Loading

ชงรัฐลดภาษีอสังหาฯ หั่นดบ.หนุนซื้อบ้า

วันที่ : 13 มีนาคม 2558
ชงรัฐลดภาษีอสังหาฯ หั่นดบ.หนุนซื้อบ้าน

           3 สมาคมอสังหาฯ กระทุ้งรัฐ ยื่น 3 ข้อเสนอลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ขอยกเว้นภาษีทรัพย์ส่วนกลาง ยกเว้นภาษีบ้านพร้อมที่ดินขายไม่ออกภายใน 5 ปี ลดค่าธรรมเนียมโอนค่าจดจำนองเหลือไม่เกิน 5,000 บาท พร้อมระบุดอกเบี้ยลด 0.25% หนุนกำลังซื้อผู้บริโภคเพิ่ม 2% ขณะที่งาน "มหกรรมบ้านและคอนโดฯ" ครั้งที่ 23 คึกคัก ผู้ประกอบการจัดแคมเปญหนักกระตุ้นยอดขาย

          วานนี้ (12 มี.ค.58) สามสมาคมอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และสมาคมอาคารชุดไทย จัดงานมหกรรมบ้านและคอนโดฯ ครั้งที่ 32 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-15 มีนาคม ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมี พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ เป็นประธานในพิธีและกล่าวเปิดงาน ว่า รัฐบาลคาดว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้ จะขยายตัว 3.5-4.5% ซึ่งมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ยังมีข้อจำกัดและปัจจัยเสี่ยงจากสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรที่ยังอยู่ในภาวะอ่อนตัว ความผันผวนของระบบเศรษฐกิจและการเงินโลกที่ยังอยู่ในเกณฑ์สูง และแนวโน้มการอ่อนค่าของสกุลเงินในประเทศสำคัญๆ ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยปรับตัวเพิ่มขึ้น เสถียรภาพทางเศรษฐกิจยังมีแนวโน้มอยู่ในเกณฑ์ดี ทั้งในด้านดุลบัญชีเดินสะพัดที่มีแนวโน้มเกินดุลมากขึ้นตามการฟื้นตัวของการส่งออกและการลดลงของราคาน้ำมันในตลาดโลกและอัตราการว่างงานที่ยังอยู่ในระดับต่ำ

          ทั้งนี้ ทางรัฐบาลดำเนินการเร่งรัดการลงทุน และการใช้จ่ายงบประมาณ เพื่อผลักดันให้การส่งออก และการท่องเที่ยวให้ขยายขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์มองว่ายังขยายตัวได้ จากความต้องการที่อยู่อาศัยมีอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ จำนวนยอดการจองซื้อที่อยู่อาศัย ภายในงานมหกรรมบ้านฯ จะเป็นดัชนีสำคัญที่ใช้ชี้วัดสภาวะการเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์

          3 สมาคม ย้ำ 3 ข้อเสนอลดภาษีอสังหาฯ

          นายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผยว่า 3 สมาคมอสังหาริมทรัพย์ได้เสนอมาตรการต่อพลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองหัวหน้า คสช. อีกครั้ง หลังจากที่ได้เสนอต่อกระทรวงการคลังไปเมื่อเดือนธันวาคม 2557 ที่ผ่านมา กรณีที่รัฐบาลจะใช้กฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เนื่องจากในบางกรณีมีการจัดเก็บที่ ซ้ำซ้อน

          โดยสมาคมสมาคมได้เสนอให้แก้ไขใน 3 ข้อ  ได้แก่ 1. กำหนดเพดานการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการโอนและค่าจดจำนอง ซึ่งเดิมเป็นภาษีบำรุงท้องที่อยู่แล้ว และหากมีการจัดเก็บภาษีใหม่ก็จะไปซ้ำซ้อนกัน ดังนั้น ควรกำหนดเป็นเพดานราคาแทนการจัดเก็บเป็นอัตราตามราคาประเมินของกรมธนารักษ์ โดยค่าธรรมเนียมโอนเดิมจัดเก็บในอัตรา 2% ให้ปรับเป็น จัดเก็บในอัตรา 2% แต่ไม่เกิน 5,000 บาท ค่าจดจำนองเดิมจัดเก็บในอัตรา 1% ปรับเป็น จัดเก็บ 1% แต่ไม่เกิน 5,000 บาท

          2.ยกเว้นภาษีทรัพย์ส่วนกลางในโครงการบ้านจัดสรรและอาคารชุด เนื่องจากทรัพย์ส่วนนี้ลูกบ้านเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาไม่ใช่ท้องถิ่น อีกทั้งได้คำนวนรวมเข้าไปในราคาบ้านซึ่งลูกบ้านได้ภาษีบำรุงท้องที่อยู่แล้ว หากจัดเก็บจะเป็นการซ้ำซ้อน ดังนั้น จึงควรยกเว้นการจัดเก็บ

          3.ยกเว้นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างภายในโครงการจัดสรรที่ได้รับใบอนุญาตก่อสร้างแล้วและอยู่ระหว่างการก่อสร้าง แต่ยังไม่ได้ขายไปจนถึง 5 ปี ในเบื้องต้นรัฐบาลเห็นชอบในการยกเว้นภาษีทรัพย์ส่วนกลาง ส่วนการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการโอนและค่าจดจำนองในอัตราไม่เกิน 5,000 บาทและยกเว้นภาษีบ้านพร้อมที่ดินที่ยังไม่ได้ขายในระยะ 5 ปี อยู่ระหว่างพิจารณา

          นายอธิป กล่าวต่อว่า การที่รัฐบาลจะจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งที่ผ่านมามีการให้ข่าวถึงการจัดเก็บภาษีออกมาอย่างต่อเนื่อง และมีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ทำให้ประชาชนเกิดความสับสน รัฐบาลควรจะหาข้อสรุปสุดท้ายในการจัดเก็บว่าจัดเก็บอะไรบ้างในอัตราเท่าไหร่ ข้อยกเว้น จึงแจ้งให้ประชาชนทราบ

          ลดดอกเบี้ย 0.25% ดันกำลังซื้อผู้บริโภคเพิ่ม 2%

          นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า ต้องการให้รัฐบาลกำหนดเพดานภาษีใหม่ไม่ควรให้สูงเกินไป เนื่องจากกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง เนื่องจากราคาประเมินที่เปลี่ยนแปลงทุกๆ 4 ปี จะมีผลต่อฐานภาษีทำให้ต้องเสียภาษีสูงขึ้นทุกปี ดังนั้น จึงต้องการเสนอให้รัฐบาลจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างโดยใช้กรอบจัดเก็บเดิม อาทิ เกษตรกร เพดานสูงสุดไม่เกิน 0.05%, ที่อยู่อาศัย 0.1% และที่รกร้าง 2%

          "การกำหนดกรอบการจัดเก็บภาษีในเพดานที่สูงจะส่งผลกระทบอย่างแรงต่อประชาชนและบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลชุดนี้อย่างมาก" นายประเสริฐกล่าว

          ส่วนกรณีที่คณะกรรมการนโยบายทางการเงิน (กนง.) ได้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% มาอยู่ที่ 1.75% จะช่วยให้กำลังซื้อผู้บริโภคเพิ่มขึ้น 2% และส่งผลในเชิงจิตวิทยาต่อการตัดสินใจของผู้บริโภค โดยการจัดงานมหกรรมบ้านและ คอนโด ในครั้งนี้จะเป็นตัวชีวัดว่า ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงการลดอัตราดอก มีผล ต่อการตัดสินใจซื้อบ้านของประชาชนหรือไม่

          สำหรับภาพรวมตลาดอสังหาฯ ในปีนี้คาดว่าจะเติบโตประมาณ 5% มูลค่าตลาดรวมในเขตกรุงเทพและปริมณฑล ประมาณ 3 แสนล้านบาท จากปี 57 มีมูลค่าตลาดรวม 2.93 แสนล้านบาท ส่วนตลาดในต่างจังหวัด คาดว่าจะยังทรงตัว เนื่องจากมีโอเวอร์ซัปพลาย ในหัวเมืองใหญ่ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมที่เปิดมากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

          อสังหาฯ 2 เดือนทรงตัว

          นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล มีโครงการที่อยู่อาศัยเปิดตัวใหม่รวมกว่า 8,000 ยูนิต ลดลงจากช่วงเดียวกันในปี 2557 ที่มีโครงการที่อยู่อาศัยเปิดใหม่กว่า 10,000-11,000 ยูนิต แบ่งเป็น บ้านจัดสรร 5,000 ยูนิต ใกล้เคียงกับปีที่แล้ว ส่วนคอนโดมิเนียมเปิด 3,000 ยูนิต ลดลงจากปี 2557 ที่เปิดรวม 5,000-6,000 ยูนิต เนื่องจากมีคอนโดมิเนียมเปิดใหม่ในช่วงปลายปี 57 จำนวนมาก โดยประเมินว่าทั้งปี จะมีบ้านจัดสรรเปิดมากกว่า 45,000 ยูนิต และคอนโดมิเนียมเปิดใหม่รวม 70,000 ยูนิต ตามแนวโน้มความต้องการที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะแนวรถไฟฟ้า

          สำหรับการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ขณะนี้อัตราการจัดเก็บภาษีมีความ อลุ่มอล่วยมากขึ้น แต่ตัวเลขจริงยังไม่นิ่ง ล่าสุด จะมีการยกเว้นภาษีบ้านที่มีมูลค่าไม่เกิน 2.5 ล้านบาท บ้านราคา 2.51-5 ล้านบาท เก็บอัตราเพียง 50% คือ 0.05% จาก 0.1% ส่วนเกิน 5 ล้านบาทจัดเก็บ 0.1%

          ยกตัวอย่างบ้านราคา 6 ล้านบาท จะยกเว้นภาษี 2.5 ล้านบาทแรก ส่วน 2.51-5 ล้านบาท เสียภาษี 1,250 บาท ส่วน 1ล้านบาทาสุดท้าย เสีย 1,000 บาท ดังนั้น บ้านราคา 6 ล้านบาท เสียภาษี 2,250 บาทต่อปี ถือว่าตัวเลขอยู่ในระดับต่ำ ทั้งนี้ ยังมีแนวโน้มที่จะยกเว้นอัตราดอกเบี้ยสำหรับผู้ที่เกษียณแล้ว และภาษีตัวนี้จะดีกว่าการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ที่จะทำให้มีการจ่ายภาษีเพิ่มในทุกสินค้าที่มีการจับจ่าย

          "ส่วนการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงมาอยู่ที่ 1.75% มองว่า มีผลทางจิตวิทยา ซึ่งอัตราดอกเบี้ยขณะนี้อยู่ในระดับต่ำแล้ว น่าจะมีการคงอัตราดอกเบี้ยในระดับนี้ไปอีกระยะหนึ่ง หรือหากจะมีการลดจริงอาจจะลดลงมาอยู่ที่ 1.50% ไม่น่าจะลดต่ำกว่านี้แล้ว โดยเริ่มเห็นว่าธนาคารพาณิชย์เริ่มลดดอกเบี้ยลงตามแล้ว ซึ่งมองว่าการลดดอกเบี้ยมีข้อดี คือ ทำให้คนมีกำลังซื้อ กล้ากู้เงิน เกิดการบริโภคและการลงทุน แต่อีกด้านหนึ่ง ทำให้คนที่ฝากเงินกับธนาคารได้ดอกเบี้ยน้อยลง อาจมีการนำเงินไปเกร็งกำไรได้" นายสัมมา กล่าว

          ผู้สื่อข่าวรายงานถึงบรรยากาศภายในมหกรรมบ้านและคอนโดฯ ครั้งที่ 23 ในวันแรกคึกคักมีประชาชนมาเดินชมงานจำนวนมาก ภายในงานผู้ประกอบการนำโครงการที่อยู่อาศัยจัดโปรโมชันส่วนลด ของแถม แจกของรางวัลเพื่อเร่งการตัดสินใจซื้อ อาทิ บมจ. ธรารมณ์ฯ ลดสูงสุด 1.3 ล้านบาท, บมจ.เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่งฯ แจกของรางวัลรวมกว่า 2 ล้านบาท เป็นต้น

ที่มา : ASTV ผู้จัดการรายวัน

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ