Loading

ธนารักษ์จับมือจิสด้า ยัดข้อมูลเข้าดิจิตอล

วันที่ : 17 มิถุนายน 2558
ธนารักษ์จับมือจิสด้า ยัดข้อมูลเข้าดิจิตอล

          กรมธนารักษ์เร่งสปีดประเมินราคาที่ดิน 32 ล้านบาทแปลง ร่วมกับสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและ ภูมิสารสนเทศ หรือจิสด้า เก็บฐานข้อมูลดิจิตอล คาดส่งผลจัดเก็บรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดีขึ้น

          นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวถึงความคืบหน้าการประเมินราคาที่ดินทั่วประเทศ 32 ล้านแปลงว่ากรมเร่งประเมินราคาที่ดินให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี ตามนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ได้มอบนโยบายให้มีการปฏิรูปภาษีและปรับปรุงข้อมูลของหน่วยงานราชการให้มีประสิทธิภาพว่า การประเมินครั้งนี้จะทำให้ราคาที่ดินทั่วประเทศใกล้เคียงความเป็นจริงมากขึ้น ส่งผลดีต่อการจัดเก็บรายได้ขององค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)

          โดยเฉพาะรายได้จากค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเพิ่มขึ้น 30% หรือคิดเป็นปีละ 27,000 ล้านบาท รวมทั้งยังใช้เป็นฐานข้อมูลเพื่อคำนวณอัตราภาษีกฎหมายใหม่ ทั้งภาษีมรดก ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เป็นต้น หากดำเนินการประเมินราคาที่ดินเสร็จแล้วจะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเสนอให้คณะกรรมการพิจารณา ซึ่งเบื้องต้นอาจต้องแก้ไขกฎหมายบางส่วน โดยเฉพาะกฎเกณฑ์การประกาศราคาที่ดินที่เดิมจะประกาศราคาทุก 4 ปี แต่จะเปลี่ยนให้มีความทันสมัยมากขึ้น

          เนื่องจากปัจจุบันการตรวจสอบราคาที่ดิน กรมได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเป็นรายแปลงอย่างละเอียด ก่อนที่จะนำข้อมูลดังกล่าวเข้าระบบดิจิตอล ทำให้ข้อมูลมีประสิทธิภาพมากขึ้น

          ขณะเดียวกันกรมธนารักษ์ได้แปลงงบประมาณ ปี 2558 วงเงิน 200 ล้านบาท มาใช้ประเมินราคาที่ดิน 32 ล้านแปลง แบ่งเป็นการจ้างงานลูกจ้าง 500 ราย เพื่อลงพื้นที่ในการตรวจสอบที่ดินรายแปลง 110 ล้านบาท และจัดซื้อคอมพิวเตอร์ให้มีความพร้อมในการนำข้อมูลเข้าระบบอีก 90 ล้านบาท โดยปัจจุบันได้สำรวจที่ดินไปแล้ว 8 ล้านแปลง และคาดว่าในปีงบประมาณ 2558 จะสามารถสำรวจได้เพิ่มเติมอีก 4 ล้านแปลง

          สำหรับอีก 20 ล้านแปลงที่เหลือจะจ้างที่ปรึกษาบริษัทเอกชนมาดำเนินการ ซึ่งต้องระดมคนในการตรวจสอบที่ดินราคาแปลง โดยจะเชื่อมโยงข้อมูลกับสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือจิสด้า ที่จะช่วยให้การประเมินข้อมูลดังกล่าวเป็นระบบดิจิตอล ทำให้กรมมีระบบที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถเป็นฐานข้อมูลดิจิตอลของรัฐบาลในระยะต่อไป การดำเนินการครั้งนี้ช่วยลดเวลาจากการสำรวจราคาที่ดิน จากเดิมที่กำหนดไว้ 8 ปี เหลือเพียง 2 ปีเท่านั้น และยังช่วยลดต้นทุนในการบริหารจัดการ จากเดิมหากเป็นการจ้างเอกชนเข้ามาดำเนินการทั้งหมดต้นทุนจะอยู่ที่แปลงละ 350 บาท แต่ปัจจุบันเหลือเพียงแปลงละ 150 บาท

ที่มา : หนังสือพิมพ์ข่าวหุ้น

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ