ไม่สามารถเปิดโอกาสให้บริษัทรายอื่นเข้าพัฒนาพื้นที่ได้

ทั้งนี้ รูปแบบของโครงการจะเป็นอาคารสูง ประกอบด้วย พื้นที่เชิงพาณิชย์ ที่พักอาศัย ที่จอดรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน และสถานีขนส่งมวลชน ซึ่งตามเงื่อนไขเดิมกรมขนส่งทางบก ต้องย้ายสถานีขนส่งสายเหนือ และตะวันออกเฉียงเหนือ กลับมาอยู่ภายใต้โครงการนี้  จากก่อนหน้า ได้ย้ายไปอยู่บริเวณถนนกำแพงเพชร เพื่อเปิดพื้นที่ให้โครงการพัฒนาที่ดินหมอชิตได้ทำการก่อสร้าง

โครงการพัฒนาที่ดินบริเวณขนส่งหมอชิตเก่า ซึ่งเป็นพื้นที่ใจกลางเมือง มีขนาด 63 ไร่ กรมธนารักษ์ ได้ยกสัมปทานให้ บริษัท ซันเอทเตส จำกัด  ซึ่งภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น บางกอกเทอร์มินอล เมื่อวันที่ 8 ส.ค.2539 โดยมีแผนพัฒนาโครงการเป็นศูนย์ระบบขนส่งจราจร และเป็นอาคารเชิงพาณิชย์ มูลค่าโครงการขณะนั้น 1.97 หมื่นล้านบาท

โดยสัญญาสัมปทานกำหนดให้ผู้ได้รับสัมปทานต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการจัดประโยชน์ ให้แก่กรมธนารักษ์ 550 ล้านบาท และค่าเช่ารายปี ปีละ 5.35 ล้านบาท  ปรับค่าเช่าเพิ่มขึ้นปีละ 15% ทุก 5 ปี จนถึงขณะนี้ บริษัทที่ได้รับสัมปทาน ยังไม่ลงมือก่อสร้างโครงการตามสัญญาสัมปทาน หลังจากโครงการถูกตรวจสอบว่า ไม่ได้ทำตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนภาครัฐและเอกชน ปี 2535

กรมธนารักษ์ จึงได้นำสัญญาโครงการนี้ ให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ ซึ่งคณะกรรมการ กฤษฎีกา ชี้ว่า สัญญาไม่มีผลผูกพัน เพราะไม่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนของ พ.ร.บ.ร่วมทุนดังกล่าว  เมื่อเรื่องขึ้นไปถึงศาลปกครองซึ่งชี้กรณีพิพาทระหว่างรัฐกับเอกชน  ศาลปกครองตัดสินว่า สัญญานี้ยังมีผลผูกพันระหว่างบริษัทเอกชน คือ บางกอกเทอร์มินอล กับ กรมธนารักษ์ ขณะที่ กรมธนารักษ์ ยังไม่เคยบอกเลิกสัญญา กับ บริษัท บางกอกเทอร์มินอล

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ