Loading

แบงก์รัฐอัดฉีดเงิน2แสนล้านช่วย แก้จน พักหนี้-ให้กู้ดบ.ต่ำเสนอบิ๊กป้อมเคาะยืดยื่นขอปิโตรฯ2

วันที่ : 16 กุมภาพันธ์ 2558
แบงก์รัฐอัดฉีดเงิน2แสนล้านช่วย แก้จน พักหนี้-ให้กู้ดบ.ต่ำเสนอบิ๊กป้อมเคาะยืดยื่นขอปิโตรฯ21

แบงก์รัฐชงแพคเกจแก้จน 20 โครงการ วงเงินกว่า 2 แสนล้าน ทั้งพักหนี้-ยืดเวลาผ่อนชำระปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำชง20โครงการ2แสนล.แก้จน

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และประธานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (แบงก์รัฐ) รวบรวมมาตรการเพื่อเสนอ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและความยากจน ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่นัดประชุมวันที่ 16 กุมภาพันธ์

"แม้เรื่องนี้เป็นการดำเนินการโดย คสช. ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ถือเป็นการช่วยกันทำงานเพื่อประชาชน โดยในส่วนของ ธ.ก.ส.มี 4 โครงการที่จะมีการพักหนี้ให้ รวมถึงปล่อยสินเชื่อเพิ่มเพื่อนำไปประกอบอาชีพ ส่วนธนาคารออมสิน เตรียมเสนอ 4-5 โครงการ" นาย สมหมายกล่าว

รายงานข่าวจากกระทรวงการคลังแจ้งว่า แบงก์รัฐเตรียมกว่า 20 โครงการวงเงินรวมกว่า 2 แสนล้านบาท ประกอบด้วย ธ.ก.ส.4-5 โครงการวงเงินกว่า 7-8 หมื่นล้านบาท ธนาคารออมสิน 8 โครงการวงเงินกว่า 9 หมื่นล้านบาท ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) 5 โครงการวงเงิน 2.5 หมื่นล้านบาท และธนาคารวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) 1 โครงการวงเงิน 1 หมื่นล้านบาท

ธกส.ยืดเวลาเกษตรกรใช้หนี้

รายข่าวแจ้งว่า ธ.ก.ส. มีมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้เกษตรกร สำหรับลูกหนี้เกษตรกรเดิมที่ยังค้างชำระหนี้กับ ธ.ก.ส. จากเหตุผิดปกติ เช่น หัวหน้าครอบครัวเสียชีวิต ขาดรายได้อาจต้องเลิกประกอบอาชีพ และไม่มีที่ดินทำกิน คิดเป็นมูลหนี้ประมาณ 2-3 หมื่นล้านบาท มีลูกหนี้ที่เกี่ยวข้องประมาณ 5 หมื่นราย โดยจะแบ่งเป็น 3 กลุ่ม โดย 2 กลุ่มแรกคือลูกหนี้ที่มีหนี้ค้างนานพอสมควรโอกาสฟื้นยาก และลูกหนี้ค้างชำระแต่ยังมีศักยภาพที่จะชำระหนี้ต่อไปได้ ธ.ก.ส.จะปรับปรุงโครงสร้างหนี้และขยายเวลาผ่อนชำระหนี้ให้ นานขึ้น

"ส่วนกลุ่มสุดท้าย ลูกหนี้ที่ได้รับผล กระทบจากราคาข้าวและยางตกต่ำ ธ.ก.ส. จะปรับโครงสร้างหนี้ ขยายระยะเวลาชำระเฉพาะเงินต้นออกไป 1 ปี แต่ต้องจ่ายดอกเบี้ยคงเดิม เพื่อเสริมสภาพคล่องให้เกษตรกรนอกจากนี้จะได้รับวงเงินสินเชื่อสนับสนุนเพื่อการฟื้นฟูตามแผนการผลิต ผ่านมาตรการสินเชื่อ ธ.ก.ส. ที่มีอยู่แล้วดอกเบี้ยอัตราพิเศษ วงเงินสินเชื่อเฉลี่ยประมาณ 5 หมื่นบาทถึง 1 แสนบาทต่อราย ทั้งนี้ ธ.ก.ส.เตรียมวงเงินสินเชื่อเพิ่มเติมไว้ไม่เกิน 5 หมื่นล้านบาท" รายงานข่าวระบุ

ออมสินชง6โครงการ5.5หมื่นล.

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ธนาคารออมสินมี 6 โครงการ วงเงินรวม 5.5 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย 1.โครงการสินเชื่อประชาชนสุขใจ กลุ่มเป้าหมายคือประชาชนทั่วไปและธนาคารประชาชน วงเงินสินเชื่อ 5,000 ล้านบาท ให้สินเชื่อต่อรายตั้งแต่ 1 หมื่นบาทแต่ไม่เกินรายละ 2 แสนบาท ดอกเบี้ย 1% ต่อเดือน ระยะเวลา 10 ปี 2.โครงการสินเชื่อออมสุขใจ วงเงินสินเชื่อ 1 หมื่นล้านบาท ต้องฝากเงิน 3 เดือน 6 เดือนและ 10 เดือน และจะให้สินเชื่อต่อราย 5 เท่าของเงินฝากรายละไม่เกิน 2 แสนบาททันที ไม่ต้องวิเคราะห์สินเชื่อ ดอกเบี้ย 1% ต่อเดือน ระยะเวลา 5-8 ปี กลุ่มเป้าหมายคือประชาชนทั่วไปและมนุษย์เงินเดือนคาดว่าจะปล่อยสินเชื่อได้ 2 แสนราย

นายชาติชายกล่าวว่า 3.โครงการสินเชื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิต วงเงินสินเชื่อ 1 หมื่นล้านบาท กลุ่มเป้าหมายคือพนักงานโรงงาน หน่วยงานภาครัฐและเอกชน วงเงินสินเชื่อต่อรายไม่เกิน 2 แสนบาท ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน แต่หน่วยงานต้นสังกัดหักบัญชีเงินเดือนนำส่งแบงก์ ดอกเบี้ย 0.75% ต่อเดือน ระยะเวลา 5-8 ปี 4.โครงการสินเชื่อคืนความสุข ภาค 2 วงเงินสินเชื่อ 1 หมื่นล้านบาท สำหรับลูกค้าที่ผ่อนชำระดีในรอบ 12 เดือน ขยายวงเงินสินเชื่อเป็น 1.5 หมื่นบาทถึง 4 หมื่นบาทต่อราย คิดดอกเบี้ย 0.75% ต่อเดือน ระยะเวลา 3-5 ปี คาดว่าจะดูแลกลุ่มลูกค้าธนาคารประชาชนได้ประมาณ 5 แสนราย จากทั้งหมด 1 ล้านราย

ปล่อยกู้เอสเอ็มอีหมื่นล้าน

นายชาติชายกล่าวว่า 5.โครงการสนับสนุนธุรกิจเอสเอ็มอี วงเงินสินเชื่อ 1 หมื่นล้านบาท จะร่วมกับพันธมิตร อาทิ ทางจังหวัด หอการค้าแห่งประเทศและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อคัดเลือกและจัด 10 อันดับธุรกิจที่ควรให้การสนับสนุนสินเชื่อและดอกเบี้ยพิเศษ โดยกลุ่มธุรกิจอันดับ 1-3 จะได้รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ อันดับ 4-6 จะได้รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษรองลงมา ซึ่งส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสองกลุ่มนี้ประมาณ 0.5-1% ส่วนอันดับ 6-10 จะได้รับอัตราดอกเบี้ยปกติ สำหรับกลุ่มเอสเอ็มอี ระดับวงเงินสินเชื่อต่ำกว่า 30-40 ล้านบาท เป็นธุรกิจดาวเด่นของจังหวัด เช่น บริการ ท่องเที่ยวและศิลปหัตถกรรม

นายชาติชายกล่าวว่า 6.โครงการสินเชื่อบ้าน วงเงินสินเชื่อ 1 หมื่นล้านบาท จะประเมินลูกค้าเดิมที่มีความสามารถผ่อนชำระเงินกู้มาแล้ว จะให้วงเงินสินเชื่อเพิ่มเติมเท่ากับวงเงินที่ผ่อน ดอกเบี้ย 6.875% กำลังพิจารณาอยู่ว่ามีลูกค้าเดิมที่จะดูแลได้จำนวนเท่าไร

อัดฉีดกองทุนหมู่บ้าน4.3หมื่นล.

นายชาติชายกล่าวว่า นอกจากนี้ ธนาคารออมสินเตรียมมาตรการสนับสนุนวงเงินสินเชื่อสำหรับกองทุนหมู่บ้าน วงเงิน 4.3 หมื่นล้านบาท มี 2 โครงการ คือ 1.ยกระดับกองทุนหมู่บ้าน มีวงเงินสินเชื่อ 2 หมื่นล้านบาท เพื่อดูแลกองทุนหมู่บ้านกว่า 3 หมื่นกองทุน สำหรับยกระดับกองทุนหมู่บ้านที่ดี 1 หมื่นกองทุน วงเงินสินเชื่อ 1 หมื่นล้านบาท กองทุนละ 1 ล้านบาท และเพื่อการพัฒนากองทุนหมู่บ้าน 2 หมื่นกองทุน วงเงินสินเชื่อ 1 หมื่นล้านบาท กองทุนละ 5 แสนบาท ส่วนนี้รัฐบาลรับภาระดอกเบี้ย 1.5% และจ่ายชดเชยดอกเบี้ยให้ธนาคารออมสิน 3% ไม่ชดเชยเงินต้น

นายชาติชายกล่าวว่า 2.สนับสนุนการพัฒนาหมู่บ้านมีวงเงินสินเชื่อ 2.3 หมื่นล้านบาท เช่น การพัฒนาแหล่งน้ำ ซ่อมสร้างทาง หมู่บ้านละ 3 แสนบาท กว่า 7 หมื่นหมู่บ้าน ในส่วนนี้รัฐบาลจะรับภาระจ่ายชดเชยทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยให้กับธนาคารออมสิน

ธอส.ช่วยคนจนมีบ้าน-ดบ.ถูก

ด้านนางอังคณา ปิลันธน์โอวาท ไชยมนัส กรรมการผู้จัดการ ธอส. กล่าวว่า ธอส.เตรียมเสนอ 5 โครงการ วงเงินสินเชื่อ 2.55 หมื่นล้านบาท โครงการใหม่คือ สินเชื่อบ้านผู้มีรายได้น้อย วงเงินสินเชื่อ 5,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยพิเศษต่ำกว่าอัตราปัจจุบันที่ปล่อยกู้ 0.87% แต่ต้องพิจารณาความสามารถชำระหนี้ของผู้กู้ เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยมีบ้านที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะในต่างจังหวัดและ หัวเมืองใหญ่

นางอังคณากล่าวว่า ส่วนที่เหลือ 4 โครงการ เป็นโครงการเดิมที่ ธอส.จะทำต่อเนื่อง ได้แก่ 1.สินเชื่อของขวัญปีใหม่ 2558 จะปล่อยวงเงินกู้เพิ่มอีก 3,000 ล้านบาท หลังจากก่อนหน้านี้ตั้งวงเงินไว้ 5,000 ล้านบาท ปล่อยกู้ไปหมดแล้ว 2.ธอส.เพื่อสานฝันคนมีรายได้น้อย ปล่อยกู้ไม่เกิน 1.5 ล้านบาท วงเงิน 8,000 ล้านบาท 3.บ้าน ธอส.เพิ่มสุข เพื่อปรับปรุงบ้านและการซื้ออุปกรณ์ตกแต่งบ้าน วงเงิน 2,500 ล้านบาท และ 4.โครงการบ้านเอื้ออาทร วงเงิน 2,000 ล้านบาท

เอสเอ็มอีแบงก์ปล่อยกู้โอท็อป

นายสุพจน์ อาวาส กรรมการผู้จัดการ เอสเอ็มอีแบงก์ กล่าวว่า เอสเอ็มอีแบงก์จะปล่อยกู้ให้กับโอท็อป วิสาหกิจชุมชน หรือ ผู้ประกอบการขนาดเล็กทั่วไป วงเงินรวม 1 หมื่นล้านบาท อัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 5% วงเงินไม่เกิน 15 ล้านบาทต่อราย โดยเม็ดเงินที่นำมาใช้ในโครงการนี้ทางกองทุนประกันสังคมนำมาฝากกับธนาคารโดยคิดดอกเบี้ยต่ำ ปล่อยกู้ให้กับลูกค้ารายใหม่ทั่วประเทศ ทำให้มีเม็ดเงินใหม่ลงสู่รากหญ้า

นายสุธนัย ประเสริฐสรรพ์ รักษาการกรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) กล่าวว่า ธสน.เตรียม 5 โครงการวงเงินเกือบ 1 หมื่นล้านบาท แม้จะไม่ใช่โครงการที่ คสช.สั่งมา แต่เป็นโครงการที่ดำเนินการตามนโยบายรัฐบาล ได้แก่ 1.สินเชื่อเอสเอ็มอี ส่งออกสบายใจ วงเงินสินเชื่อหมุนเวียนระยะสั้น วงเงินสูงถึง 6 เท่าของหลักประกัน 2.สินเชื่อเอสเอ็มอี ค้าชายแดน วงเงินกู้สูงสุด 10 ล้านบาท สำหรับผู้ประกอบการที่ค้าขายกับประเทศเพื่อนบ้าน 3.สินเชื่อเอสเอ็มอี ขยายฐาน วงเงินกู้ระยะยาว วงเงินสูงสุด 30 ล้านบาท กู้ได้ทั้งสกุลเงินบาทและสกุลเงินอื่น ระยะเวลาผ่อนชำระ 7 ปี 4.สินเชื่อเพื่อการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ เป็นเงินกู้ระยะ 15 ปี และ 5.สินเชื่อเพิ่มพลังผู้ซื้อขาย เป็นแพคเกจทางการเงินที่ให้ผู้ส่งออกไทยนำไปเสนอผู้ซื้อในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เพื่อซื้อสินค้าและบริการของผู้ส่งออกไทย

รบ.จัดเวทีถกสัมปทานปิโตรฯ

วันเดียวกัน พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากที่มีกลุ่มประชาชนส่วนหนึ่งยื่นหนังสือเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 นั้น รัฐบาลมีความห่วงใยต่อเรื่องนี้ เพราะที่ผ่านมาข้อมูลการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมที่ประชาชนได้รับจะมีอยู่ 2 ด้าน ซึ่งตรงกันในบางเรื่องและไม่ตรงกันในบางเรื่อง ทั้งนี้ รัฐบาลมีความตั้งใจจริงที่จะสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงทางพลังงานบนพื้นฐานข้อมูลที่ถูกต้อง

"ดังนั้น เพื่อให้เกิดความชัดเจนและรอบคอบในการดำเนินงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน รัฐบาลจึงหารือกับทุกหน่วยงานเห็นตรงกันว่าจะจัดให้มีเวทีกลางโดยเชิญทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงพลังงาน ฝ่ายผู้ที่ยังมีข้อห่วงใย นักวิชาการ ประชาชน และนักลงทุน มาชี้แจงพร้อมกันในประเด็นที่ยังมีข้อสงสัย เพื่อให้ข้อมูลกับรัฐบาล สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และประชาชนทุกภาคส่วน การจัดเวทีกลางนี้จะมีขึ้นในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล" พล.ต.สรรเสริญกล่าว

ยืดเวลายื่นขอสำรวจปิโตรฯ

พล.ต.สรรเสริญกล่าวว่า รัฐบาลหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเวทีกลางที่จะจัดขึ้นจะมุ่งหาคำตอบและทางออกให้กับประเทศในด้านพลังงาน โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือประโยชน์ของประเทศชาติ นอกจากนี้ รัฐบาลปรึกษากับกระทรวงพลังงานแล้ว มีความเห็นร่วมกันที่จะขยายเวลาการยื่นแสดงจำนงสำรวจและผลิตปิโตรเลียมออกไปก่อน ส่วนจะขยายเวลาถึงเมื่อใดนั้น กระทรวงพลังงานจะพิจารณาความเหมาะสมและประกาศต่อไป

แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีเอกชนรายใดยื่นคำขอสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 แต่อย่างใด คาดว่าน่าจะมายื่นวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันสุดท้าย แต่อย่างไรก็ตาม รัฐบาลมีแนวโน้มที่จะขยายเวลาการยื่นคำขอออกไป แต่ต้องประชุมเพื่อหาข้อสรุปกันก่อน

ศูนย์อสังหาฯหนุนกม.ภาษีที่ดิน

นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวถึงร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างว่า คงต้องรอข้อสรุปจากกระทรวงการคลังเรื่องอัตราภาษี และข้อยกเว้นสำหรับบ้านที่ไม่ต้องเสียภาษี เท่าที่ติดตามที่ระบุว่าบ้านราคาไม่ถึง 2 ล้านบาทจะได้รับการยกเว้นภาษีนั้นถือเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะก่อนหน้านี้ที่กระทรวงการคลังคิดไว้คือยกเว้นสำหรับบ้านไม่เกิน 1 ล้านบาทเท่านั้น ดังนั้นการเพิ่มเป็น 2 ล้านบาททำให้มีประชาชนได้รับประโยชน์มากขึ้น ส่วนอัตราภาษีที่จะจัดเก็บไม่เป็นภาระสำหรับประชาชนแน่นอน คิดง่ายๆ ถ้ามูลค่า 1 ล้านบาท เสีย 1,000 บาท ถูกกว่าค่าส่วนกลางของบ้านและคอนโดมิเนียมที่จ่ายในปัจจุบัน

นายสัมมากล่าวว่า สำหรับกรณีการผ่อนปรนให้ผู้ประกอบการที่ซื้อที่ดินไว้สำหรับประกอบธุรกิจเป็นระยะเวลา 3 ปี ก่อนจะเริ่มเก็บภาษีที่ดินผู้ประกอบการอสังหาฯนั้น เป็นเวลาที่เหมาะสม ที่ผ่านมากระทรวงการคลังได้มีการหารือกับกลุ่มผู้ประกอบการอสังหาฯไปหลายครั้ง ดังนั้นคิดว่าเวลา 3 ปีที่จะผ่อนปรนให้นั้นน่าจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่จะให้เวลาผู้ประกอบการมีเวลาเตรียมการพัฒนาที่ดินในเชิงพาณิชย์

ส.อาคารชุดติงภาษีที่ดินพาณิชย์

นายธำรง ปัญญาสกุลวงศ์ นายกสมาคมกิตติมศักดิ์และที่ปรึกษาสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า ตามที่กระทรวงการคลังมีแนวโน้มจะลดหย่อนภาษี 50% ของมูลค่าที่อยู่อาศัยไม่เกิน 2 ล้านบาท จะช่วยผ่อนคลายลงมามาก เพราะปัจจุบันราคาบ้านจัดสรรที่เกิน 2 ล้านบาทมีมากขึ้น โดยอัตราเก็บประมาณ 0.1% สามารถรับได้ ส่วนเรื่องการจัดเก็บภาษีที่ดินเพื่อการพาณิชย์นั้น รัฐไม่ควรจัดเก็บในอัตราเดียวกัน ไม่เช่นนั้นจะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค

นายธำรงกล่าวว่า ที่ดินเพื่อการพาณิชย์ ทั้งห้างสรรพสินค้า โรงแรม ปกติแล้วราคาที่ดินจะสูงกว่าที่ดินทั่วไป 70-100 เท่าตัว เพราะอยู่ในทำเลใจกลางธุรกิจ ดังนั้น ไม่ควรจัดเก็บสูงกว่าอัตราที่ผู้ประกอบการเคยเสีย หากจัดเก็บตามราคาประเมินที่ดิน แต่ภาคธุรกิจต่างๆ มีรายได้แตกต่างกัน อย่างสถานศึกษามีรายได้ต่ำ แต่อยู่ในพื้นที่ทำเลดี ก็จะต้องเสียภาษีมากขึ้น อาจทำให้ไม่สามารถอยู่ได้ ส่วนโรงแรมก็จะขึ้นค่าห้องพัก ห้างสรรพสินค้าก็เพิ่มค่าเช่าพื้นที่ สุดท้ายก็จะผลักภาระมาให้ประชาชน

แนะยกเว้นภาษี'นิติบุคคล'

นายธำรงกล่าวว่า สำหรับทรัพย์สินที่เป็นสาธารณูปโภคส่วนกลางที่ใช้ร่วมกัน ไม่สามารถนำมาขายต่อได้ ทั้งบ้านจัดสรร หรือคอนโดมิเนียม ควรยกเว้นภาษี หากต้องเสียภาษี ทางนิติบุคคลก็ต้องเรียกเก็บจากลูกบ้านอีก อาจเกิดความไม่ยุติธรรมระหว่างผู้ที่ซื้อบ้านในโครงการกับผู้ที่มีบ้านตามซอยต่างๆ เพราะที่ดินตามซอยไม่ต้องเสียภาษี หากเก็บภาษีสาธารณูปโภคหรือถนนภายในโครงการ อาจมีการโอนถนนให้เป็นสาธารณะ ภาครัฐจะมีภาระเพิ่มเติมที่จะต้องเข้ามาดูแลถนนเหล่านี้ด้วย

"อย่างคอนโดฯ พื้นที่ 100% จะเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่มีนิติบุคคลดูแล 45% อีก 55% เป็นพื้นที่อยู่อาศัย หรือแม้แต่บ้านจัดสรรที่มีถนน หรือสนามกีฬา สิ่งเหล่านี้ลูกค้าจ่ายภาษีไปพร้อมกับราคาซื้อบ้าน หรือคอนโดฯอยู่แล้ว หากภาครัฐยังจัดเก็บภาษีพื้นที่ส่วนกลางอีก ก็เท่ากับว่าประชาชนต้องจ่ายภาษีซ้ำซ้อน ถือว่าไม่ยุติธรรมกับประชาชน" นายธำรงกล่าว

พณ.ตรวจตลาดยันราคายังปกติ

วันเดียวกัน นางดวงกมล เจียมบุตร ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวหลังลงพื้นที่สำรวจราคาสินค้าที่ตลาดมณีพิมาน เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ ว่า ราคาสินค้าโดยทั่วไปอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้นแม้จะใกล้ช่วงเทศกาลตรุษจีน เนื่องจากผลผลิตทางการเกษตรออกมามากและคนยังมีกำลังซื้อน้อยในช่วงนี้ เช่น เนื้อไก่สดทั้งตัว 70-80 บาท/กิโลกรัม (กก.) เนื่อหมู 130-140 บาท/กก. แต่คาดว่าช่วงเทศกาลตรุษจีนประมาณ 2-3 วัน ราคาผักผลไม้และเนื้อสัตว์จะขยับเพียงเล็กน้อย เนื่องจากมีความต้องการสูงและขาดตลาดชั่วคราว และราคาสินค้าน่าจะกลับมา ปกติหลังวันที่ 18 กุมภาพันธ์ หรือวันจ่าย

"กระทรวงพาณิชย์สั่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจราคาสินค้าทั้งภายในกรุงเทพฯและภูมิภาคทุกวัน หากประชาชนพบร้านที่จำหน่ายสินค้าราคาที่แพงเกินเหตุและผู้ประกอบการไม่ติดป้ายราคาให้ชัดเจนสามารถแจ้งมายังสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 ได้" นางดวงกมลกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบถามพ่อค้าแม่ค้าในตลาดพบว่าราคาสินค้าปีนี้ไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากปีที่แล้วมากนัก อาทิ ขนมเทียน 7 บาท/ชิ้น ขนมเข่ง 18 บาท/คู่ ขนมปุยฝ้าย 20 บาท/แพค ส้มโชกุนภูเรือ 110 บาท/กก. สาลีราคา 100-120/กก. หมูเนื้อแดง 130 บาท/กก. เนื้อไก่สดทั้งตัว 70-80 บาท/กก. ไก่บ้าน 130 บาท/กก. เป็ดทั้งตัว 120 บาท/กก.

'อำนวย'ตั้งกก.สอบนอมินีขายยาง

นายอำนวย ปะติเส รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณีเกษตรกรร้องเรียนว่า มีการซื้อขายยางมากผิดปกติจนต้องรอคิวนานในการขายยางให้กองทุนมูลภัณฑ์กันชน (บัฟเฟอร์ฟันด์) โดยสันนิษฐานว่าพ่อค้ารายใหญ่กว้านซื้อยางจากตลาดท้องถิ่นราคาต่ำเพียง 50 กว่าบาท/กก. และนำมาขายให้กองทุนมูลภัณฑ์กันชน ที่รับซื้อ 60 บาทต่อ กก.ว่า เท่าที่ตรวจสอบยังไม่มีพ่อค้ารายใหญ่มาขายยางที่ตลาดกลางให้รัฐบาล เรื่องการต่อคิวนั้น ทางตลาดกลางจะให้สิทธิกับเกษตรกรรายย่อย สหกรณ์การเกษตร วิสาหกิจชุมชนก่อน ตามที่มีการลงทะเบียนอยู่แล้ว

นายอำนวยกล่าวว่า ที่เห็นว่าเป็นรถอีแต๋นหลายคันขนยางมาขายนั้น คือ สหกรณ์การเกษตร 50 กว่าแห่ง นำยางจากตลาดท้องถิ่นมาขายที่ตลาดกลาง ส่วนรถบรรทุกนั้นจะเป็นวิสาหกิจชุมชน ซึ่งสหกรณ์การเกษตรและวิสาหกิจุชุมชนได้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากรัฐบาลไปซื้อยางจากท้องถิ่นและนำมาขายให้รัฐบาล อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯตั้งคณะกรรมการตรวจสอบแล้วว่ามีพ่อค้ารายใหญ่มาขายยางให้รัฐบาลจริงหรือไม่ โดยมีนายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรฯ เป็นประธาน

ลั่นเอาตายรายใหญ่ใช้นอมินี

นายอำนวยกล่าวว่า จะตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้จากการจดทะเบียนที่ตลาดกลางของเกษตรกรรายย่อยว่า รัฐบาลจ่ายเงินให้เกษตรกรรายไหนไป เกษตรกรรายนั้นไปรับซื้อยางจากที่ใดมา ดังนั้นหากมีเกษตรกร นอมินีหรือเศรษฐีหวังจะขายยางในราคาสูงให้รัฐบาลนั้น เราจะสามารถรู้ได้และถ้าพบจริงจะปรับด้วย รัฐบาลมีหน้าที่ซื้อยางชี้นำราคาตลาด แต่มีกำลังซื้อเพียง 20% ส่วนเอกชนมีกำลังซื้อถึง 80% ทางเอกชนควรจะช่วยรัฐบาลซื้อยางในราคาสูง เพื่อช่วยเกษตรกร ไม่ใช่มากดราคาซื้อจากเกษตรกร จากตลาดท้องถิ่น ที่มีแต่เกษตรกรรายย่อย แล้วกลับมาขายราคาสูงๆ ให้รัฐบาล

"เอกชนรายใหญ่พยายามทำให้ตลาดกลางเป็นตลาดของพวกเขา ไม่ให้เกษตรกรรายย่อยได้กำไร แต่ผมไม่ยอมเอาเงินรัฐบาลไปให้เอกชนรายใหญ่หรอก ผมตั้งใจจะเอาเงินรัฐบาลมาเพื่อช่วยเกษตรกร ดังนั้นผมตั้งคณะกรรมการมาสอบสวนไว้แล้ว หากมีนอมินี เกษตรกรจากพ่อค้ารายใหญ่จริง ผมเอาตายแน่" นายอำนวยกล่าว

คิวยังยาวรอขายยางตลาดกลาง

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่สำนักงานตลาดกลางยางพารานครศรีธรรมราช ต.จันดี อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช ยังคงมีรถหลากหลายประเภทบรรทุกยางพารามาจอดยาวเป็นกิโลเมตรเหมือนเดิม เพื่อเข้าคิวรอชั่งน้ำหนักขายยางตามบัตรคิว โดยนางมาลี เชาวศิลป์ ตัวแทนเกษตรกรจาก จ.กระบี่ กล่าวว่า ได้รับคิวขายยางวันที่ 17 กุมภาพันธ์นี้ มาเข้าคิวตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจากตลาดกลางยางพาราว่าเงินหมด แต่ตลาดกลางจะทำเอกสารการซื้อขายเป็นหลักฐาน หาก ครม.อนุมัติเงิน 8,000 ล้านบาท ก็จะจ่ายเงินได้ จึงจำเป็นต้องรอ พวกตนใช้รถกระบะบรรทุกยางของสหกรณ์ 30 ตัน มากัน 4 คันรถ

นายสุธี อินทรกูล ผู้อำนวยการสำนักงานตลาดกลางยางพารานครศรีธรรมราช กล่าวว่า จะเริ่มลงทะเบียนรับซื้อยางใหม่อีกครั้งในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ โดยกลุ่มที่จะนำยางมาขายได้ต้องเป็นสหกรณ์ และรัฐวิสาหกิจชุมชน ไม่ใช่เกษตรกรรายย่อย โดยเตรียมเปิดโกดังเก็บยางอีก 1 โกดัง ที่ ต.ท่าเรือ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช จากที่มี 9 โกดังและที่โกดังองค์การสวนยาง (อสย.) ด้วย

ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน

 

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ