Loading

กนง.ใจป้ำบี้ดอกเบี้ยอีก0.25% เศรษฐกิจฟื้นช้าส่งออกโคม่าคลังหั่นจีดีพีใหม่เหลือ3.7

วันที่ : 30 เมษายน 2558
กนง.ใจป้ำบี้ดอกเบี้ยอีก0.25% เศรษฐกิจฟื้นช้าส่งออกโคม่าคลังหั่นจีดีพีใหม่เหลือ3.7%

       นายเมธี สุภาพงษ์ เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กนง.มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ให้ลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% จาก 1.75% เหลือ 1.50% ต่อปี โดยมีผลทันที เนื่องจากเห็นว่า เศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัวต่ำกว่าที่คาดไว้จากการประชุมครั้งก่อน แม้ว่าการเบิกจ่ายงบลงทุนภาครัฐจะเพิ่มขึ้น การท่องเที่ยวมีแนวโน้มดีต่อเนื่อง แต่ยังไม่เพียงพอชดเชยการส่งออกสินค้า และการบริโภคเอกชน ที่อ่อนแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้

          "การลดดอกเบี้ยครั้งนี้ ยอมรับว่าส่งผลดีต่ออัตราแลกเปลี่ยน ที่จะทำให้เงินบาทอ่อนค่าลง และมีเสถียรภาพมากขึ้น รวมทั้งเชื่อว่าจะส่งผลดีต่อภาคการส่งออกด้วย แต่ทั้งนี้ ยืนยันว่าดอกเบี้ยไม่ได้เป็นปัจจัยหลักในการสนับสนุนการส่งออกทั้งหมด ซึ่งการส่งออกจะเพิ่มขึ้นได้นั้น ต้องมาจากการปรับโครงสร้างภายในทางการค้าด้วย"

          อย่างไรก็ตาม วันที่ 10 มิ.ย.นี้ ธปท.จะแถลงตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจ (จีดีพี) อีกครั้ง ซึ่งคาดว่าจีดีพีจะลงจากปัจจุบันที่ 3.9% และปรับตัวเลขการส่งออกที่ปัจจุบันคาดไว้ 0.8% ก็จะต่ำกว่านั้น รวมถึงจะปรับตัวเลขเงินเฟ้อทั่วไปปีนี้ลงด้วยเช่นกัน

          กนง. มองว่าการส่งออกจากนี้ยังมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น จากการที่เศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า เช่น จีน ยังชะลอตัว และโครงสร้างการค้าโลก รวมทั้งการค้าในภูมิภาคที่เปลี่ยนแปลงไป ส่วนใหญ่ต่างลดการนำเข้าลง ขณะที่แรงกดดันจากอัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่าขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ที่สำคัญการส่งออกที่หดตัวลงนั้น อาจส่งผลทำให้การลงทุนภาคเอกชนและการบริโภคภาคครัวเรือนอ่อนแอลงตามกำลังซื้อ และความเชื่อมั่นที่ลดลงเรื่อย ๆ จนทำให้เริ่มเห็นความเสี่ยงของภาวะเงินฝืด

          "สถานการณ์เงินเฟ้อลดต่ำลง สอดคล้องกับความต้องการขายในระบบเศรษฐกิจที่มีน้อยกว่าที่คาด ขณะที่ราคาน้ำมันยังต่ำต่อเนื่อง ซึ่งทำให้ความเสี่ยงที่เงินเฟ้อทั่วไปติดลบต่อเนื่องเพิ่มขึ้น และสถานการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้คณะกรรมการเริ่มเห็นความเสี่ยงของภาวะเงินฝืด จากการที่ราคาสินค้าลดลง เริ่มกระจายตัวไปในหลาย ๆ รายการมากขึ้น นอกเหนือจากน้ำมันตัวเดียวเท่านั้น ซึ่งกนง.จะติดตามอย่างใกล้ชิด และยืนยันว่ายังไม่ใช่กระสุนนัดสุดท้าย โดยยังมีเครื่องมืออื่น ๆ อยู่ และจะพยายามใช้เครื่องมืออื่นให้มากขึ้น"

          นายอมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการสำนักวิจัย สายบริหารความเสี่ยง ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย กล่าวว่า มีความเป็นห่วงฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์และตลาดหุ้น เพราะดอกเบี้ยที่ต่ำทำให้นักลงทุนต้องการแหล่งลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูง ขณะที่การออมลดลง  ซึ่งเป็นเรื่องที่ทางการจะต้องจับตาเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

          ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกฯ กล่าวว่า รู้สึกพอใจกับการลดดอกเบี้ยลงครั้งนี้ เพราะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจทำให้ต้นทุนการกู้เงินลดลง รวมถึงการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ มีทิศทางที่ดีขึ้น และยังส่งผลต่ออัตราแลกเปลี่ยนทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง ทำให้เกิดผลดีต่อภาคการส่งออก

          นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า สศค.ได้ปรับลดจีดีพีปี 58 เหลือ 3.7% จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 3.9% และปรับลดเป้าหมายการส่งออกเหลือเพียง 0.2% จากเดิมที่คาดไว้ 1.4% เนื่องจากเศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากการส่งออกสินค้าที่มีข้อจำกัดในการขยายตัวจากความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก

          รายงานข่าวจากนักค้าเงินธนาคารกรุงเทพแจ้งว่า ค่าเงินบาทเปิดตลาดเมื่อวันที่ 29 เม.ย. อยู่ที่ 32.63 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 32.84-32.85 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นการอ่อนค่าสุดในรอบ 6 สัปดาห์ หลังจาก กนง. ลดดอกเบี้ย ขณะที่ตลาดยังจับตาการออกมาตรการสนับสนุนเงินทุนเคลื่อนย้ายของธปท.ในวันที่ 30 เม.ย.นี้ด้วย.

ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ