Loading

คลังนัดถกสรุปกฎหมายที่ดิน5มีนา

วันที่ : 3 มีนาคม 2558
คลังนัดถกสรุปกฎหมายที่ดิน5มีนาฯ

สศค.ชี้อัตราจัดเก็บจริง ต่างจากปัจจุบันไม่มาก

"สมหมาย" นัดถกรอบสุดท้ายหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง สรุปแนวทางกำหนดอัตรา จัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 5 มี.ค.นี้ ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี คาดเร็วสุดสัปดาห์หน้า ด้าน "สศค." ยันอัตราที่เสนอ-จัดเก็บจริง ไม่สร้างภาระแก่ผู้เสียภาษีตามร่างที่แตกต่างจากกฎหมายปัจจุบันมากนัก ระบุมีเวลาปรับตัว 5 ปี ก่อนจัดเก็บเต็มอัตรา

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค. เปิดเผยว่าขณะนี้ สศค.กำลังอยู่ในช่วง การเร่งสรุปรายละเอียดของร่างกฎหมาย ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้แล้วเสร็จ เพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีให้ได้เร็วที่สุด คาดว่าจะเป็นช่วงสัปดาห์หน้า

ทั้งนี้วันที่ 5 มี.ค.ที่จะถึงนี้ นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมทั้ง สศค. เพื่อสรุปรายละเอียดในเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง

ทั้งนี้ในแง่ของอัตราเพดานการจัดเก็บ ภาษี ตามร่างกฎหมายดังกล่าว ขณะนี้ได้ ข้อสรุปเบื้องต้นแล้ว และ สศค. จะเสนอ ต่อที่ประชุมพิจารณาในวันที่ 5 มี.ค.นี้ ส่วน กรณีการยกเว้นการจัดเก็บภาษีสำหรับ ผู้มีรายได้น้อย ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปที่ ชัดเจนว่า จะยกเว้นการจัดเก็บในอัตราใด อย่างไรก็ตามมีแนวคิดเบื้องต้นว่ามูลค่าที่อยู่ที่อาศัยซึ่งมีราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท จะได้รับการยกเว้น

สำหรับอัตราเพดานในการจัดเก็บภาษีในร่างกฎหมายดังกล่าวที่จะมีการเสนอ ในที่ประชุม คือ ที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม จะจัดเก็บในอัตราไม่เกิน 0.25% ส่วนที่ดิน เพื่อที่อยู่อาศัย จะจัดเก็บไม่เกิน 0.5% ของราคาประเมิน ด้านที่ดินอื่นๆ เช่น ที่ดินเชิงพาณิชย์ จะจัดเก็บไม่เกิน 2% ของราคาประเมิน สำหรับที่ดินที่รกร้างว่างเปล่า จะจัดเก็บไม่เกิน 0.5% ของราคาประเมิน และจะเพิ่มอีก 1 เท่าในทุกๆ 3 ปี แต่จะไม่เกิน 2%

"ในแง่เพดานในการจัดเก็บนั้น ได้มี การหารือในเบื้องต้นแล้วว่า ควรปรับลดลงมา ซึ่งเดิมในส่วนที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เรากำหนดเพดานจัดเก็บไม่เกิน 0.5% ของ ราคาประเมิน ที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยจะจัดเก็บ ไม่เกิน 1% และ ที่ดินเชิงพาณิชย์จะจัดเก็บไม่เกิน 4% ของราคาประเมิน ส่วนการยกเว้นการจัดเก็บสำหรับผู้มีรายได้น้อยนั้น ยัง ไม่นิ่ง ซึ่งจะสรุปในการประชุมครั้งสุดท้ายนี้" นายกฤษฎา กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในร่างกฎหมายดังกล่าว ได้มีการกำหนดการยกเว้นการจัดเก็บภาษีสำหรับสถานที่ราชการ วัด สาธารณะสมบัติ ที่ดินยูเอ็น สถานทูต สภากาชาดไทย ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ที่ไม่ได้หาประโยชน์ สุสาน และ ที่ดินเอกชนที่ใช้ใน ราชการ โดยการยกเว้นนี้จะออกเป็น พระราชกฤษฎีกา

นายกฤษฎา กล่าวว่า อัตราเพดาน ในการจัดเก็บภาษีที่จะมีการกำหนดใน ร่างกฎหมายดังกล่าว ถือเป็นอัตราที่ต่ำ เมื่อเทียบกับอัตราการจัดเก็บภาษีที่ดิน ในต่างประเทศ นอกจากนี้อัตราการ จัดเก็บจริง ก็จะยิ่งต่ำกว่าอัตราเพดาน อีกด้วย ซึ่งจะมีการกำหนดอัตราการ จัดเก็บจริงอีกครั้งหลังกฎหมายดังกล่าว มีผลบังคับใช้ โดยจะออกเป็นพระราช กฤษฎีกา

ขณะเดียวกันในร่างกฎหมายจะมีการ กำหนดถึงอัตราค่าเสื่อมตามสภาพบ้านก่อนนำมาคำนวณภาษีด้วย

ทั้งนี้ อัตราการจัดเก็บจริงนั้น จะพิจารณา บนพื้นฐานที่จะไม่สร้างภาระแก่ผู้มีทรัพย์สินที่ต้องเสียภาษีตามกฎหมายดังกล่าว และ จะไม่แตกต่างจากการจัดเก็บภาษีตาม กฎหมายภาษีที่ดินและโรงเรือน และ ภาษี บำรุงท้องที่ในปัจจุบันมากนัก  โดยสศค.จะจัดทำตารางเพื่อเปรียบเทียบ สำหรับอัตราที่จะจัดเก็บภายใต้ราคาที่ดินที่ประเมินรายแปลงใหม่กับอัตรา การจัดเก็บภาษีตามกฎหมายในปัจจุบัน และราคาประเมินที่ดินที่ใช้ในปี2521- 2524 เพื่อกำหนดอัตราการจัดเก็บจริงที่ ใกล้เคียงกัน

นายกฤษฎา กล่าวว่า นอกจากการ กำหนดอัตราการจัดเก็บจริงจะไม่เป็นภาระ ที่แตกต่างจากการจัดเก็บภาษีในปัจจุบัน มากนักแล้ว ในร่างกฎหมายยังกำหนด ระยะเวลาในการยกเว้นการจัดเก็บภาษี ดังกล่าวให้ 2 ปี จากนั้นในปีที่ 3-5 จะได้รับการปรับลดภาษีลงจากอัตราที่เสียจริง

"ปีแรกของการเสียภาษี จะเสียใน อัตรา 50% ปีที่ 2 เสียในอัตรา 75% และ ปีที่ 3 ขึ้นไปจะเสียในอัตรา 100% ดังนั้น ผู้มีภาระภาษีตามกฎหมายดังกล่าว จะมีเวลาถึง 5 ปี กว่าจะเสียภาษีดังกล่าวเต็ม 100%" นายกฤษฎา กล่าว

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ